เสียงถอนหายใจยาวของจางห่าวที่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบยามวิกาล ดึงสติของหลินฟางให้หลุดออกจากภวังค์แห่งการคำนวณตัวเลขและกำไรมหาศาลจากตลาดหุ้นในอนาคตที่เธอเพิ่งบันทึกไว้ในสมุดบันทึกหนังสีดำ
ดวงตาคมกริบของอดีตเซียนหุ้นสาวหันขวับไปมองสามีหนุ่มที่กำลังนอนตะแคงข้าง พยายามขยับตัวอย่างแผ่วเบาที่สุดเพื่อไม่ให้รบกวนการนอนของเธอ ทว่าบาดแผลฉกรรจ์บริเวณหัวไหล่ขวาภายใต้เสื้อกล้ามสีทหารเก่าๆ นั้นกลับซ่อนไว้ไม่มิด รอยเลือดซึมจางๆ ที่ผ้าพันแผลชื้นเหงื่อ ฟ้องชัดเจนว่า "ภารกิจลับ" ที่เขาเพิ่งกลับมารายงานผู้บังคับบัญชาก่อนได้สิทธิ์พักร้อนนั้น... อันตรายกว่าที่เอ่ยปากบอกภรรยาหลายร้อยเท่า
"ถ้ายังขยับตัวแรงอีกนิด แผลตรงหัวไหล่นั่นคงปริออกจนต้องเย็บใหม่อีกรอบแน่ครับ คุณสามี"
เสียงหวานนุ่มทว่าเด็ดขาดดังขึ้นท่ามกลางความมืด ทำให้ร้อยเอกหนุ่มชะงักค้างไปทันที ดวงตาคมดุที่มักใช้สยบศัตรูในสนามรบฉายแววเลิกลั่กอย่างน่าเอ็นดู เขารีบดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมไหล่ด้วยความเก้ๆ กังๆ ราวกับเด็กชายที่ทำความผิดแล้วถูกจับได้คาหนังคาเขา
"ฟางฟาง... ผมทำเธอตื่นหรือครับ? ผมแค่อยاتจะขยับไปหยิบน้ำ..." จางห่าวเอ่ยเสียงอ่อย สรรพนามที่ใช้เรียกเธอมักจะแฝงความเกรงใจและรักใคร่จนคนฟังรู้สึกได้ชัดเจน
หลินฟางไม่พูดเปล่า เธอดีดตัวลุกขึ้นนั่งอย่างคล่องแคล่ว มือเรียวยาวเอื้อมไปเปิดตะเกียงน้ำมันก๊าดบนโต๊ะข้างเตียง แสงสีส้มอบอุ่นสาดส่องให้เห็นใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและความเหนื่อยล้าของนายทหารหนุ่ม แม้ปากจะบอกว่าได้พักร้อนสามวัน แต่สัญชาตญาณของนักเก็งกำไรระดับเซียนบอกเธอว่า การที่จางห่าวถูกส่งตัวกลับมาบ้านกะทันหัน พร้อมร่องรอยกระสุนถากและรอยฟกช้ำดำเขียว ย่อมหมายความว่า "รังของพวกหนูสกปรก" บางกลุ่มกำลังเคลื่อนไหวอยู่ในรัศมีที่ไม่ไกลจากหมู่บ้านแห่งนี้เลย และเป้าหมายของพวกมันอาจไม่ใช่แค่คลังเสบียงของกองทัพ... แต่อาจหมายถึงชีวิตของคนในครอบครัวเขาด้วย
"น้ำไม่ต้องกิน ลุกขึ้นมานั่งดีๆ ครับ" หลินฟางสั่งด้วยน้ำเสียงที่ไม่อนุญาตให้ปฏิเสธ เธอวางมือลงบนหน้าอกแกร่งเบาๆ เพื่อดันให้เขานั่งพิงหัวเตียง จากนั้นจึงจัดการแกะผ้าพันแผลเก่าออกอย่างรวดเร็วและมือเบาเป็นที่สุด ราวกับแพทย์สนามผู้เชี่ยวชาญ
จางห่าวสูดปากด้วยความเจ็บเล็กน้อย แต่เขากลับนิ่งสนิท ยอมให้ภรรยาตัวน้อยปรนนิบัติดูแลอย่างว่างง่าย ดวงตาคมกริบมองสำรวจใบด้านด้านข้างของภรรยาที่ดูเปลี่ยนไปราวกับคนละคน ตั้งแต่ฟื้นขึ้นมาจากไข้ป่าครั้งก่อน หลินฟางไม่ได้เป็นสะใภ้ขี้ขลาดที่ยอมให้ใครรังแกอีกต่อไป แววตาของเธอนิ่งสงบ ทรงพลัง และเต็มไปด้วยความมั่นใจ ยิ่งยามที่เธอบรรจงทายาสมานแผลสูตรพิเศษที่เธอบอกว่า "ปรุงขึ้นเองจากตำรับยาจีนโบราณ" ความเย็นสบายก็แผ่ซ่านเข้าสู่เนื้อเยื่อ จนความเจ็บปวดบรรเทาลงอย่างน่าอัศจรรย์
