เจ๊ดันสายฟาดกับนายทหารคลั่งรักในยุคขาดแคลน•ตอนที่ 6

แยกบ้านออกมาเป็นอิสระ

ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
เสียงตบโต๊ะไม้สนดังสนั่นจนเศษฝุ่นร่วงกราวลงมาจากขอบหน้าต่างบ้านตระกูลจาง ใบหน้าของแม่เฒ่าจางบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนจนน่ากลัว ดวงตาฝ้าฟ่างจ้องเขม็งมาที่หญิงสาวในชุดเรียบร้อยแต่ยืนหลังตรงราวกับสนทนากับขุนนางในราชสำนัก "หลินฟาง! นังตัวดี แกกล้าดียังไงถึงพูดจาแบบนี้ออกIt! อยากแยกบ้านอย่างงั้นเรอะ? ฝันไปเถอะ! กินข้าวหม้อเดียวกันจะมาทำตัวกระด้างกระเดื่องแยกตัวออกไปหากินเอง ปีกกล้าขาแข็งแล้วสินะ!" หลินฟางไม่ได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เธอยังคงถือไม้พายเหล็กเคาะเบาๆ ที่ฝ่ามือ เสียงโลหะกระทบกันดัง 'กริ๊ง... กริ๊ง...' เป็นจังหวะจะโคนราวกับเสียงนับเหรียญทองของนักเก็งกำไรผู้กุมความได้เปรียบในตลาดหุ้น มุมปากของเธอยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความอบอุ่นหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความเย็นเยียบของคนที่มองทะลุปรุโปร่งถึง "ต้นทุนและผลกำไร" ในความสัมพันธ์ครั้งนี้ "คุณแม่สามีพูดเกินไปแล้วครับ... อ้อ, ขออภัย พูดผิดไปนิด พูดเกินไปหน่อยต่างหาก" หลินฟางจงใจเปลี่ยนคำพูดเพื่อยั่วโมโห "พวกเรากินข้าวหม้อเดียวกันจริงหรือครับ? ตั้งแต่ผมแต่งเข้ามาในบ้านหลังนี้ มีวันไหนบ้างที่ข้าวในชามของพวกเราไม่ใช่วิญญาณข้าวสาร เมล็ดลีบๆ ที่ท่านเก็บไว้ก้นถัง ส่วนแป้งขาวและเนื้อหมูที่ส่งมาจากค่ายทหารของพี่ห่าว... เอ่อ ของสามีผม มันหายไปลงท้องของพี่ใหญ่กับน้องสามหมดล่ะครับ?" "นัง... นังสะใภ้ปากกล้า!" แม่เฒ่าจางชี้หน้าจนนิ้วสั่นเทา หันไปทางจางกั๋วเฉียง ลูกชายคนโตผู้มีรูปร่างอ้วนท้วนสมบูรณ์ราวกับหมูขุน "กั๋วเฉียง! แกดูเมียน้องมันสซิ มันกล้าปีนเกลียวผู้ใหญ่แล้ว! จัดการมันซิฟะ!" จางกั๋วเฉียงขยับตัวลุกขึ้นยืน ร่างท้วมๆ เดินอาดๆ เข้ามาหมายจะใช้ความได้เปรียบทางกายภาพข่มขู่ แต่วินาทีนั้นเอง ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มของร้อยเอกจางห่าวก็ก้าวเข้ามาขวางหน้าไว้พอดี ไหล่กว้างที่ผ่านการฝึกฝนอย่างหนักหน่วงแผ่รังสีคุกคามอันน่าเกรงขามออกมาโดยไม่ต้องเปล่งเสียง สายตาคมกริบดุจพญาอินทรีวาดมองพี่ชายแท้ๆ ของตนจนจางกั๋วเฉียงต้องชะงักฝีเท้าโดยอัตโนมัติ กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ "ใครกล้าแตะต้องภรรยาผม... ลองก้าวขาข้ามศพผมไปก่อนสครับ" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังขึ้นราวกับเสียงคำรามของเสือดาว จางห่าวไม่ได้หันไปมองหน้าพี่ชายด้วยซ้ำ เขาส่งสายตาที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนและความคลั่งรักมาทางหลินฟางแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับครอบครัวของตนเองด้วยแววตาเย็นชาไร้เยื่อใย บรรยากาศในห้องโถงอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก สมาชิกตระกูลจางคนอื่นๆ ต่างหลบสายตา ไม่มีใครกล้าสบตากับนายทหารหนุ่มผู้สร้างชื่อเสียงและส่งเงินเดือนครึ่งหนึ่งเข้าบ้านมาตลอดหลายปีนี้ "ดี! ดีมาก! ในเมื่อพวกแกอยากแยกนัก ก็ไสหัวออกไปมือเปล่าซะ!" พ่อเฒ่าจางที่นั่งเงียบสูบยาเส้นมานานนับชั่วโมงเอ่ยขึ้นด้วยเสียงแหบพร่า ใบหน้าย่นยู่ฉายแววเจ้าเล่ห์ "บ้านหลังนี้ ที่ดินแปลงเล็กหลังบ้าน และยุ้งฉาง เป็นสมบัติของตระกูลจาง ถ้าพวกแกอยากแยกบ้าน ออกไปได้เลย แต่ห้ามเอาอะไรติดตัวไปแม้แต่เข็มเล่มเดียว! เงินเดือนของจางห่าวเดือนนี้และที่จะได้ในอนาคต ต้องส่งมาให้บ้านใหญ่ครึ่งหนึ่งเหมือนเดิมในฐานะลูกกตัญญู!" นี่คือการปล้นกลางแสงแดด! ถ้าหลินฟางเป็นหลินฟางคนเก่า เธอนคงร้องไห้ฟูมฟายและยอมจำนนต่อความอยุติธรรมนี้ไปแล้ว แต่นี่คือ "เซียนหุ้นย้อนเวลา" ผู้เชี่ยวชาญการประเมินมูลค่าสินทรัพย์และการเจรจาต่อรองในสถานการณ์วิกฤต หลินฟางหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไพเราะแต่กลับทำให้คนตระกูลจางรู้สึกหนสันหลังวาบ "ท่านพ่อครับ... การทำธุรกิจยังต้องมีสัญญา การแยกบ้านก็ต้องแฟร์ๆ เหมือนกันนะครับ" หลินฟางเดินเข้าไปใกล้โต๊ะไม้ วางมือเรียวบางลงบนพื้นโต๊ะแล้วโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ดวงตากลมโตเป็นประกายเฉลียวฉลาด "ท่านบอกว่าพวกเราจะออกไปมือเปล่าใช่ไหมครับ? ได้... ผมตกลง แต่เรามาเคลียร์บัญชีเก่ากันให้จบก่อนดีกว่า" เธอหันไปหยิบสมุดบัญชีเล่มเล็กที่เธอแอบจดบันทึกไว้ตลอดหลายวันที่ผ่านมาขึ้นมาเปิดกางออก "ตลอดสามปีที่พี่ห่าวแต่งงานเข้าบ้านนี้ เงินเดือนทหารรวมเบี้ยเลี้ยงพิเศษทั้งหมดสามพันสองร้อยหยวน ถูกส่งเข้ากองกลางของตระกูลจางร้อยเปอร์เซ็นต์... ค่าใช้จ่ายในการแต่งงานของพี่ใหญ่จางกั๋วเฉียง หนึ่งพันหยวน... ค่าเล่าเรียนของน้องสามจางกั๋วfu แปดร้อยหยวน... ค่าเหล้าและค่าการพนันของพี่ใหญ่ รวมๆ แล้วเก้าร้อยหยวน..." ใบหน้าของจางกั๋วเฉียงเริ่มซีดเผือด เม็ดเหงื่อผุดขึ้นตามไรผม "หะ... หร่า... หลินฟาง แกพูดบ้าอะไร ใครเอาเงินไปเล่นการพนัน!" จางกั๋วเฉียงโวยวายเสียงหลง "ผมยังไม่ได้บอกว่าใครเล่นการพนันเลยนะครับพี่ใหญ่ ร้อนตัวทำไมล่ะครับ?" หลินฟางยิ้มหวานหยดแต่แววตากลับคมกริบดุจมีดโกน "ในเมื่อท่านพ่อบอกว่าสมบัติทุกชิ้นเป็นของตระกูลจาง และพวกเราต้องออกไปมือเปล่า งั้นก็แปลว่า เงินสามพันสองร้อยหยวนที่สามีผมหามาหยาดเหงื่อแรงกายแลกมา ก็ถือเป็น 'หนี้' ที่ตระกูลจางต้องคืนให้พวกเราด้วยใช่ไหมครับ? หรือว่าเงินเข้าบ้านใหญ่แล้วเปลี่ยนสถานะเป็นเงินกุหลาบ ละลายหายไปในอากาศหมดแล้ว?" "นัง... นังเด็กเปรต! แกกล้าทวงเงินพ่อแม่สามีเรอะ!" แม่เฒ่าจางกรีดร้องเสียงแหลม พยายามจะพุ่งเข้ามาตบหน้าหลินฟาง แต่ทว่า จางห่าวไวกว่า เขาก้าวเข้ามาขวางและใช้มือข้างเดียวกำข้อมือของมารดาไว้แน่น แรงบีบที่ไม่มากไม่น้อยแต่มั่น2คงทำให้แม่เฒ่าจางต้องชะงักและร้องโอดครวญ "แม่ครับ... พอได้แล้วครับ" น้ำเสียงของจางห่าวเย็นเยียบไร้ความรู้สึก "ผมยอมกตัญญูส่งเงินให้บ้านมาตลอด ไม่ใช่เพื่อให้พวกท่านเอาไปปรนเปรอพี่ใหญ่ที่วันๆ เอาแต่กินกับนอน ถ้าวันนี้พวกท่านไม่ยอมให้เราแยกบ้านโดยดี และไม่คืนเงินส่วนที่เหลือ... ผมคงต้องให้ผู้บังคับบัญชาที่ค่ายทหารและหัวหน้าหมู่บ้านมาช่วย 