"คุณคิดว่าผู้หญิงที่วันๆ วนเวียนอยู่แต่กับกะทะและตะหลิว จะเข้าใจกลไกการตลาดของอุตสาหกรรมสิ่งทอที่กำลังผันผวนในตอนนี้ได้สักกี่น้ำกันเชียว คุณหลิน?"
เสียงทุ้มต่ำของ 'หลิวเจี้ยน' นักธุรกิจค้าผ้าผู้หยิ่งผยองดังขึ้นกลางโต๊ะอาหารหรูหรา เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทางยโส ในมือควงแก้วไวน์ราคาแพง สายตาที่มองหลินฟางเต็มไปด้วยความเหยียดหยามราวกับเขากำลังมองมดปลวกตัวหนึ่ง
หลินฟางไม่ได้สะทกสะท้าน เธอยกน้ำชาขึ้นจิบช้าๆ กลิ่นหอมกรุ่นของใบชาชั้นดีไม่ได้ทำให้ใจเธอสั่นไหวแม้แต่น้อย ในแววตาของเธอมีเพียงความนิ่งสงบดั่งผิวน้ำที่ไม่มีวันกระเพื่อม เธอวางถ้วยชาลงบนจานรองเสียงดัง 'กริ๊ก' เบาๆ แต่มันกลับทำให้บรรยากาศรอบโต๊ะดูตึงเครียดขึ้นทันตา
"การตลาดน่ะหรือครับคุณหลิว?" หลินฟางเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยคมมีดที่ซ่อนอยู่ในสำลี "สำหรับผม... อภัยครับ สำหรับดิฉันแล้ว การตลาดไม่ใช่แค่การคาดเดาตัวเลขในกระดาษ แต่มันคือการเข้าใจ 'หัวใจ' ของผู้ซื้อ และสิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือการบริหารความเสี่ยงที่คนอย่างคุณอาจจะมองข้ามไปเพราะความมั่นใจในกำไรระยะสั้นจนเกินไป"
จางห่าวที่นั่งอยู่ข้างกายหลินฟางขยับตัวเล็กน้อย มือหนาของเขาวางลงบนโต๊ะข้างมือภรรยาอย่างปกป้อง สายตาของเขามองไปที่หลิวเจี้ยนด้วยประกายวาวโรจน์ นายทหารหนุ่มไม่ได้พูดอะไร แต่แรงกดดันจากแผ่นหลังที่กว้างใหญ่และรัศมีความน่าเกรงขามที่แผ่ออกมาทำให้คนรอบข้างรู้สึกหายใจไม่ออก
"น่าขัน" หลิวเจี้ยนหัวเราะร่า "กลไกตลาดปัจจุบันผูกขาดโดยกลุ่มทุนใหญ่ คุณจะเอาอะไรมาสู้กับคนที่มีเครือข่ายส่งออกทั่วประเทศอย่างผม?"
หลินฟางหยิบสมุดบันทึกเล่มเล็กออกมาจากกระเป๋า เธอเปิดหน้าหนึ่งที่จดตัวเลขและแผนภูมิการเงินที่เธอวิเคราะห์ไว้ด้วยทักษะเซียนหุ้นที่ฝังรากลึกอยู่ในจิตวิญญาณ เธอวางมันลงตรงหน้าหลิวเจี้ยน
"คุณมองเห็นแค่เครือข่าย แต่คุณมองไม่เห็น 'ช่องว่าง' ของตลาดครับ" หลินฟางจงใจเน้นคำว่า 'ครับ' เพื่อล้อเลียนความมั่นใจของอีกฝ่าย "ในขณะที่คุณกักตุนผ้าฝ้ายดิบเพื่อรอปั่นราคาในช่วงฤดูหนาว คุณลืมไปหรือเปล่าว่าค่าขนส่งข้ามมณฑลกำลังจะปรับตัวสูงขึ้นภายในสามวันข้างหน้าตามนโยบายใหม่ของรัฐ และถ้าคุณยังไม่รีบปล่อยของล็อตนี้ออกไปในราคาที่ต่ำกว่าตลาดเล็กน้อยเพื่อดึงกระแสเงินสดกลับมา คุณจะเหลือเพียงผ้าค้างสต็อกที่มูลค่าจะตกลงฮวบฮาบเมื่อสินค้าเกรดพรีเมียมจากแหล่งอื่นหลั่งไหลเข้ามา"
หลิวเจี้ยนชะงัก สีหน้าของเขาที่เคยหยิ่งผยองเริ่มเปลี่ยนเป็นซีดเผือด เขาหยิบสมุดเล่มนั้นขึ้นมาดู ตัวเลขที่หลินฟางคำนวณไว้มันแม่นยำจนน่าขนลุก ยิ่งไปกว่านั้น มันคือข้อมูลเชิงลึกที่แม้แต่ที่ปรึกษาการเงินของเขายังไม่เคยเอ่ยถึง
"เป็นไปไม่ได้... ข้อมูลนโยบายนี้เป็นความลับชั้นต้น คุณไปเอามาจากไหน?" หลิวเจี้ยนเสียงสั่น
