เจ๊ดันสายฟาดกับนายทหารคลั่งรักในยุคขาดแคลน•ตอนที่ 16

ดักทางนักต้มตุ๋น

ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
"โฉนดฉบับนี้ประทับตราปลอม แถมเขตที่ดินที่คุณอ้างว่าติดลำธารสาธารณะ ความจริงแล้วเป็นพื้นที่ลาดชันเสี่ยงดินถล่มที่ทางอำเภอประกาศห้ามใช้ประโยชน์มาสามปีเต็มแล้วนะครับ... สหายตง คิดว่าผมสายตาสั้นจนดูไม่ออก หรือว่าสมองเสื่อมจนจำกฎหมายที่ดินไม่ได้กันแน่" น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราauใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งดังขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดภายในห้องรับแขกของบ้านหลังใหญ่ กลิ่นอายของการต้มตุ๋นที่ถูกโปוליแฉกลางวงโต๊ะอาหารทำเอาชายวัยกลางคนสวมเสื้อแจ็กเก็ตเก่าๆ ถึงกับหน้าถอดสี เหงื่อกาฬแตกพลั่กไหลย้อยลงมาตามกรอบหน้ายับย่น หลินฟางนั่งไขว่ห้างอย่างสง่างาม มือเรียวบางยกถ้วยชาเซรามิกเคลือบมุกขึ้นจิบช้าๆ กลิ่นหอมกรุ่นของชาไป๋ฮ่าวอิ่นเจินจากมิติลับลอยอบอวลตัดกับกลิ่นอบอ้าวของฤดูร้อนได้อย่างน่าประหลาด สายตาคมกริบดั่งเซียนหุ้นผู้ผ่านสมรภูมิการเงินมาโชกโชนกวาดมองกลุ่มนักต้มตุ๋นบ้านป่าที่พยายามเข้ามาตีสนิทและขาย "ที่ดินทองคำเกรดพรีเมียม" ให้เธอก่อนหน้านี้ ตงเฉิง หัวหน้าแก๊งต้มตุ๋นหน้าเลือดกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาลอบสบตากับสมุนมือขวาที่พกแฟ้มเอกสารปลอมมาด้วยความตื่นตระหนก ไม่คิดว่าภรรยาของนายทหารหนุ่มบ้านๆ คนนี้จะมีความรู้เรื่องกฎหมายที่ดินและผังเมืองลึกซึ้งถึงเพียงนี้ นางไม่ใช่แค่แม่บ้านชาวนาที่วันๆ เอาแต่เลี้ยงหมูกับปลูกผักหรอกหรือ ทำไมจึงจับไต๋แผนการร้อยเล่ห์ของพวกเขาได้ตั้งแต่ยังไม่ทันได้เริ่มเจรจาเรื่องราคาเสียด้วยซ้ำ "คุณ... คุณหลินเข้าใจผิดแล้วครับ ที่ดินแปลงนั้น..." ตงเฉิงพยายามอ้าปากแก้ตัว เสียงสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ "เข้าใจผิดงั้นหรือครับ?" หลินฟางวางถ้วยชาลงบนโต๊ะไม้ด้วยจังหวะที่หนักแน่นพอดี เสียงกระทบเบาๆ แต่กลับดังสะท้อนก้องในความเงียบ "งั้นเรามาลองทบทวนความทรงจำกันหน่อยดีไหม ว่าใครกันแน่ที่เข้าใจผิด สหายตง นายหน้าค้าที่ดินเถื่อนจากอำเภอข้างเคียง ที่เพิ่งพ้นโทษคดีฉ้อโกงมาเมื่อปลายปีที่แล้ว... คิดว่าใช้ชื่อปลอมแล้วจะตรวจสอบไม่ได้อย่างนั้นหรือครับ?" สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศในห้องก็ดิ่งลงสู่จุดเยือกแข็งทันที สมุนของตงเฉิงต่างพากันถอยกรูดไปชิดผนังบ้าน มือที่ถือกระเป๋าเอกสารสั่นเทาจนแทบควบคุมไม่ได้ พวกมันไม่เคยเจอเหยื่อรายไหนที่น่ากลัวเท่านี้มาก่อน หลินฟางไม่ได้แสดงท่าทีเกรี้ยวกราดหรือโวยวายให้น่ารำคาญ แต่วิธีการพูดและหลักฐานที่นางหยิบยกขึ้นมาทีละประเด็นนั้นเฉียบขาดจนไม่มีช่องให้ดิ้นหลุดเลยแม้แต่น้อย ในขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักแน่นและคุ้นเคยก็ดังขึ้นที่หน้าประตูก่อนที่ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มของร้อยเอกจางห่าวจะก้าวเข้ามา จางห่าวเพิ่งกลับมาจากค่ายทหาร ดวงตาคมกริบกวาดมองสถานการณ์ภายในห้องแวบเดียว สัญชาตญาณความเป็นนายทหารรบพิเศษก็ทำงานทันที ร่างกายกำยำพุ่งเข้ามาขวางระหว่างภรรยาตัวน้อยกับกลุ่มมิจฉาชีพโดยสัญชาตญาณ แม้จะเห็นชัดเจนว่าภรรยาของเขากำลังเป็นฝ่ายต้อนพวกมันจนมุมอยู่ก็ตามที "มีเรื่องอะไรกันหรือครับที่รัก?" จางห่าวเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม แต่นัยน์ตากลับจ้องเขม็งไปยังกลุ่มคนแปลกหน้าด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบ มือหนาเอื้อมไปโอบไหล่บางของภรรยาอย่างปกป้องตามสัญชาตญาณความคลั่งรักที่ถูกกระตุ้น "ไม่มีอะไรมากหรอกครับที่รัก แค่มีพวกแมลงเม่าบินเข้ากองไฟ หวังจะมาหลอกขายที่ดินขยะให้ฉันเพื่อโกงเงินเก็บของเราเท่านั้นเอง" หลินฟางเงยหน้าขึ้นสบตาสามี รอยยิ้มละมุนละไมผุดขึ้นที่มุมปาก ความเย็นชาเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นอ่อนโยนที่มอบให้สามีหนุ่มผู้ซื่อสัตย์เพียงผู้เดียว จางห่าวหันขวับกลับไปจ้องหน้าตงเฉิงและพรรคพวกด้วยสายตาดุจพญาอินทรีล่าเหยื่อ แค่เพียงเขากวาดตามองอย่างเย็นชา ขาของพวกมิจฉาชีพก็พาลจะอ่อนแรงลงไปกองกับพื้นอยู่รอมร่อ อำนาจกดดันจากนายทหารสนามรบจริงนั้นไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะทนทานได้ "กล้าดียังไงมาหาเรื่องภรรยาผม?" จางห่าวเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน รังสีสังหารแผ่ออกมาจนตงเฉิงต้องยกมือขึ้นยอมจำนน "มะ... ไม่กล้าครับ! พวกเราแค่มารu... มาคุยธุรกิจผิดพลาดเองครับท่านกองร้อย! พวกเรากำลังจะขอตัวกลับพอดี!" ตงเฉิงละล่ำละลักละลานจะพาลูกน้องหนีเตลิดออกจากบ้าน "เดี๋ยวก่อนสครับ สหายตง" หลินฟางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รั้งฝีเท้าของพวกมันไว้ "มาถึงบ้านคนอื่นทั้งที จะรีบกลับมือเปล่าได้อย่างไร ในเมื่ออุตส่าห์เสียเวลาเดินทางมาไกล ตั้งใจจะเอาของขวัญชิ้นใหญ่มาให้ฉันแล้ว... ฉันก็มี 'ของกำนัล' ส่งท้ายต้อนรับพวกคุณกลับไปเช่นกัน" นางสะบัดมือเบาๆ ส่งสัญญาณบางอย่าง ทันใดนั้น เงาร่างของสหายเพื่อนบ้านผู้ใหญ่บ้านและหน่วยรักษาความปลอดภัยประจำคอมมูนก็พังประตูเข้ามาล้อมกรอบกลุ่มมิจฉาชีพไว้หมดทุกด้านทาง พร้อมกับเอกสารรายงานประวัติอาชญากรรมที่ถูกส่งต่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่นที่ยืนรออยู่ด้านนอก ตงเฉิงหน้าซีดเผือดเป็นไก่ต้ม ดวงเบิกกว้างด้วยความสิ้นหวัง แผนการที่คิดว่าแนบเนียน กลับถูกรุกฆาตโดยสองสามีภรรยาคู่นี้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในเวลาไม่ถึงสิบนาที หลังจากจัดการส่งตัวแก๊งต้มตุ๋นเข้าซังเตไปเรียบร้อยแล้ว ความวุ่นวายภายในบ้านก็สงบลง