"แม่ขา... ลินินวาดรูปคุณแม่คนสวยเสร็จแล้วค่ะ!"
เสียงใสแจ๋วราดรดลงบนหัวใจที่เคยแห้งผากราวกับหยาดฝนแรกแห่งฤดูกาล รินรดาละสายจากหน้าจอแล็ปท็อป รอยยิ้มละมุนละไมผุดขึ้นบนเรียวปากอิ่มทันทีที่ได้เห็นก้อนนุ่มฟูในชุดกระโปรงลายดอกไม้สีเหลืองมัสตาร์ดวิ่งเตาะแตะเข้ามาหา
เด็กหญิงลินินในวัยสามขวบเต็ม เปรียบเสมือนภาพสะท้อนย่อส่วนของรินรดาในยามที่ดวงตากลมโตคู่นั้นมองโลกด้วยความสดใส ทว่าโครงหน้าเรียวและสันจมูกโด่งรั้นกลับถอดแบบมาจากใครอีกคน... ใครคนที่รินรดาพยายามฝังกลบไว้ในหลุมศพแห่งความทรงจำอย่างเลือดเย็น
"ไหนให้แม่ดูหน่อยสคะคนเก่ง" รินรดาช้อนตัวอุ้มลูกสาวขึ้นมาแนบอก สัมผัสนุ่มนิ่มและกลิ่นแป้งเด็กจางๆ ช่วยขับไล่ความเหนื่อยล้าจากการทำงานตลอดทั้งวันให้ปลิวหายไปในพริบตา
กระดาษวาดเขียนในมือเล็กๆ ปรากฏภาพผู้หญิงผมยาวสลวยที่มีมงกุฎดอกไม้บนศีรษะ แม้ลายเส้นจะบิดเบี้ยวตามประสาเด็กวัยเตาะแตะ แต่นัยน์ตากลมโตที่ถูกระบายด้วยสีฟ้าสดใสกลับเปี่ยมไปด้วยความรักที่คนวาดตั้งใจถ่ายทอดออกมาอย่างหมดหัวใจ
"คุณแม่สวยที่สุดในโลกเลยค่ะ เหมือนเจ้าหญิงในนิทานที่แม่ชอบเล่าให้ลินินฟังก่อนนอนเลย" ลินินเอ่ยพล้อมกับใช้มือป้อมๆ โอบรอบลำคอระหงของมารดาแน่น ฝังแก้วยุ้ยๆ ลงกับลาดไหล่ของเธออย่างออดอセ
รินรดากระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น หัวใจที่เคยแตกสลายจนไม่เหลือชิ้นดีในอดีต บัดนี้ได้รับการเยียวยาจนกลับมาสมบูรณ์อีกครั้งด้วยดวงใจดวงน้อยๆ ดวงนี้ การเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวไม่ใช่เรื่องง่าย ในวันที่ไม่มีใครคอยโอบอุ้ม เธอกลายเป็นทั้งเกราะป้องกันและร่มโพธิ์ร่มไทรให้ลูกสาว แต่เธอก็ไม่เคยนึกเสียใจเลยสักนิด... ตรงกันข้าม ความสุขที่ได้เห็นเติบโตในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความรักและความสงบ คือชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเธอ
"ถ้าคุณแม่เป็นเจ้าหญิง ลินินก็ต้องเป็นนางฟ้าตัวน้อยของแม่แน่ๆ เลยค่ะ" รินรดาหัวเราะเบาๆ พรางกดจมูกโด่งรัดลงบนแก้วยุ้ยทั้งสองข้างอย่างหมั่นเขี้ยว จนเด็กน้อยส่งเสียงหัวเราะคิกคักชอบใจ
คฤหาสน์หลังโตในกรุงลอนดอนที่เธอเคยถูกกักขังไว้ด้วยพันธนาการแห่งการแต่งงานไร้รัก บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยอพาร์ตเมนต์อบอุ่นย่านชานเมือง แสงแดดยามเย็นที่สาดส่องผ่านกระจกหน้าต่าง อาบไล้ไลฟ์สไตล์อันเรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยความหมาย ทุกตารางเมตรในบ้านหลังนี้อบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะและอิสรภาพที่เธอแลกมาด้วยหยาดน้ำตา
ช่วงเวลาอาหารเย็นดำเนินไปอย่างครื้นเครง แม้จะมีกันแค่สองแม่ลูก แต่วิถีชีวิตที่เธอสร้างขึ้นด้วยลำแข้งของตัวเองทำให้ข้าวทุกคำและน้ำทุกแก้วมีรสชาติหวานล้ำ รินรดามองดูลินินที่กำลังพยายามตักซุปเข้าปากด้วยความตั้งใจ ดวงตาคู่สวยฉายแววเด็ดเดี่ยวและมั่นคง... เธอจะไม่มีวันยอมให้ผู้ชายใจร้ายคนนั้นก้าวเข้ามาทำลายรอยยิ้มนี้เด็ดขาด ไม่ว่าเขาจะตามหาเธอจนพลิกแผ่นดินสักแค่ไหนก็ตาม
