"ปัง!"
เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งของสำนักงานที่ดินอำเภอ ดังสนั่นจนผู้คนรอบข้างสะดุ้งเฮือก หลินฟางปรายตามองกลุ่มคนหน้าตาตื่นที่เพิ่งวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันที่มุมปาก ช่างเป็นภาพที่น่าขันเสียจริง พวกเหลือบไรตระกูลเดิมและพ่อค้าคนกลางหน้าเลือด คงคิดสินะว่าการกว้านซื้อที่ดินรอบแปลงผักไฮเทคและโรงงานแปรรูปของเธอ จะเป็นการตัดตอนอนาคตตระกูลจางได้
"คุณหลินฟางครับ... พวกมัน... พวกมันกว้านซื้อที่ดินแปลงทิศเหนือกับทิศตะวันออกไปหมดแล้ว ราคาพุ่งสูงขึ้นสามเท่าตัวในเวลาไม่ถึงชั่วโมง!" ผู้ช่วยหนุ่มหน้าตาตื่นตระหนกละล่ำละลักรายงาน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดวิตก
หลินฟางไม่แม้แต่จะขยับตัว สีหน้าของเธอสงบนิ่งดั่งผิวน้ำในบึงลึก ยิ่งพวกมันดิ้นรนมากเท่าไหร่ หุ้นในมือของเธอก็ยิ่งมีมูลค่าพุ่งทะยานสูงขึ้นเท่านั้น นี่คือหลักการพื้นฐานของการเก็งกำไรที่คนยุค 80 ไม่มีวันตามทัน ในเมื่อพวกมันอยากได้ขยะชิ้นนั้นนัก เธอก็พร้อมจะสวมบทเป็นเจ้ามือรายใหญ่ที่จะเปิดโต๊ะกาสิโนกวาดเงินสดในมือพวกมันมาเป็นของเธอล้างบางให้เกลี้ยง
"ปล่อยให้พวกมันซื้อไปครับ" เสียงหวานทุบทับความตื่นตระหนกในห้องด้วยความเยือกเย็น หลินฟางลุกขึ้นยืนช้าๆ จัดเสื้อแจ็กเก็ตผ้าฝ้ายเข้ารูปให้เรียบร้อย "ที่ดินรกร้างพวกนั้น ต่อให้ถมด้วยทองคำ ก็เป็นได้แค่ผืนดินตาบอดที่ไม่มีทางเข้าออกเพราะถูกที่ดินแปลงหลักของฉันโอบล้อมไว้ทุกด้าน... อยากเล่นเกมทุนกับฉันอย่างนั้นหรือ? เดี๋ยวฉันจะสอนให้รู้ซึ้งเองว่า การหมดตัวในชั่วข้ามคืนมันมีรสชาติอย่างไร"
ท่าทีที่มั่นอกมั่นใจอย่างไร้ความหวาดหวั่น ทำให้ร้อยเอกจางห่าวที่ยืนกอดอกอยู่ข้างกายถึงกับมุมปากกระตุกยิ้มด้วยความภาคภูมิใจ สามีหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลในคราบชุดนายทหารเต็มยศก้าวเข้ามาโอบเอวภรรยาอย่างแสดงความเป็นเจ้าของ สายตาคมกริบดุจพญาอินทรีวาดมองกลุ่มคนหน้าเลือดที่อยู่นอกหน้าต่างด้วยความเหยียดหยาม ใครหน้าไหนกล้าเข้ามาขวางทางความมั่งคั่งของภรรยาเขา มันผู้นั้นต้องเตรียมตัวรับผลกรรมที่จะตามมาอย่างสาสม
"ภรรยาผมพูดถูกแล้วครับ" จางห่าวเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลัง กวาดสายตาดุร้ายมองผู้ช่วยที่ยังหน้าซีด "หน้าที่ของพวกเราในตอนนี้ไม่ใช่การวิ่งตามเกมของพวกโง่เง่า แต่เป็นการเตรียมต้อนรับแขกวีไอพีที่จะเดินทางมาถึงในอีกครึ่งชั่วโมงข้างหน้าต่างหาก"
สิ้นคำพูดของร้อยเอกหนุ่ม รถจิ๊ปทหารและรถบรรทุกหรูหราหลายคันก็แล่นเข้ามาจอดเทียบท่าหน้าสำนักงานที่ดิน เสียงฝเท้าของเหล่าพ่อค้าวานิชระดับมหาเศรษฐีจากตัวเมืองใหญ่ก้าวลงจากรถพร้อมรอยยิ้มเจื่อนๆ และท่าทีนอบน้อม พวกเขาคือกลุ่มคนที่เคยสบประมาทตระกูลจาง แต่ในวันนี้... พวกเขาต้องเดินทางมาโค้งคำนับขอซื้อสิทธิ์ในการจัดจำหน่ายสินค้าแปรรูปและพืชผลเกษตรมิติลับของหลินฟางด้วยตัวเอง
การเปลี่ยนโฉมหน้าตระกูลจางจากครอบครัวชาวนาชนบทที่เกือบอดตาย สู่การเป็นผู้มีอิทธิพลทรงอิทธิพลที่สุดในภูมิภาคนี้ ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว
หลินฟางก้าวเดินเคียงข้างสามีท่ามกลางแสงแดดยามสายที่สาดส่องลงมาสะท้อนใบหน้าอันงดงามเฉียบคม ทุกย่างก้าวเปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจที่กดดันให้ผู้คนรอบข้างต้องหลบสายตา ความแค้นที่เคยถูกญาติสนิทกดขี่ข่มเหง ถูกชำระสะสางทีละเปลาะด้วยความรวยและความเด็ดขาด ทรัพย์สินในมิติลับของเธอถูกถ่ายเทออกมาบางส่วนเพื่อลงทุนสร้างอาณาจักรธุรกิจ ทั้งโรงสีข้าวทันสมัย โรงงานแปรรูปอาหาร และเครือข่ายการขนส่งที่ครอบคลุมสามมณฑล
