"ถ้าพวกท่านยังกล้าเอาข้าวสารขึ้นรามาปนขายให้ชาวบ้านอีกแม้แต่ถังเดียว อย่าหาว่าฉันคนนี้ไม่ไว้หน้า พาคนไปรื้อป้ายร้านให้ขายขี้หน้ากันทั้งอำเภอ!"
เสียงตบโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหว ตามมาด้วยเสียงก้อนเงินหยวนกระแทกลงบนไม้เนื้อแข็งดังปึกใหญ่ หลินฟางในชุดเสื้อผ้าฝ้ายสีทึบเรียบง่ายแต่สะอาดสะอ้านยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าพ่อค้าคนกลางหน้าเลือดประจำตำบล สายตาของเธอคมกริบราวกับมีดผ่าตัดที่พร้อมจะเฉือนเอาความโลภออกมาแผ่หลาให้คนอื่นดู เม็ดเงินในมือของเธอนั้นไม่ใช่เงินธรรมดา แต่เป็นผลกำไรก้อนโตที่เธอเพิ่งกอบโกยมาได้จากการเก็งกำไรสินค้าเกษตรแปรรูปในตลาดมืดเมื่อรุ่งสางที่ผ่านมา
การค้าขายในยุคเจ็ดสิบปลายเช่นนี้ กฎเกณฑ์ยังคงเข้มงวด ช่องว่างระหว่างความอดอยากกับความมั่งคั่งมีเพียงแค่เส้นด้ายบางๆ แต่วิญญาณนักเก็งกำไรระดับเซียนหุ้นอย่างเธอย่อมมองเห็น "โอกาสทอง" ที่คนอื่นมองข้าม ในเมื่อชาวบ้านในคอมมูนกำลังต้องการแป้งสาลีคุณภาพดีและน้ำมันหมูเพื่อประทังชีวิต แต่พ่อค้าหน้าเลือดพวกนี้กลับกักตุนและเอาเปรียบ เธอจึงใช้ "มิติลับ" ในการคัดสรรสินค้าเกรดพรีเมียมจากโลกอนาคตมาแปลงโฉมใหม่ให้กลายเป็นสินค้าท้องถิ่นชั้นเลิศ แล้วเทขายรวดเดียวจนกวาดเงินสดเข้ากระเป๋าจนแน่นเอี๊ยด
"คุณฟาง... ใจเย็นๆ ก่อนครับ อย่าเพิ่งกริ้วไปเลย เรื่องสินค้าล็อตนี้ ทางเรายินดีลดราคาให้ครึ่งหนึ่ง... ไม่สิ สองส่วนสามเลยครับ!" พ่อค้าคนกลางหน้าซีดเผือด เหงื่อกาฬแตกพลั่ก เขาจำต้องยอมจำนนต่อหน้ากองเงินสดและรัศมีที่เฉียบขาดของหญิงสาวตรงหน้า หลinฟางแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ โลกใบนี้ไม่ได้ใจดีกับคนอ่อนแอ หากเธอไม่แสดงความเด็ดขาดให้เห็น เกรงว่าพวกเหลือขอเหล่านี้คงตามรังควานไม่เลิกรา
ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียด สายตาคู่หนึ่งที่ยืนกอดอกพิงเสาไม้ไผ่อยู่ไม่ไกลกลับเต็มไปด้วยประกายระยิบระยับของความหลงใหล ร้อยเอกจางห่าวในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้ม ร่างกายกำยำสูงใหญ่สมชายชาตรี เขามองภรรยาตัวน้อยที่กำลังฟาดฟันกับเหล่าพ่อค้าด้วยความรู้สึกภาคภูมิใจจนอกแทบระเบิด ภรรยาของเขาไม่ได้อ่อนแอหรือบอบบางเหมือนหญิงสาวชาวบ้านทั่วไป เธอฉลาดเป็นกรด เด็ดเดี่ยว และมีเสน่ห์เหลือล้นจนเขาแทบอยากจะอุบออมเธอไว้ไม่ให้ใครมองเห็น
ทว่า ในขณะที่จางห่าวกำลังเคลิบเคลิ้มกับภาพตรงหน้า สายตาคมกริบของเขากลับเหลือบไปเห็นชายหนุ่มท่าทางเจ้าเล่ห์คนหนึ่งกำลังเดินเข้ามาใกล้หลินฟาง พร้อมกับถือวิสาสะยื่นมือหมายจะแตะศอกของเธอเพื่อเกลี้ยกล่อม
*เปรี้ยง!*
เสียงรองเท้าคอมแบตกระทบพื้นไม้ดังสนั่น จางห่าวพุ่งตัวเข้ามาแทรกกลางระหว่างภรรยาและชายแปลกหน้าด้วยความเร็วสูง ร่างสูงใหญ่บังหลินฟางไว้มิดชิด ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีย์จ้องมองชายหนุ่มคนนั้นจนอีกฝ่ายสะดุ้งสุดตัว ถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัว
"ถอยมือสกปรกของแกออกไป ถ้าไม่อยากให้ฉันหักมันทิ้ง" เสียงทุ้มต่ำทรงพลังลอดไรฟันออกมาด้วยความหึงหวง น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยไอสังหารของนายทหารผ่านศึกที่ผ่านสนามรบมาโชกโชน จางห่าวหึงภรรยาตัวเองยิ่งกว่าสิ่งใด แม้แต่ลมหายใจของคนรอบข้างเขายังรู้สึกว่ามันเข้าใกล้เธอมากเกินไป