"คุณมีความลับอะไรปิดบังฉันอยู่หรือเปล่าครับ จางห่าว" หลินฟางเอ่ยถามโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง ปลายนิ้วเรียวนวดคลึงรอบปากแผลเบาๆ เพื่อให้ยาซึมลึก
จางห่าวกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาไม่อยากโกหกภรรยา แต่ข้อตกลงทางราชการและคำสั่งลับระดับสูงสุดทำให้เขาต้องปิดปากเงียบ "ผม... แค่เป็นห่วงคุณ กลัวว่าพวกคนตระกูลจางจะมาสร้างความรำคาญให้คุณอีก..."
"ตระกูลจางพวกนั้นเป็นแค่มดปลวกที่ฉันดีดนิ้วทีเดียวก็กระเด็นตกกระดานแล้วครับ สิ่งที่ฉันถาม ไม่ใช่เรื่องพวกนั้น" หลินฟางเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ แววตาดำขลับคู่นั้นราวกับหลุมดำที่ดึงดูดวิญญาณของชายหนุ่มให้จมดิ่ง "ฉันหมายถึงรอยกระสุนปืนไรเฟิลซุ่มยิงรุ่นล่าสุดจากฝั่งตะวันตก ที่เฉี่ยวหัวไหล่คุณมาเมื่อวานซืนต่างหาก... ทหารเกณฑ์บ้านนอกธรรมดา ไม่มีสิทธิ์เจออาวุธระดับนั้นหรอกนะครับ คุณสารวัตรทหารลับพิเศษ"
ร่างสูงของจางห่าวแข็งค้างไปชั่วขณะ ดวงเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนทึ่ง เขาไม่เคยคิดเลยว่าภรรยาที่ใช้ชีวิตอยู่แต่ในไร่ในนา จะมีความรู้เรื่องอาวุธยุทโธปกรณ์ทันสมัยระดับนี้!
"ฟางฟาง... คุณ..."
"เอาล่ะ ไม่ต้องตกใจขนาดนั้นครับ" หลินฟางอมยิ้มบางๆ ที่มุมปาก รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์และอำนาจเหนือกว่า ทำให้หัวใจของนายทหารหนุ่มเต้นรัวระรัวยิ่งกว่าตอนเผชิญหน้ากับกระสุนปืนเสียอีก "ในเมื่อคุณเหนื่อยและบาดเจ็บมาทั้งที คืนนี้ฉันจะแสดงฝีมือทำอาหารล้างซวยให้คุณกินเอง รับรองว่าอร่อยจนคุณลืมความเจ็บปวดไปเลย"
พูดจบ เธอก็พลิกตัวลงจากเตียง เดินหายเข้าไปในห้องครัวเล็กๆ ทันที โดยทิ้งให้จางห่าวนั่งมองตามด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก ทั้งรัก ทั้งหลง และทั้งหวาดหวั่นในความฉลาดล้ำลึกของภรรยาคนนี้
เมื่อลับสายตาจากสามี หลินฟางก็ก้าวเข้ามาในมิติลับคลังสินค้าทันที บรรยากาศภายในพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลอุณหภูมิคงที่ เต็มไปด้วยชั้นวางสินค้าอุปโภคบริโภคแห่งยุคอนาคตและวัตถุดิบชั้นเลิศที่เธอสะสมไว้ เธอกวาดสายตามองหาวัตถุดิบที่จะใช้ปรุงอาหารมื้อดึกเพื่อฟื้นฟูร่างกายให้อดีตนายทหารผู้แข็งกระด้างแต่นุ่มนวลกับเธอเสมอคนนี้
"อืม... ร่างกายที่เสียเลือดและกล้ามเนื้อฉีกขาด ต้องการโปรตีนคุณภาพสูงและสารอาหารที่ย่อยง่ายแต่ให้พลังงานล้นเหลือ" หลินฟางพึมพำกับตัวเองขณะเดินเลือกหยิบวัตถุดิบอย่างคล่องแคล่ว
