"ฉันบอกคุณเป็นครั้งสุดท้ายแล้วนะคะคุณคิรากร ว่าโปรเจกต์รีสอร์ทฝั่งอ่าวไข่มุก ทางเราไม่รับข้อเสนอเพิ่มทุนจากบริษัทคุณค่ะ"
น้ำเสียงหวานที่เจือความเยียบเย็นและเด็ดเดี่ยวลอยล่องอยู่กลางห้องทำงานส่วนตัว รินรดาในชุดสูทเข้ารูปสีครีมสะท้อนภาพเวิร์กกิ้งوูเมนผู้เต็มเปี่ยมด้วยพลังอำนาจ เธอยืนสง่านิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้สักทอง ทอดสายตามองผ่านกระจกใสบานใหญ่ลงไปยังผืนน้ำทะเลสีครามระยิบระยับเบื้องล่างของเมืองชายทะเลอันสงบเงียบแห่งนี้ เมืองที่เธอเลือกใช้เป็นหลุมหลบภัยและสร้างอาณาจักรเล็กๆ ของตัวเองขึ้นมาใหม่... เมืองที่เธอคิดว่าปลอดภัยจากการตามล่าของอดีตสามีผู้ไร้หัวใจ
แต่ทว่า... โชคชะตากลับชอบเล่นตลกกับหัวใจที่บอบช้ำเสมอ
ปึก!
เสียงแฟ้มเอกสารหนาถูกกระแทกลงบนโต๊ะทำงานตรงหน้าอย่างแรง จนรินรดาต้องสะดุ้งเล็กน้อย ดวงตากลมโตตวัดกลับมามองผู้บุกรุกด้วยความไม่พอใจ ก่อนที่ลมหายใจของเธอจะสะดุดกึก ราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นกระชากวิญญาณออกจากร่าง
ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดพิเศษเนื้อดี กลิ่นกายคุ้นเคยที่เคยฝังแน่นอยู่ในความทรงจำอันเจ็บปวด และใบหน้าหล่อเหลาคมคายที่ประดับด้วยรอยยิ้มเยייהหยันเย็นชา... คิรากร ยืนอยู่ตรงนั้น ตรงหน้าเธอ ห่างกันเพียงแค่เอื้อมมือ
"คิดว่าหนีมาไกลถึงปลายด้ามขวาน แล้วผมจะตามหาคุณไม่เจออย่างนั้นเหรอลินรดา?"
เสียงทุ้มต่ำที่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้น แววตาคมกริบของเขาไม่ได้กวาดมองไปที่เอกสารปฏิเสธข้อเสนอแม้แต่น้อย แต่กำลังจดจ้องร่างบางตรงหน้าด้วยความหิวกระหาย ราวกับเสือร้ายที่รอคอยเวลาขย้ำเหยื่ออันโอชะมาเนิ่นนาน
รินรดาหน้าซีดเผือด เธอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือเพื่อเรียกสติ หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับกลองศึก ความทรงจำอันโหดร้ายในช่วงเวลาสามปีก่อนพรั่งพรูย้อนกลับมา การแต่งงานที่ไร้ความรัก การถูกมองว่าเป็นเพียงอากาศธาตุในบ้านหลังใหญ่ และใบหย่าที่เขาโยนใส่หน้าพร้อมคำพูดเย็นชาว่าเธอไม่มีค่าพอที่จะอยู่เคียงข้างเขา... ทุกอย่างไหลทะลักเข้ามาจนหน้าอกข้างซ้ายปวดหนึบ
เธอสูดลมหายใจเข้าลึก, แล้วเชิดหน้าขึ้นสูง พยายามสวมเกราะกำบังความอ่อนแอเอาไว้ให้มิดชิดที่สุด "ที่นี่ไม่มีภรรยาเก่าชื่อรินรดาที่คุณตามหาค่ะ ท่านประธานคิรากร ที่นี่มีแต่ 'คุณรินรดา' กรรมการผู้จัดการบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ท้องถิ่น... และถ้าการมาเยือนของคุณในวันนี้มีจุดประสงค์แค่เรื่องไร้สาระ เชิญออกไปจากห้องของฉันด้วยค่ะ!"
คิรากรแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มของเขาเคลือบไปด้วยความร้ายกาจ ขายقยาวก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานจนรินรดาต้องถอยร่นโดยอัตโนมัติ ทว่าด้านหลังคือผนังกระจก เธอไม่มีทางหนีไปไหนได้อีกแล้ว
"ไร้สาระงั้นเหรอ?" คิรากรโน้มตัวลงต่ำ มือหนาวางทราบลงบนขอบโต๊ะ กักขังร่างบางไว้ในอาณัติของเขา ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้วเนียน "สามปีเต็มๆ ที่ผมพลิกแผ่นดินตามหาผู้หญิงที่กล้าฉีกทะเบียนสมรสทิ้งแล้วหอบเอาเงินก้อนโตหนีหาย... คุณคิดว่าผมลงทุนขยายสาขามาไกลถึงเมืองตากอากาศเล็กๆ นี่ เพราะเรื่องงานจริงๆ งั้นเหรอ ลินรดา"
ดวงตาคู่นคมกริบจ้องลึกลงไปในนัยน์ตาของเธอ ค้นหาความจริงบางอย่างที่เธอพยายามซ่อนเร้น แต่วันนี้... เขากลับสัมผัสได้ถึงความกลัวที่สั่นไหวอยู่ภายใต้เกราะอันแข็งกระด้างนั้น
รินรดาเบือนหน้าหนีสัมผัสอันตรายที่แผ่ออกมาจากตัวเขา หัวใจเต้นระส่ำไม่เป็นส่ำ ความใกล้ชิดนี้ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบที่ทั้งเย้ายวนและน่าหวาดกลัวในคราวเดียวกัน กลิ่นน้ำหอมบุรุษผสมกับกลิ่นกายเฉพาะตัวของเขาทำเอาสติของเธอแทบกระเจิง
"คุณมันบ้าไปแล้ว..." เธอกัดริมฝีปากล่างจนห่อเลือด "เราหย่ากันขาดแล้ว สามปีที่ผ่านมาต่างคนต่างอยู่ ไs้ซึ่งพันธะใดๆ ทั้งสิ้น กรุณาให้เกียรติสถานะปัจจุบันของฉันด้วยค่ะ!"
"ให้เกียรติ?" คิรากรทวนคำ เสียงของเขาแหบพร่าลงอย่างน่ากลัว ใบหน้าหล่อเหลาเคลื่อนเข้ามาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน สัมผัสอุ่นร้อนจากลมหายใจของเขารดรินอยู่บนแก้มเนียน ทำให้ผิวเนื้อของเธอซ่านสยิวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ "คุณไม่มีวันเป็นอิสระจากผมหรอกรินรดา... ต่อให้คุณวิ่งหนีไปสุดขอบโลก ร่างกายและหัวใจดวงนี้ของคุณ ก็ยังคงเป็นของผม วันยังค่ำ"
สิ้นคำพูดอันเย่อหยิ่งและเผด็จการ ริมฝีปากหยักลึกก็ทาบทับลงมาปิดเรียวปากอิ่มของเธอทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ตั้งตัวหรือเปล่งเสียงปฏิเสธใดๆ ออกมาอีก!
ความตกใจทำให้รินรดาเบิกตากว้าง เธอพยายามทุบตีอกแกร่งและเบือนหน้าหนี แต่คิรากรกลับใช้มือหนาอีกข้างตรท้ายทอยของเธอไว้มั่น บังคับให้รับรสจูบอันดุดันและเอาแต่ใจ ริมฝีปากหนาบดขยี้ลงมาอย่างไร้ความปรานี รสจูบที่ทั้งดุดัน เร่าร้อน และเต็มไปด้วยความโหยหาที่อัดอั้นมานานนับปี ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงอารมณ์จากความป่าเถื่อนกลายเป็นความวาบหวามที่กัดกินสติสัมปชัญญะของเธอทีละน้อย
เรียวลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปาก รินรดาครางอือในลำคอ ร่างกายที่เคยแข็งขืนเริ่มอ่อนระทวยลงอย่างน่าละอาย กลิ่นอายความเป็นชายที่เธอคุ้นเคยและพยายามลบเลือนมาตลอดสามปี กลับปลุกเร้าไฟสวาทที่มอดไหม้ให้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้งอย่างรวดเร็ว มือเรียวที่เคยทุบอกเขา ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกำเสื้อสูทของเขาแน่นโดยไม่รู้ตัว ปล่อยให้ความหอมหวานและรสสัมผัสอันคุ้นเคยกลืนกินความตั้งใจทั้งหมดที่เธอเคยสร้างขึ้นมา
เนิ่นนานกว่าคิรากรจะยอมถอนริมฝีปากออกด้วยความอาลัย เขามองดูหญิงสาวในอ้อมแขนที่หอบหายใจจนอกกระเพื่อมไหว ใบหน้าหวานแดงก่ำ ริมฝีปากบวมเจ่อและชุ่มฉ่ำด้วยพิษรักที่เขาเพิ่งมอบให้ แววตาของเขาฉายแววพึงพอใจอย่างยิ่งกับปฏิกิริยาที่เธอยังคงมีต่อเขาเหมือนวันวาน
"หึ... ปากบอกว่าเกลียดผม แต่ร่างกายคุณมันซื่อสัตย์กว่าปากเยอะนะรินรดา" เสียงกระซิบพร่าต่ำชิดริมหูทำเอาเธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
รินรดารวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายผลักอกเขาออกเต็มแรง ดวงตากลมโตคลอหน่วงไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นใจ เธอยกมือขึ้นเช็ดริมฝีปากตัวเองแรงๆ เพื่อลบรอยสัมผัสของเขา "คนสารเลว! คุณไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้กับฉัน!"