หลินฟางที่ถูกสามีตัวโตดึงเข้าไปโอบกอดไว้แนบอก ย่อมรู้ทันนิสัยขี้หวงระดับสิบของสามีคนนี้ เธออดไม่ได้ที่จะอมยิ้มบางๆ มือเรียวยื่นไปหยิกเอวสอบของเขาเบาๆ เป็นการปราม แต่น้ำเสียงที่เอ่ยออกมากลับเจือความอ่อนโยน "พี่ห่าว... คนเขากำลังเจรจาธุรกิจ คุณมาทำหน้ายักษ์ขู่ลูกค้าแบบนี้ เดี๋ยวเขาก็วิ่งหนีกันหมดหรอกค่ะ"
"ใครกล้าหนี ผมจะเอาลูกปืนกรอกปากพวกมัน" จางห่าวพึมพำตอบเสียงเบา ก้มหน้าลงมองภรรยาด้วยแววตาคลั่งรักที่ฉายชัดเจนจนคนรอบข้างต้องเบือนหน้าหนีด้วยความอิจฉา รัศมีอำมหิตเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงสามีผู้แสนจะเชื่องและรักภรรยาเป็นชีวิตจิตใจ
เมื่อจัดการเรื่องพ่อค้าคนกลางและสะصมเงินทุนก้อนโตได้เรียบร้อยแล้ว ทั้งสองก็เดินทางกลับมายังบ้านพักในค่ายทหาร หลินฟางใช้เวลาช่วงบ่ายในการจัดการกับผลกำไรมหาศาลที่ได้มา เธอหยิบวัตถุดิบชั้นดีออกจากมิติลับ ทั้งเนื้อหมูสามชั้นติดมันสวยงาม เครื่องเทศหอมกรุ่น และแป้งสาลีเนื้อละเอียด เพื่อเตรียมทำอาหารมื้อใหญ่ฉลองความสำเร็จในการลงทุนครั้งแรกของพวกเขา
กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารมื้อเย็นเริ่มลอยฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณบ้านพัก ส่งกลิ่นเย้ายวนจนเพื่อนบ้านต่างพากันชะเง้อมองด้วยความอยากรู้อยากเห็น เมนูวันนี้คือ "หมูตุ๋นน้ำแดงรสเลิศ" ที่เคี่ยวจนเปื่อยนุ่มละลายในปาก เคียงคู่กับหมั่นโถวร้อนๆ นึ่งสดใหม่จากเตา ควันสีขาวกรุ่นลอยขึ้นพร้อมกับกลิ่นหอมของเครื่องเทศที่เตะจมูกใครก็ตามที่เดินผ่าน
จางห่าวช่วยภรรยาจัดโต๊ะอาหารด้วยความกระตือรือร้น เขานั่งมองหลินฟางตักอาหารใส่ชามด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความสุข ชีวิตในยุคที่เต็มไปด้วยความขาดแคลนเช่นนี้ กลับอุดมสมบูรณ์และอบอุ่นหัวใจอย่างเหลือเชื่อด้วยฝีมือของภรรยาคนนี้
ทว่า ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะหยิบตะเกียบเพื่อลิ้มรสอาหารมื้ออร่อย เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอย่างเร่งรีบและไร้มารยาทที่หน้าบ้าน
*ก๊อกๆๆ!*
หลินฟางขมวดคิ้วเล็กน้อย ขณะที่จางห่าววางตะเกียบลงทันที ใบหน้าคมเข้มกลับมาเคร่งขรึมขึ้นอีกครั้ง
เมื่อเปิดประตูออกไป ภาพของหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งยืนหอบแฮกอยู่หน้าบ้าน พร้อมกับใบหน้าที่ซีดเผือกและน้ำตาคลอเบ้า ทำให้ทั้งสองชะงักไป แม่สามีจอมสูบเลือดสูบเนื้อที่ควรจะอยู่ต่างจังหวัด กลับมายืนตัวสั่นเทาอยู่หน้าประตู พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้บรรยากาศในบ้านพลิกคว่ำในพริบตา
"ฟาง... ลูกช่วยแม่ด้วย ตาแก่ที่บ้านถูกคนในตลาดจับตัวไปเพราะติดหนี้การพนันก้อนโต พวกมันบอกว่าถ้าไม่มีเงินห้าร้อยหยวนภายในคืนนี้... พวกมันจะตัดนิ้วเขา!"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "เซียนหุ้นย้อนเวลา" เสมอมานะครับ
เจ๊ดันสายฟาดกับนายทหารคลั่งรักในยุคขาดแคลน•ตอนที่ 9
กำไรก้อนโตและการลงทุน
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ๊ดันสายฟาดกับนายทหารคลั่งรักในยุคขาดแคลน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!