ปลายนิ้วเรียวหยิบ "ข้าวหอมมะลิเก่าเกรดพรีเมียม" ที่ผ่านการเก็บรักษาด้วยระบบสุญญากาศ เมล็ดข้าวเรียงตัวสวยงามใสราวกระจก ต่อด้วย "ซี่โครงหมูคุโรบูตะแทรกมันน้อย" จากห้องเย็นปลอดเชื้อ และที่ขาดไม่ได้คือ "โสมป่าอายุร้อยปี" และ "เก๋ากี้แดงเม็ดอวบอ้วน" จากโซนสมุนไพรหายากในมิติ ซึ่งสรรพคุณช่วยบำรุงเลือดลมและฟื้นฟูพละกำลังได้อย่างรวดเร็วยิ่งกว่ายาบำรุงใดๆ ในยุค 80 นี้
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป กลิ่นหอมกรุ่นอันเป็นเอกลักษณ์ของข้าวต้มร้อนๆ ที่เคี่ยวจนเมล็ดข้าวบานเป็นดอกมะลิ ผสมผสานกับกลิ่นหอมหวานละมุนของโสมป่าและกระดูกหมูตุ๋นเปื่อยนุ่ม ก็เริ่มโชยขจรขจายผ่านรอยแตกของประตูไม้เก่า ลอยฟุ้งไปทั่วทั้งห้องครัวและทะลุออกไปสู่อากาศยามดึกสงัดของหมู่บ้าน
ในยุคที่ผู้คนส่วนใหญ่ต้องกินข้าวต้มเจือจางด้วยมันสำปะหลังหรือกากพืชประทังชีวิต กลิ่นหอมของเนื้อสัตว์และข้าวชั้นดีที่ลอยอบอวลไปทั่วบริเวณ ย่อมไม่ใช่เรื่องปกติธรรมดา!
บ้านหลังข้างๆ เริ่มมีเสียงฝีเท้าเดินย่องมาที่รั้วบ้าน เสียงกระซิบกระซาบด้วยความอิจฉาริษยาและอยากรู้อยากเห็นดังแว่วมาตามลม "กลิ่นอะไรวะ? หอมชิบหาย! หรือว่านังสะใภ้บ้านนั้นมันแอบไปต้มเนื้อกินกันเองสองคนผัวเมีย?" เสียงของสะใภ้ใหญ่ตระกูลจางดังลอดเข้ามา พร้อมกับเสียงกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่
หลินฟางยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะหยัน เธอยกหม้อดินเผาใบเล็กที่บรรจุ "ข้าวต้มซี่โครงหมูตุ๋นโสมป่า" ขึ้นมาจากเตา ถอดผ้ากันเปื้อนออกแล้วตักใส่ชามกระเบื้องเคลือบเนื้อเนียนอย่างประณีต โรยหน้าด้วยต้นหอมซอยและพริกไทยขาวป่นใหม่ๆ จนสีสันตัดกันน่ารับประทาน
เมื่อเธอเดินถือถาดอาหารกลับเข้ามาในห้องนอน จางห่าวถึงกับสูดหายใจเข้าลึกๆ ดวงตาคมกริบเป็นประกายระยิบระยับ เขารู้สึกว่าความหิวโหยที่ถูกความเหนื่อยล้ากลบไว้ก่อนหน้านี้ บัดนี้กลับตื่นตัวขึ้นมาทันทีที่กลิ่นหอมนี้แตะจมูก
"ฟางฟาง... นี่มันกลิ่น..." จางห่าวอึ้งไป
"ข้าวต้มซี่โครงหมูตุ๋นยาจีนครับ ทานตอนร้อนๆ จะช่วยให้เลือดลมเดินสะดวกและแผลสมานเร็วขึ้น" หลินฟางวางชามข้าวต้มลงบนโต๊ะไม้ตัวเล็กข้างเตียง เธอยกช้อนขึ้นตักข้าวต้มเป่าเบาๆ จนไอความร้อนจางลง แล้วยื่นไปจ่อริมฝีปากของชายหนุ่ม "อ้าปากครับ คุณสามีผู้เก่งกาจ"
จางห่าวหน้าแดงซ่านด้วยความเขินอาย ชายหนุ่มร่างกำยำสูงใหญ่ผ่านศึกสงครามมาโชกโชน กลับต้องมานั่งให้ภรรยาป้อนข้าวต้มป้อนยาเช่นนี้ หากลูกน้องในกองร้อยมาเห็นเข้า มีหวังเขาคงโดนล้อไปตลอดชีวิตแน่ แต่ทว่า... รอยยิ้มอ่อนโยนและแววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยของหลินฟาง กลับทำให้หัวใจของเขาพองโตจนคับอก
