เจ๊ดันสายฟาดกับนายทหารคลั่งรักในยุคขาดแคลน•ตอนที่ 3

สั่งสอนด้วยเงินสด

ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
เสียงตบโต๊ะไม้สนกระแทกดังปังจนถ้วยชามกระเบื้องเคลือบสีตุ่นสั่นสะเทือน หลินฟางไม่ได้สะดุ้งแม้แต่น้อย นางเพียงแค่ตวัดสายตาขึ้นมองผู้เป็นแม่สามีที่กำลังยืนเท้าสะเอวหน้าดำคร่ำเครียดอยู่กลางห้องโถง ใบหน้าเหี่ยวย่นตามวัยของนางจางซื่อบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนราวกับพร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ "หลินฟาง! แกกล้าดียังไงถึงปล่อยให้สามีหอบข้าวของเงินทองออกไปปรนเปรอคนนอกหมดบ้าน! เงินเบี้ยเลี้ยงทหารของจางห่าวควรจะส่งมาให้ฉันเป็นคนเก็บดูแลในฐานะแม่ผู้ให้กำเนิด ไม่ใช่ให้ผู้หญิงสำส่อนอย่างแกเอาไปผลาญเล่น!" เสียงแหลมสูงของจางซื่อบาดหูเสียจนเด็กน้อยข้างบ้านยังต้องวิ่งหนี หลินฟางแค่นยิ้มมุมปาก นัยน์ตาสีเข้มฉายแววเย็นชาดั่งนักเก็งกำไรผู้ถือไพ่เหนือกว่าในตลาดหุ้น นางค่อยๆ วางตะเกียบในมือลงบนโต๊ะอย่างใจเย็น ท่าทีที่สุขุมเกินความคาดหมายทำให้จางซื่อชะงักไปชั่วขณะ ในยุคปี 1970 ที่ข้าวปลาอาหารหายากและเงินทุกเหมามีค่าดั่งชีวิต การที่แม่สามีจอมสูบเลือดสูบเนื้อจะบุกมาอาละวาดถึงเรือนหอเพื่อทวงเงินไม่ใช่เรื่องแปลก แต่สิ่งที่จางซื่อไม่รู้ก็คือ วิญญาณที่สถิตอยู่ในร่างของหลินฟางเวลานี้ ไม่ใช่สะใภ้หัวอ่อนคนเดิมที่ยอมก้มให้คนพวกนี้เหยียบย่ำอีกต่อไปแล้ว "คนนอกหรือครับ... อ๊ะ ขอโทษที พอดีฉันติดนิสัยเรียกคนแปลกหน้าว่าคนนอกน่ะครับ" หลินฟางจงใจเปลี่ยนสรรพนามและน้ำเสียงเย้ยหยัน "เงินเบี้ยเลี้ยงของพี่ห่าว เป็นน้ำพักน้ำแรงที่เขาเอาเลือดแลกมาที่ชายแดน ไม่ใช่เงินทำบุญจากโรงทานบ้านไหน ที่สำคัญที่สุด..." นางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าช้าๆ เข้าหาแม่สามีด้วยแรงกดดันที่ทำให้อีกฝ่ายเผลอถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว "เงินเดือนของสามีฉัน ฉันเป็นภรรยาตามกฎหมายมีสิทธิ์จัดการร้อยเปอร์เซ็นต์ ส่วนแม่..." หลินฟางเว้นจังหวะ สายตากวาดมองสำรวจชุดผ้าฝ้ายเก่าๆ ปะชุนของแม่สามีด้วยแววตาสมเพชระคนเหยียดหยาม "ถ้าอยากได้เงินนัก ทำไมไม่ลองไปหาทำมาหากินเองดูบ้างล่ะครับ หรือว่าสมองมีไว้แค่คิดเรื่องเอาเปรียบคนอื่นไปวันๆ?" "แก! นังสะใภ้เนรคุณ! ปากกล้าขึ้นนะยะ!" จางซื่อกรีดร้องด้วยความเหลืออด เงื้อมมือขึ้นหมายจะตบสั่งสอนให้หน้าชา แต่ทว่า... มือที่เหี่ยวย่นนั้นกลับคว้าได้เพียงความว่างเปล่า หลินฟางไวกว่า นางเอี้ยวตัวหลบอย่างคล่องแคล่วราวกับฝึกยุทธ์ ก่อนจะคว้าข้อมือของแม่สามีบิดพลิกไปด้านหลังเบาๆ แต่หนักหน่วงพอให้คนแก่ร้องโอดครวญลั่นบ้าน นางไม่ได้ใช้ความรุนแรงเกินเหตุ แค่แสดงให้เห็นว่าอำนาจในบ้านหลังนี้เปลี่ยนมือไปแล้วอย่างถาวร "อย่าคิดจะใช้กำลังกับฉันอีกเป็นครั้งที่สอง" หลินฟางกระซิบด้วยน้ำเสียงต่ำทุบกระชากใจ "เพราะถ้ามีครั้งหน้า ฉันจะไม่ได้แค่บิดข้อมือ... แต่อาจจะทำให้คุณแม่สามีไม่มีหน้าไปเดินตลาดในหมู่บ้านนี้อีกเลย" นางผลักร่างของจางซื่อกระเด็นไปพิงโต๊ะไม้ ก่อนจะหยิบห่อผ้าใบใหญ่ออกมาจากตู้เสื้อผ้า—พื้นที่ซ่อนมิติลับที่นางแอบดึงสินค้าพรีเมียมจากคลังสินค้าศตวรรษที่ 