คิรากรไม่สะทกสะท้านกับคำด่าทอ เขายกยิ้มมุมปากอย่างผู้เหนือกว่า ก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งไขว่ห้างบนโซฟาหนังรับแขกภายในห้องทำงานนั้น ราวกับว่าที่นี่คือบ้านของเขาเอง ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องอย่างพิจารณา ก่อนจะสะดุดเข้ากับบางสิ่งบนโต๊ะทำงานของเธอ
กรอบรูปตั้งโต๊ะคว่ำหน้าอยู่...
คิรากรขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย สัญชาตญาณบางอย่างบอกให้เขาลุกขึ้นเดินเข้าไปหยิบมันขึ้นมาพลิกดู
รินรดาเห็นเข้า หัวใจหล่นไปตาตุ่ม ใบหน้าซีดเผือกยิ่งกว่ากระดาษ เธอกรีดร้องสุดเสียง "อย่า! คิรากร วางลงเดี๋ยวนี้!"
แต่สายเกินไปเสียแล้ว...
นิ้วแกร่งพลิกกรอบรูปขึ้นมา ภาพถ่ายที่ปรากฏอยู่เบื้องสายตาทำเอาลมหายใจของท่านประธานหนุ่มผู้เยือกเย็นถึงกับสะดุดกึก ราวกับถูกสายฟ้าฟาดเข้ากลางแสกหน้าอย่างจัง
ในภาพนั้น... คือเด็กหญิงตัวน้อยวัยสามขวบ หน้าตาน่ารักน่าชัง ดวงตากลมโตและจมูกโด่งรั้นถอดแบบมาจากตัวเขาเองราวกับพิมพ์เดียวกัน กำลังยิ้มแป้นแล้นชูสองนิ้วอยู่ท่ามกลางทุ่งดอกไม้ริมทะเล
คิรากรนิ่งค้าง ราวกับถูกแช่แข็งเป็นรูปปั้น สมองอันชาญฉลาดประมวลผลเรื่องราวทั้งหมดในเสี้ยววินาที... เด็กผู้หญิงคนนี้ อายุสามขวบ... ใบหน้าเหมือนเขาราวกับแกะ... และช่วงเวลาที่เธอหายตัวไปจากชีวิตเขาเมื่อสามปีก่อน!
ความจริงอันน่าตกตะลึงพุ่งเข้ากระแทกอกจนเขาแทบหยุดหายใจ ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงระคนความโกรธเกรี้ยวและไม่อยากจะเชื่อ
"นี่มัน... หมายความว่ายังไง รินรดา?" คิรากรหันขวับมามองหญิงสาว น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นสั่นเครือและทรงพลังอย่างน่ากลัว "เด็กคนนี้... เป็นใคร?!"
รินรดายืนตัวสั่นเทา น้ำตาไหลพรั่งพรูออกมาอาบสองแก้มอย่างสุดจะกลั้น เธอยกมือขึ้นกอดตัวเองแน่น ถอยหลังกรูดจนชิดติดผนังห้อง ดวงตาคู่งามจ้องมองอดีตสามีด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและเกลียดชังขั้นสุด
เธอพลาดแล้ว... เธอกำบังความลับนี้ไว้ไม่มิดอีกต่อไปแล้ว!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและโอบกอดหัวใจของสองแม่ลูกมาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - ละอองดาวเดือนเก้า
หย่าแล้ว...อย่าฝันว่าจะได้เจอหน้าลูก•ตอนที่ 9
โชคชะตาเล่นตลก
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้ว...อย่าฝันว่าจะได้เจอหน้าลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!