ความเงียบสงบยามบ่ายถูกแทนที่ด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศและเนื้อตุ๋นที่ลอยฟุ้งมาจากห้องครัว หลินฟางใช้เวลาว่างช่วงบ่ายในการเข้ามิติลับเพื่อจัดการเตรียมวัตถุดิบชั้นเลิศ สำหรับมื้อค่ำเพื่อเป็นการปลอบขวัญสามีสุดที่รักที่เหน็ดเหนื่อยจากการฝึกทหาร เสียงตะหลิวกระทบกระทะเหล็กดังฉ่า ตามด้วยกลิ่นหอมของ 'หมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงสูตรลับ' ที่เคี่ยวจนหนังนุ่มละลายในปาก ไข่เป็ดต้มพะโล้สีเข้มข้นที่ดูดซับน้ำซุปสมุนไพรจนเข้าเนื้อ และผัดผักกวางตุ้งไฟแดงกรอบอร่อย เมนูบ้านๆ ที่ปรุงด้วยวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยมจากมิติลับ ถูกจัดเตรียมอย่างพิถีพิถันจนส่งกลิ่นเย้ายวนชวนน้ำลายสอไปทั่วทั้งบริเวณบ้าน จางห่าวที่เพิ่งอาบน้ำเปลี่ยนชุดเสร็จเดินตามกลิ่นหอมเข้ามาในครัว ดวงตาคมกريบเป็นประกายระยิบระยับด้วยความหลงใหล ไม่ใช่แค่หลงใหลในฝีมือการทำอาหารระดับเชฟภัตตาคารของภรรยา แต่เป็นตัวตนของนางต่างหากที่ทำให้เขาถอนตัวไม่ขึ้น ชายหนุ่มสวมกอดเอวบางจากด้านหลังอย่างถือวิสาสะ ใบหน้าคมสันซบลงลาดไหล่สูดดมกลิ่นกายหอมละมุนของภรรยาพลንกระซิบเสียงพร่าข้างใบหู "ภรรยาครับ... วันนี้นอกจากจะจัดการพวกต้มตุ๋นได้เท่สุดๆ แล้ว ฝีมือทำอาหารของคุณยังทำเอาสามีคนนี้แทบคลั่งตายอยู่แล้วนะเนี่ย" หลินฟางหัวเราะเบาๆ ในลำคอ นางเอี้ยวตัวกลับมาเล็กน้อย ใช้ช้อนไม้ตักน้ำซุปพะโลเป่าเบาๆ แล้วจ่อชิดริมฝีปากหนาของสามี "ปากหวานจริงนะพ่อทหารเอก... ไหน ชิมดูก่อนสิครับ ว่ารสชาติพอใช้ได้ไหม" จางห่าวอ้าปากรับน้ำซุปคำนั้น ดวงตาเบิกกว้างขึ้นด้วยความทึ่ง รสชาติกลมกล่อม หอมหวานละมุนลิ้นที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวทำให้เขาถึงกับเคลิบเคลิ้ม แต่ทว่า... ในจังหวะที่เขากำลังจะโน้มใบหน้าลงมาหมายจะขอกำไรจากภรรยาด้วยการจุมพิตริมฝีปากนุ่ม สายตากลับเหลือบไปเห็นความผิดปกติบางอย่างที่ลอยละลิ่วเข้ามาทางหน้าต่างห้องครัว มันคือจดหมายซองสีน้ำตาลปริศนาที่ถูกยิงธนูขนาดเล็กปักตรึงไว้กับกรอบหน้าต่างไม้ ด้านนอกซองมีตราประทับลับของหน่วยข่าวกรองทหารที่จางห่าวคุ้นเคยเป็นอย่างดี ระบุข้อความสั้นๆ ด้วยลายมือหวัดๆ ว่า... *"ระวังตัวไว้... ภัยมืดจากเมืองหลวงกำลังเคลื่อนพลมาหาพวกแกแล้ว"* ดวงตาของนายทหารหนุ่มหรี่แคบลงทันที รังสีอำมหิตพุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้งอย่างไม่อาจควบคุม ขณะที่หลินฟางหันกลับมามองหน้าสามี รอยยิ้มบนใบหน้าของนางค่อยๆ เลือนหายไป แทนที่ด้วยประกายตาดุดันและท้าทายที่ฉายชัดขึ้นมาในความมืดสลัวยามเย็น --- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและฟาดฟันอุปสรรคไปพร้อมกับ "เซียนหุ้นย้อนเวลา" นะครับ
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ๊ดันสายฟาดกับนายทหารคลั่งรักในยุคขาดแคลน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%