เขายอมอ้าปากรับข้าวต้มคำนั้นเข้าปากทันที
สัมผัสแรกที่แตะลิ้นคือความนุ่มละมุนของเมล็ดข้าวที่ละลายในปาก ตามด้วยรสชาติกลมกล่อมล้ำลึกของน้ำซุปกระดูกหมูที่เคี่ยวจนเคี่ยวหวานเข้มข้น ไร้กลิ่นสาบ มีเพียงกลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรบำรุงกำลังที่ช่วยให้ร่างกายอบอุ่นขึ้นตั้งแต่ลำคอยันปลายเท้า พละกำลังที่เคยเหือดหายไป คล้ายถูกเติมเต็มด้วยพลังงานวิเศษบางอย่าง
"อร่อย... อร่อยมากครับ ฟางฟาง ฝีมือคุณนี่มัน..." จางห่าวเอ่ยชมด้วยความจริงใจจากก้นบึ้งของหัวใจ
"อร่อยก็กินให้หมดครับ เพราะพรุ่งนี้เช้า... เรามีงานใหญ่ต้องทำร่วมกัน" หลินฟางเอ่ยเสียงเรียบ แต่แววตากลับเปล่งประกายความเจ้าเล่ห์และเด็ดเดี่ยวออกมาอย่างปิดไม่มิด
จางห่าวเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัย กำลังจะอ่ยถามว่า "งานใหญ่" ที่ว่าคืออะไร
ทว่า... ในวินาทีนั้นเอง!
*ปัง! ปัง! ปัง!*
เสียงทุบประตูรั้วหน้าบ้านดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่ากลางดึก ตามมาด้วยเสียงแหลมปรี๊ดคุ้นหูของแม่สามีตัวแสบที่ตะโกนแผดเสียงลั่นหมู่บ้าน
"นังสะใภ้ตัวดี! แกแอบซุกซ่อนเนื้ออะไรไว้ในบ้าน! ส่งกลิ่นเหม็นหสาบโฉ่รบกวนชาวบ้านชาวช่อง เปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้ หรือจะให้ฉันพังประตูเข้าไปลากหัวแกออกมา!"
จางห่าวหน้าถมึงทึงขึ้นทันที รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากร่างของนายทหารหนุ่มในเสี้ยววินาที เขารีบขยับตัวจะลุกขึ้นหยิบปืนพกใต้หมอน ทว่าหลินฟางกลับเอื้อมมือไปกดไหล่เขาไว้เบาๆ พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก
"ไม่ต้องขยับครับคุณสามี..." หลินฟางวางชามข้าวต้มลง ชายกระโปรงพลิ้วไหวตามจังหวะก้าวเดินที่มั่นคง เธอหันไปหยิบไม้พายเหล็กสำหรับทำครัวที่วางอยู่ข้างเตาขึ้นมาถือไว้ในมือแทนอาวุธ "ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของภรรยาคนนี้... ออกไปต้อนรับ 'แขกไม่ได้รับเชิญ' ที่มาส่งเงินให้เราใช้ฟรีๆ ดีกว่าครับ"
*(โปรดติดตามตอนต่อไป)*
---
*ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตาม สนับสนุน และร่วมเดินทางย้อนเวลาสร้างความมั่งคั่งไปกับหลินฟางและจางห่าวด้วยกันเสมอนะครับ*
เจ๊ดันสายฟาดกับนายทหารคลั่งรักในยุคขาดแคลน•ตอนที่ 5
กลิ่นหอมของข้าวต้มมื้อแรก
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ๊ดันสายฟาดกับนายทหารคลั่งรักในยุคขาดแคลน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!