"คนที่เป็นนักธุรกิจจริงๆ เขาไม่ถามหรอกครับว่าข้อมูลมาจากไหน แต่เขาจะถามตัวเองว่า 'ทำอย่างไรถึงจะไม่ขาดทุนจนหมดตัว' ต่างหาก" หลินฟางยิ้มเย็น "ดิฉันมีทางเลือกให้คุณสองทาง หนึ่งคือคุณจะดึงดันเก็บของไว้จนกลายเป็นกระดาษเช็ดก้นในไม่กี่สัปดาห์ หรือสอง คือขายมันให้ดิฉันในราคาต้นทุนบวกกำไรเพียงเล็กน้อย เพื่อที่ดิฉันจะนำไปกระจายต่อในตลาดที่ยังมีความต้องการสูง... คุณเลือกเอา"
จางห่าวขยับยิ้มที่มุมปากอย่างภูมิใจ เขาเอื้อมมือไปกุมมือภรรยาแน่นขึ้น ความฉลาดปราดเปรื่องของหลินฟางคือสิ่งที่เขาหลงใหลที่สุด ยิ่งเห็นคนพวกนี้ถูกฟาดฟันจนมุมด้วยสมองของเธอ เขายิ่งรู้สึกว่าตัวเองเป็นชายที่โชคดีที่สุดในแผ่นดิน
"ผมขอเวลาตัดสินใจ" หลิวเจี้ยนพึมพำ เขาเก็บสมุดเล่มนั้นคืนหลินฟางด้วยมือที่สั่นเทา ความมั่นใจในฐานะนักธุรกิจชายผู้ยิ่งใหญ่พังทลายลงในพริบตา
"คุณมีเวลาถึงแค่ก่อนพระอาทิตย์ขึ้นวันพรุ่งนี้ครับ" หลินฟางลุกขึ้นยืน สง่างามและทรงพลัง "หลังจากนั้น ต่อให้คุณคลานมาขอร้อง ดิฉันก็คงไม่มีเหตุผลที่จะต้องช่วยเหลือคนที่ไม่รู้จักให้เกียรติผู้หญิงอย่างคุณอีกต่อไป"
ทั้งสองเดินออกจากภัตตาคารหรูทิ้งให้หลิวเจี้ยนนั่งจมอยู่กับความเงียบและตัวเลขมรณะในหัว ภายนอกร้านอากาศเย็นสบาย จางห่าวโอบไหล่ภรรยาไว้แน่น
"คุณเก่งมากครับฟางฟาง" เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงอบอุ่น
"นั่นเป็นแค่บทเรียนแรกสำหรับคนที่ดูถูกเราครับคุณจาง" หลินฟางซบหน้าลงกับอกแกร่งของสามี "แต่พรุ่งนี้... เรื่องใหญ่กว่านั้นกำลังจะเริ่มขึ้น"
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มคนหลายสิบคนก็ดังขึ้นจากซอยมืดด้านหน้า ไฟถนนที่ริบหรี่ส่องให้เห็นเงาร่างของชายฉกรรจ์ในชุดดำที่คุ้นตา พวกมันล้อมกรอบคนทั้งสองไว้พร้อมมีดในมือ
ชายคนที่นำหน้าถ่มน้ำลายลงพื้น สายตาจ้องเขม็งมาที่หลินฟาง "นังผู้หญิงสารเลว! แกขัดขวางทางทำกินของเจ้านายพวกข้า ถึงเวลาที่แกต้องชดใช้แล้ว!"
จางห่าวก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว รัศมีนักฆ่าที่เคยกดทับไว้ถูกปลดปล่อยออกมาจนอากาศรอบตัวหนาวเหน็บ เขาหันมาหาหลินฟางพร้อมรอยยิ้มที่ทำให้เหล่าโจรชะงัก
"ดูเหมือนว่า... ค่ำคืนนี้จะได้ออกกำลังกายกันหน่อยนะครับที่รัก"
เขายังไม่ทันขาดคำ ชายในชุดดำคนหนึ่งก็พุ่งเข้ามาพร้อมมีดเล่มยาว แต่ในวินาทีที่คมมีดจะถึงตัวหลินฟาง เสียงปืนจากความมืดฝั่งตรงข้ามก็ดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับรถกระบะสีดำคันหนึ่งที่พุ่งเข้ามาจอดปิดทางออกอย่างจัง ร่างของชายลึกลับในชุดสูทก้าวลงมาจากรถ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้จางห่าวและหลินฟางต้องขมวดคิ้ว
"ร้อยเอกจางห่าว... ทางการต้องการตัวคุณด่วนที่สุด มีเรื่องด่วนที่สถานีลับที่ไม่มีใครรู้ว่ามีอยู่บนแผนที่ครับ!"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามเส้นทางชีวิตของหลินฟางและจางห่าวครับ ผม "เซียนหุ้นย้อนเวลา" จะรอพบกับทุกท่านในตอนถัดไปครับ
เจ๊ดันสายฟาดกับนายทหารคลั่งรักในยุคขาดแคลน•ตอนที่ 20
บทเรียนของผู้ที่ดูถูกผู้หญิง
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ๊ดันสายฟาดกับนายทหารคลั่งรักในยุคขาดแคลน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!