"ภรรยาครับ เหนื่อยไหม?" จางห่าวโน้มใบลงกระซิบข้างหู น้ำเสียงดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนละมุนละไมจนน่าเหลือเชื่อ มือหนาสากระคายจากการจับอาวุธ เอื้อมมาบีบนวดไหล่บางเบาๆ อย่างเอาใจ
"ถ้าฉันเหนื่อย คุณจะยอมแบ่งหุ้นครึ่งหนึ่งให้ฉันไหมล่ะคะ... เอ๊ย หมายถึง ให้ผมสิครับ" หลินฟางแกล้งเย้าแหย่สามีด้วยรอยยิ้มพราวระยับ เกือบหลุดปากใช้สรรพนามคุ้นเคยเสียแล้ว แต่นับว่าไหวตัวทันในยุคสมัยนี้
จางห่าวหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ดวงตาพราวระยับด้วยความคลั่งรัก "สมบัติทั้งชีวิตและหัวใจของผม เป็นของคุณตั้งแต่ร้อยวันพันปีที่แล้วแล้วครับ อยากได้เท่าไหร่ หยิบไปได้เลย ยกเว้นตัวผม... อันนี้ห้ามเอาไปแบ่งให้ใครเด็ดขาด"
บรรยากาศหวานชื่นท่ามกลางความตึงเครียดของเกมธุรกิจถูกขัดจังหวะด้วยเสียงฝีเท้าเร่งรีบของแม่บ้านตระกูลจางเดิม—ป้าสะใภ้ผู้เคยด่าทอขับไล่พวกเขาออกจากบ้านในวันที่ยากจนที่สุด บัดนี้หญิงแก่ผมเผ้ากระเซิง วิ่งหน้าตาตื่นน้ำตาคลอเบ้า เข้ามาทรุดตัวคุกเข่าต่อหน้าหลินฟางโดยไม่สนศักดิ์ศรีใดๆ ทั้งสิ้น
"หลินฟาง! หลานสะใภ้! ช่วยครอบครัวเราด้วยเถอะนะ!" ป้าสะใภ้โวยวายเสียงหลง "พวกเราเอาเงินเก็บทั้งหมดไปกว้านซื้อที่ดินตาบอดตามที่พวกแกต้องการ... แต่... แต่ตอนนี้ธนาคารปฏิเสธการปล่อยกู้ แถมกระทรวงพาณิชย์ยังสั่งตรวจสอบที่ดินผืนนั้นว่าเป็นเขตหวงห้ามทำการเกษตร! พวกเรา... พวกเรากำลังจะล้มละลาย บ้านช่องถูกยึดหมดแล้ว!"
หลินฟางก้มมองหญิงแก่ที่กำลังกอดขาตนด้วยแววตาไร้ความสงสาร ไร้ซึ่งความปรานี ดั่งเช่นนักเก็งหุ้นที่มองแมงเม่าบินเข้ากองไฟ เธอค่อยๆ ย่อตัวลง กระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ
"ตอนที่พวกคุณไล่พวกเราออกจากบ้านกลางสายฝน พร้อมกับยึดเงินค่าชดเชยของพ่อแม่ฉันไป... พวกคุณเคยคิดถึงวันนี้บ้างไหมครับ?"
ป้าสะใภ้หน้าซีดเผือกเป็นกระดาษ ปากสั่นเทาพูดไม่ออก เมื่อตระหนักได้ว่านี่คือการล้างแค้นที่ถูกวางแผนไว้อย่างแยบยลและเลือดเย็นที่สุด
ทว่า ในขณะที่เกมการเงินกำลังดำเนินไปอย่างสะใจ ร่างของเด็กรับใช้คนสนิทก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหาจางห่าว พร้อมกับยื่นโทรศัพท์ฉุกเฉินที่สายต่องจากค่ายทหาร
"ร้อยเอกจางครับ! ด่วนที่สุด! มี... มีโทรศัพท์สายตรงจากเมืองหลวง แจ้งว่า 'บุคคลปริศนา' ที่ถือครองหุ้นใหญ่ที่สุดในตลาดมืดและกำลังกว้านซื้อกิจการทั่วประเทศ กำลังเดินทางมาที่นี่... และคนๆ นั้นระบุชื่อที่จะพบคือ 'คุณหลินฟาง' ครับ!"
จางห่าวขมวดคิ้วมุ่นทันที ทั่วทั้งประเทศนี้ ใครกันที่มีอิทธิพลเหนือกว่าเส้นสายกองทัพของเขา และรู้ลึกถึงตัวตนที่แท้จริงของหลินฟาง?
หลินฟางชะงัก รอยยิ้มมั่นใจเมื่อครู่แข็งค้างไปชั่วขณะ สมองอันรวดเร็วดุจคอมพิวเตอร์ประมวลผลย้อนกลับไปถึงความลับในมิติลับ... หรือว่า ความลับเรื่องการย้อนเวลาและระบบคลังสินค้าของเธอ จะรั่วไหลไปถึงหูของ "คนผู้นั้น" แล้ว?
---
(โปรดติดตามตอนต่อไป ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่สนับสนุน "เซียนหุ้นย้อนเวลา" เสมอมานะครับ!)
เจ๊ดันสายฟาดกับนายทหารคลั่งรักในยุคขาดแคลน•ตอนที่ 25
การเปลี่ยนโฉมหน้าตระกูล
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ๊ดันสายฟาดกับนายทหารคลั่งรักในยุคขาดแคลน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!