เสียงโทรศัพท์มือถือบนเคาน์เตอร์ครัวแผดเสียงขึ้นทำลายความเงียบ รินรดาลอบถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะผละจากโต๊ะอาหารมารับสาย ปลายสายคือรุ่นพี่สาวคนสนิทที่คอยช่วยเหลือเธอด้านธุรกิจสตาร์ทอัพออกแบบลายผ้ามาโดยตลอด
"รินคะ งานจัดแสดงนิทรรศการศิลปะและแฟชั่นที่ปารีสเดือนหน้า ทางผู้จัดยืนยันแล้วนะว่าอยากให้แบรนด์ 'RinLina' ของน้องรินไปเปิดบูธเดี่ยวในโซนไฮไลต์!" น้ำเสียงตื่นเต้นดีใจลอดผ่านลำโพงมา
รินรดายิ้มกว้างด้วยความภาคภูมิใจ ความเหน็ดเหนื่อยตลอดสองปีที่ผ่านมาในการสร้างแบรนด์เสื้อผ้าเด็กและแฟชั่นมารดา-บุตร จนเป็นที่ยอมรับในระดับสากล กำลังผลิดอกออกผลอย่างงดงาม "ขอบคุณพี่พิมพ์มากๆ เลยนะคะสำหรับการสนับสนุน ถ้าไม่ได้พี่พิมพ์ รินคงไม่กล้าก้าวมาถึงจุดนี้"
"เพราะความสามารถและใจที่สู้ของน้องรินต่างหากล่ะคะ เหมาะสมแล้วล่ะค่ะที่จะได้ยืนอย่างสง่างามในจุดนี้ ว่าแต่... จะเดินทางไปปารีสล่วงหน้ากี่วันคะเนี่ย"
"รินกะว่าจะเดินทางสัปดาห์หน้าเลยค่ะ พาแกแก้วตาดวงใจไปด้วย" เธอตอบพรางหันไปมองลูกสาวตัวน้อยที่กำลังโบกมือเรียกให้เธอมาป้อนผลไม้
บทสนทนาดำเนินต่อไปอีกครู่ใหญ่ก่อนจะวางสาย รินรดากลับมานั่งที่โต๊ะอาหารอีกครั้งพร้อมกับรอยยิ้มพิมพ์ใจ ชีวิตของเธอกำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ปราศจากเงาของคิรากร อดีตสามีผู้เย็นชาและเย่อหยิ่งคนนั้น
ทว่า... ในมุมหนึ่งของโลกที่ห่างไกลออกไป ชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมและไม่เคยรู้จักคำว่า 'พ่ายแพ้' กำลังยืนมองภาพถ่ายใบเล็กในกระเป๋าเงิน—ภาพถ่ายของแหวนเพชรวงเกลี้ยงที่เขาเคยทิ้งไว้บนโต๊ะทำงานในคืนวันหย่า... และเอกสารสืบสวนลับที่เพิ่งถูกส่งตรงถึงโต๊ะทำงานของท่านประธานหนุ่มแห่งอาณาจักรธุรกิจหมื่นล้าน
คิรากรขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นเป็นริ้ว ดวงตาคมกริบสีนิลกาฬวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะและระลอกคลื่นแห่งความตกตะลึง เมื่อบรรทัดสุดท้ายในรายงานสืบสวนระบุชัดเจนว่า...
*อดีตภรรยาที่เขาตามหาตัวพลิกแผ่นดิน ไม่ได้มีแค่ตัวคนเดียว... แต่เธอกำลังอุ้มชูเด็กหญิงวัยสามขวบ ที่มีใบหน้าถอดแบบพิมพ์เดียวกับเขาอย่างไร้ที่ติ!*
รินรดายังคงนอนกอดรัดลูกสาวอยู่บนเตียงนอนนุ่มในค่ำคืนอันเงียบสงบ โดยไม่ล่วงรู้เลยแม้แต่น้อยว่า... โซ่ตรวนแห่งอดีตที่เธอพยายามตัดขาดกำลังจะกระชากกลับมาด้วยแรงเหวี่ยงที่รุนแรงและบ้าคลั่งกว่าเดิม เมื่อกรงเล็บของพญาอินทรีย์ผู้ไร้หัวใจ ได้ล็อกเป้าหมายมาที่สองแม่ลูกเรียบร้อยแล้ว... และเขาไม่มีวันยอมปล่อยเหยื่อชิ้นสำคัญนี้ให้หลุดมือไปเป็นครั้งที่สองอย่างเด็ดขาด!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและโอบกอดหัวใจของสองแม่ลูกมาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - ละอองดาวเดือนเก้า
หย่าแล้ว...อย่าฝันว่าจะได้เจอหน้าลูก•ตอนที่ 8
แม่เลี้ยงเดี่ยวคนเก่ง
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้ว...อย่าฝันว่าจะได้เจอหน้าลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!