21 ออกมาแปลงโฉมใหม่ หลินฟางแก้เชือกออก เผยให้เห็นก้อนเงินสดปึกใหญ่ที่มัดรวมกันอย่างเป็นระเบียบ พร้อมด้วยธนบัตรใบย่อยอีกนับไม่ถ้วนที่สะท้อนแสงไฟตะเกียงจนระยิบระยับ นี่คือผลกำไรก้อนแรกจากการแอบเอาเนื้อหมูชั้นดีและน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ไปส่งขายให้พ่อค้าตลาดมืดในเมืองเมื่อคืนวาน ตัวเลขกำไรที่สูงลิ่วจนคนยุคนี้ต้องอ้าปากค้าง หลินฟางหยิบธนบัตรปึกหนาขึ้นมาหนึ่งปึก แล้วตบเบาๆ ลงบนโต๊ะไม้เสียงดัง *แปะ แปะ* "มองให้เต็มตาซี่ครับ เงินสดๆ ที่หามาได้ด้วยมือฉันเอง ไม่ต้องพึ่งพาเงินบำนาญหรือเงินรีดไถใครทั้งนั้น" หลินฟางแย้มยิ้มพราย ดวงตาพราวระยับด้วยประกายความมั่งคั่ง "อยากได้เงินนักไม่ใช่เหรอครับ? เอาไปสิ!" นางหยิบเงินออกมาสองใบ (มูลค่ารวมสองเหมา) วางลงตรงหน้าจางซื่อที่อ้าปากค้าง ตาโตเท่าไข่ห่าน จ้องมองเงินสดจำนวนนั้นสลับกับใบหน้าของลูกสะใภ้ด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด สมองของหญิงแก่หยุดทำงานไปชั่วขณะ นางไม่เคยเห็นเงินสดมากมายขนาดนี้มาก่อนในชีวิต ยกเว้นตอนที่ไปธนาคารอำเภอ "อะ... แก... ไปเอาเงินมาจากไหน นังนี่ ไปขโมยใครมา!" จางซื่อเสียงสั่นเครือ ละล่ำละลักด้วยความโลภที่ตีตื้นขึ้นมากลบความโกรธจนหมดสิ้น "เงินสะอาดสะอ้านที่แลกมาด้วยมันสมองและหยาดเหงื่อ ไม่เหมือนเงินในย่ามของคุณแม่หรอกนะครับที่ได้มาจากการไปฟ้องร้องชาวบ้านเขาไปทั่ว" หลินฟางเก็บเงินส่วนที่เหลือใส่กระเป๋าเสื้ออย่างรวดเร็ว ปิดล็อกห่อผ้าด้วยความระมัดระวัง "จำเอาไว้... ต่อไปนี้ อย่ามาเหยียบเรือนหอของฉันเพื่อแบมือขอเงินอีก ถ้าไม่อยากให้อายขายขี้หน้ามากกว่านี้" นางหันหลังให้แม่สามีที่ยังยืนแข็งทื่อเป็นหิน ปลดปล่อยรอยยิ้มแห่งชัยชนะออกมาอย่างสะใจ สงครามรอบแรกจบลงด้วยชัยชนะอันงดงามของอดีตเซียนหุ้น แต่นางรู้ดีว่านี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น ความโลภของคนตระกูลจางไม่มีวันหมดง่ายๆ ในขณะที่หลินฟางกำลังจะเดินไปหยิบวัตถุดิบในครัวเพื่อเตรียมทำอาหารมื้อเที่ยงฉลองความร่ำรวย กลิ่นหอมกรุ่นของเนื้อตุ๋นยาจีนเข้มข้นก็โชยเข้าจมูก ทั้งที่เตาไฟในครัวยังไม่ได้จุดด้วยซ้ำ! กลิ่นหอมนั้นไม่ได้มาจากในบ้าน... แต่มันลอยมาจากหน้าประตูรั้วบ้าน พร้อมกับเสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ และน้ำเสียงทุ้มต่ำคุ้นเคยที่เอ่ยเรียกชื่อนางด้วยความห่วงหาอาทร "อาฟาง... พี่กลับมาแล้วครับ" หลินฟางชะงักฝีเท้า หัวใจกระตุกวูบ เมื่อร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารเปื้อนฝุ่นของร้อยเอกจางห่าวปรากฏตัวขึ้นที่ประตู พร้อมกับหอบหิ้วปิ่นโตไม้เถาใหญ่ที่ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วทั้งบริเวณบ้าน—แต่ทว่า สิ่งที่อยู่ในปิ่นโตเถานั้น... กลับไม่ใช่ฝีมือการทำอาหารของเขาอย่างแน่นอน! ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางสร้างความมั่งคั่งและฟาดฟันคนโลภไป100%ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ๊ดันสายฟาดกับนายทหารคลั่งรักในยุคขาดแคลน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%