'ตรวจสอบบัญชี' ของครอบครัวเราอย่างละเอียดแล้วล่ะครับว่า เงินสนับสนุนจากกองทัพถูกนำไปใช้อย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือเปล่า" คำว่า "ตรวจสอบโดยกองทัพ" เปรียบเสมือนสายฟ้าฟาดกลางฤดูร้อน! ในยุคสมัยนี้ ครอบครัวทหารหากมีเรื่องเสื่อมเสียเกี่ยวกับการยักยอกเงินหรือประพฤติมิชอบ อนาคตและการงานของคนในครอบครัวย่อมพังทลายลงในพริบตา พ่อเฒ่าจางหน้าถอดสีทันที มือที่ถือกล้องยาเส้นสั่นเทาจนเกือบหลุดมือ "แก... แกกล้าเอาทหารมาขู่พ่อแม่ตัวเองเรอะ ไอ้ลูกอกตัญญู!" พ่อเฒ่าจางคำรามอย่างจนมุม "ผมไม่ได้ขู่ครับท่านพ่อ ผมแค่ใช้สิทธิ์ของพลเมืองและทหารหาญที่ปกป้องประเทศชาติ" จางห่าวตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย "สรุปคือ... จะให้เราแยกบ้านแต่โดยดี หรือจะให้ผมไปตามหัวหน้าหมู่บ้านมาเคลียร์ตอนนี้เลยครับ?" ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องโถงอีกครั้ง เสียงลมหายใจหอบถี่ของแม่เฒ่าจางดังสะท้อนก้อง จางกั๋วเฉียงส่งสายตาอ้อนวอนผู้เป็นพ่อ เพราะถ้าเรื่องถึงหูทางการ มีหวังความลับเรื่องที่เขาแอบเอาเงินไปเล่นการพนันคงปิดไม่มิดแน่ พ่อเฒ่าจางหลับตาลงอย่างจำยอม ความโลภพ่ายแพ้ให้กับความกลัวต่ออำนาจรัฐ เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ราวกับคนแก่ลงไปอีกสิบปี "ก็ได้... อยากแยกนักใช่ไหม? ไสหัวไปซะ! เอาเงินไปพันหยวนเป็นค่าตัดขาดจากกัน แล้วหลังจากนี้พวกแกสองคนตายซากที่ไหน ก็ไม่ต้องมาเหยียบตระกูลจางอีก!" หลินฟางแอบยิ้มในใจ พันหยวนบวกกับเสบียงสำรองที่เธอซ่อนไว้ในมิติลับ แค่นี้ก็มากเกินพอที่จะเริ่มต้นสร้างอาณาจักรความมั่งคั่งของเธอและสามีแล้ว! "ตกลงตามนี้ครับ... พรุ่งนี้เช้า เราจะไปทำหนังสือสัญญาแยกบ้านต่อหน้าหัวหน้าหมู่บ้าน" หลินฟางกล่าวสรุปอย่างเฉียบขาด ก่อนจะหันไปจับแขนเสื้อของสามี "กลับบ้านกันเถอะครับสามี ป่านนี้ซุปกระดูกหมูที่ผมเคี่ยวไว้ในครัวคงส่งกลิ่นหอมกรุ่นไปทั่วตรอกแล้ว เดี๋ยวอาหารจะอร่อยสู้กลิ่นอายของอิสรภาพไม่ได้นะ" จางห่าวอมยิ้มบางๆ แววตาที่มองภรรยาเต็มไปด้วยความรักและความหลงใหลอย่างไร้ขีดจำกัด เขาเอื้อมมือไปกุมมือเรียวของเธอไว้แน่นแล้วเดินเคียงคู่กันออกจากบ้านตระกูลจางท่ามกลางสายตาแค้นเคืองของคนบ้านใหญ่ ทว่า... ในขณะที่ทั้งสองกำลังเดินกลับกระท่อมหลังเล็กปลายหมู่บ้าน หลินฟางก็สังเกตเห็นเงาร่างคุ้นตาของใครบางคนกำลังแอบซุ่มมองพวกเขาอยู่หลังพุ่มไม้ พร้อมกับถุงกระดาษสีน้ำตาลลึกลับในมือ นั่นมัน... สหายเสิ่น คนจากสหกรณ์อำเภอที่เคยพยายามเอาเปรียบเธอเมื่อชาติก่อนไม่ใช่หรรือ? และที่สำคัญที่สุด ในมือของเขากำลังถือเอกสารลับบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับโฉนดที่ดินผืนที่เฃาเพิ่งตกลงจะใช้สร้างโรงงานในอนาคต! (โปรดติดตามตอนต่อไปครับ) -------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางสร้างความมั่งคั่งและฟาดฟันคนโลภไปกับครอบครัวจางนะครับ!
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ๊ดันสายฟาดกับนายทหารคลั่งรักในยุคขาดแคลน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%