เจ๊ดันสายฟาดกับนายทหารคลั่งรักในยุคขาดแคลน•ตอนที่ 4

นายทหารหนุ่มกลับบ้าน

ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
"ถ้าพวกคุณยังกล้าก้าวขาเข้ามาเหยียบธรณีประตูบ้านหลังนี้อีกแม้แต่ก้าวเดียว ผมรับรองว่ากองร้อยของผมกำลังขาดแคลนอาสาสมัครไปขุดลอกคูเมืองท้ายค่ายพอดี!" น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังที่เจือปนไอความเย็นยะเยือกดังขึ้นตัดผ่านความเงียบ ชนิดที่ทำให้บรรดาญาติผู้พี่ผู้น้องสายเลือดจอมสูบเลือดสูบเนื้อของตระกูลจางสะดุ้งเฮือกจนตัวโยน ป้านาถผู้กำลังทำท่าจะยื่นมือเข้ามาคว้ากระสอบแป้งสาลีในครัวถึงกับชักมือกลับแทบไม่ทัน ดวงตาต้อฟางเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวยามเมื่อประสานเข้ากับนัยน์ตาสีนิลคู่คมกริบที่เต็มไปด้วยจิตสังหารของนายทหารหนุ่มผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชน หลินฟางชะงักฝีเท้า หัวใจกระตุกวูบ เมื่อร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารเปื้อนฝุ่นของร้อยเอกจางห่าวปรากฏตัวขึ้นที่ประตู พร้อมกับหอบหิ้วปิ่นโตไม้เถาใหญ่ที่ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วทั้งบริเวณบ้าน—แต่ทว่า สิ่งที่อยู่ในปิ่นโตเถานั้น... กลับไม่ใช่ฝีมือการทำอาหารของเขาอย่างแน่นอน! ความตึงเครียดในห้องโถงเล็กๆ พุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด บรรดาญาติผู้พี่ที่เคยส่งเสียงโวยวายเรียกร้องส่วนแบ่งจากเงินเดือนทหารและข้าวของพยุงชีพ ต่างพากันห่อไหล่ถอยร่นกรูดไปชิดฝาผนังราวกับลูกนกตกใจกลัวอินทรี ไม่มีใครกล้าสบตากับจางห่าวแม้แต่คนเดียว ใครเล่าจะไม่รู้ว่านายทหารผู้นี้ขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาดและดุดันในยามปฏิบัติหน้าที่ ยิ่งเวลาที่ภรรยาผู้เป็นดั่งดวงใจเกือบจะถูกรังแกด้วยแล้ว รังสีอำมหิตรอบกายของเขาก็ยิ่งแผ่ขยายจนแทบจะทำให้หายใจไม่ออก "จะ... จางห่าว ลูกชาย อาไม่ได้ตั้งใจจะมาเอาเปรียบ..." ลุงเฉินผู้มีศักดิ์เป็นลุงแท้ๆ พยายามฝืนยิ้มแห้งแล้ง เอ่ยแก้ตัวเสียงสั่นเครือ พลางขยับเท้าถอยหลังทีละน้อย "พวกเราแค่... แค่แวะมาเยี่ยมเยียนตามประสาญาติมิตร นึกว่าฟางฟางจะเหงา..." "เยี่ยมเยียนด้วยการยกโขยงมาขนเสบียงและเงินเบี้ยเลี้ยงที่ทางกองทัพส่งมาให้ภรรยาผมอย่างนั้นหรือครับ?" จางห่าวเอ่ยสวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่กลับทรงพลังกดดันจนลุงเฉินหน้าซีดเผือด เขาก้าวเท้าเข้ามาทีละก้าว ย่างก้าวของนายทหารหนุ่มหนักแน่นมั่นคง ราวกับพญาเสือโคร่งที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม "ถ้าความห่วงใยของพวกท่านมันหน้าเงินขนาดนี้ เก็บเอาไว้ใช้ตอนไปโรงพยาบาลเถอะครับ น่าจะมีประโยชน์มากกว่า" หลินฟางยืนมองภาพเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย คลื่นความอบอุ่นสายหนึ่งไหลทะลักเข้าสู่ก้นบึ้งของหัวใจที่เคยด้านชาจากการถูกหักหลังในชาติก่อน ในยุคสมัยที่ขาดแคลนและเต็มไปด้วยความเห็นแก่ตัวเช่นนี้ มีผู้ชายคนหนึ่งยืนหยัดปกป้องเธออย่างไร้เงื่อนไข ไม่สนสายตาตำหนิติเตียนของคนในตระกูล ขอเพียงแค่เปลอดภัย เขาก็มثابที่จะยอมหักกับทุกคนบนโลกใบนี้ ดวงตาคู่คมของจางห่าวตวัดกลับมามองภรรยา ทันทีที่สบตากับหลินฟาง รังสีอำมหิตรอบตัวก็มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความห่วงใยระคนเอ็นดูที่ฉายชัดอยู่ในแววตา เขาเดินตรงเข้ามาหาเธออย่างรวดเร็ว กวาดสายตาสำรวจร่องรอยความเหนื่อยล้าบนดวงหน้างามด้วยความเจ็บปวดลึกๆ ในอก "ฟางฟาง... เธอไม่เป็นอะไรใช่ไหมครับ พวกมันไม่ได้ทำอะไรเธอใช่ไหม?" เสียงของเขาอ่อนลงจนแทบจะเป็นการกระซิบ มือใหญ่หยาบกร้านจากการถืออาวุธยกขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อข้างแก้มของเธออย่างทะนุถนอม ราวกับเธอกลัวว่าภรรยาคนนี้จะเป็นแก้วตาดวงใจที่บอบบางยิ่งกว่าสิ่งใด "ฉันไม่เป็นอะไรค่ะ... เอ๊ย ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ" หลินฟางเกือบเผลอหลุดคำพูดคุ้นเคยออกไป ดีที่ยั้งปากไว้ทัน แต่กระนั้นความใกล้ชิดสนิทสนมนี้ก็ทำให้ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่ "คุณต่างหาก กลับมาเหนื่อยๆ ทำไมไม่พักผ่อนก่อน แล้วนั่น..." เธอก้มลงมองปิ่นโตไม้เถาใหญ่ในมือของเขา "อะไรนั่นน่ะคะ?" จางห่าวคลี่ยิ้มอ่อนโยน แววตาพราวระยับด้วยความภูมิใจ เขาจัดการวางปิ่นโตลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ กลางห้อง ก่อนจะจัดการเปิดฝาออกทีละชั้น กลิ่นหอมกรุ่นของ "เนื้อหมูตุ๋นน้ำแดง" ที่เคี่ยวจนเปื่อยนุ่มละลายในปาก ลอยฟุ้งทะลักออกมาปะทะจมูกทันที ตามมาด้วยกลิ่นหอมของ "ซุปไก่ตุ๋นโสมและเห็ดหอม" ที่ส่งควันกรุ่นร้อนฉุย และจานสุดท้ายคือ "ผัดผักกวางตุ้งน้ำมันหอย" สีเขียวสดน่ารับประทาน อาหารหรูหราฟุ่มเฟือยเหล่านี้... คือสิ่งที่คนในยุคข้าวยากหมากแพงนี้ไม่มีทางได้เห็นบนโต๊ะอาหาร แม้กระทั่งในงานแต่งงานก็ยังหาทานได้ยากยิ่ง! บรรดาญาติที่ยังยืนอออยู่หน้าประตูต่างกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ดวงตาเป็นประกายด้วยความโลภและหิวโหย กลิ่นหอมนี้มันช่างยั่วยวนจิตใจเสียเหลือเกิน ในขณะที่หลินฟางขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ "อาหารพวกนี้... คุณเอามาจากไหนกันคะ?" หลินฟางถามเสียงเบา ทว่าแฝงด้วยความสงสัยระคนจับผิด เพราะเธอย่อมรู้ดีว่าเงินเดือนทหารของเขาไม่ได้มากมายขนาดที่จะซื้อหาอาหารชั้นเลิศเหล่านี้ได้ในตลาดมืด และแน่นอนว่ามันไม่ใช่ฝีมือการทำอาหารของสามีเธอแน่นอน เนื่องจากจางห่าวเคยโชว์ฝีมือต้มบะหมี่ไหม้เกรียมมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อเดือนก่อน จางห่าวหัวเราะในลำคอเบาๆ แววตามีประกายเจ้าเล่ห์นิดๆ ที่หาดูได้ยาก "เรื่องนั้น... เอาไว้ค่อยคุยกันครับ ตอนนี้ไล่พวกปลิงพวกนี้ออกไปก่อนเถอะ ปล่อยให้พวกมันมายืนดมกลิ่นอาหารของภรรยาผม คงเสียบรรยากาศแย่" คำพูดของจางห่าวทำให้ลุงเฉินและคนอื่นๆ หน้าเสียยิ่งกว่าเดิม แต่เมื่อเห็นสายตาคาดคั้นที่ส่งมาอีกครั้ง พวกเขาก็ไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยปากขอแบ่งอาหารแม้แต่ครึ่งคำ ต่างพากันก้มหน้าก้มตาเดินทยอยออกจากบ้านไปอย่างไม่กล้าสู้หน้า จนกระทั่งประตูไม้ถูกปิดลงและลงกลอนอย่างแน่นหนา ความเงียบสงบกลับคืนสู่บ้านหลังเล็กอีกครั้ง ทว่าบรรยากาศกลับเต็มไปด้วยความอบอุ่นและกลิ่นหอมเย้ายวนของอาหาร จางห่าวหันกลับมาหาหลินฟาง รอยยิ้มอบอุ่นประดับอยู่บนใบหน้าคมคาย เขาเอื้อมมือมาจับมือเรียวบางของเธอเอาไว้เบาๆ บีบกระชับอย่างมั่นคง ราวกับต้องการส่งผ่านความรู้สึกทั้งหมดที่มีผ่านฝ่ามือคู่นี้ "ฟางฟาง ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผมจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาเอาเปรียบเธออีกเด็ดขาดครับ เงินทุกหยาดหยามที่ผมหามาได้ และทุกอย่างที่ผมมี... เป็นของเธอทั้งหมด" จางห่าวกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังและหนักแน่น ดวงตาคมกริบสะท้อนภาพใบหน้าของเธอเพียงผู้เดียว "ส่วนเรื่องอาหารพวกนี้... เป็นเพราะผมบังเอิญไปช่วยชีวิตพ่อค้าเรותจากแดนไกลคนหนึ่งเข้า เขาก็เลยตอบแทนด้วยของพวกนี้แหละครับ รีบทานตอนร้อนๆ เถอะนะ เธอผอมลงไปเยอะเลยช่วงนี้" หลินฟางมองหน้าสามีหนุ่มนิ่ง เธอย่อมรู้ทันทีว่าข้ออ้างเรื่องพ่อค้าเร่ร่อนนั้นฟังไม่ขึ้นเอาเสียเลย แต่นางเอกเซียนหุ้นอย่างเธอหรือจะจับพิรุธไม่ได้? ทว่าเธอกลับเลือกที่จะไม่ซักไซ้ไล่เลียงในตอนนี้ เพราะเธอก็มีความลับเรื่องมิติลับในตัวเช่นกัน การที่ต่างฝ่ายต่างมี "ความลับ" ที่พยายามปกปิดเพื่อสร้างความสุขสบายให้แก่กันและกัน มันกลับกลายเป็นความน่ารักและเคมีที่ลงตัวอย่างประหลาด "ก็ได้ค่ะ... ในเมื่อคุณอุตส่าห์หามาให้ ฉันก็จะทานให้หมดเลย" หลินฟางยิ้มรับ รอยยิ้มที่งดงามราวกับดอกไม้แรกแย้มในยหมอกยามเช้า ทำให้จางห่าวถึงกับนิ่งงัน หัวใจเต้นระรัวราวกับตีกลองศึก ทั้งสองนั่งลงร่วมโต๊ะอาหารด้วยกัน บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความสุขที่หาไม่ได้จากที่ไหน ทว่า ในขณะที่หลินฟางกำลังจะคีบชิ้นเนื้อหมูตุ๋นน้ำแดงเข้าปาก สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นเศษกระดาษชิ้นเล็กๆ ที่ร่วงหล่นอยู่ใต้พื้นโต๊ะ บริเวณที่จางห่าวเพิ่งจะเดินเข้ามา มันเป็นเศษกระดาษห่อของจากร้านค้าในเมือง... แต่ทว่า บนกระดาษแผ่นนั้น กลับมีตราประทับลับของ "องค์การวิจัยลับทางการทหาร" ที่มีเพียงระดับหัวกะทิหรือผู้บัญชาการสูงสุดเท่านั้นถึงจะเข้าถึงได้! หลินฟางชะงักมือที่ถือตะเกียบทันที หัวใจกระตุกวูบด้วยความตกใจ สามีหนุ่มผู้แสนซื่อสัตย์และอ่อนโยนของเธอกำลังปกปิดตัวตนที่แท้จริงอะไรไว้อยู่กันแน่? และการที่เขากลับมาบ้านในวันนี้... แท้จริงแล้วเป็นเพราะคำสั่งพักร้อน หรือเพราะมีภารกิจลับบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของเธอกันแน่? ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "เซียนหุ้นย้อนเวลา" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ๊ดันสายฟาดกับนายทหารคลั่งรักในยุคขาดแคลน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%