กลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟคั่วบดใหม่ๆ ที่ลอยอบอวลอยู่ทั่วโซนซูเปอร์มาร์เก็ตพรีเมียมใจกลางเมือง ไม่ได้ช่วยให้ประสาทสัมผัสอันตึงเครียดของคิรากรผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย
ร่างสูงสง่าในชุดสูทตัดเย็บประณีตอย่างไร้ที่ติยังคงยืนนิ่งอยู่หน้าชั้นวางสินค้า สายตาคมกริบกวาดมองฉลากผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกด้วยความเบื่อหน่าย เขากำลังรอเลขาธิการส่วนตัวจัดการเรื่องเอกสารการประชุมทางโทรศัพท์ที่มุมหนึ่งของร้าน ทว่าความเงียบสงบในพื้นที่ส่วนตัวกลับถูกรบกวนด้วยเสียงหัวเราะคิกคักใสกระจ่างของเด็กน้อยวัยกำลังซน ที่ดังแทรกเข้ามาในโสตประสาท
"คุณแม่ขา... น้องลินินอยากกินสตรอว์เบอร์รีกล่องนั้นค่ะ หวานๆ เหมือนแก้มแม่เลยนะคะ"
เสียงเจื้อยแจ้วนั้นช่างไพเราะราวกับเสียงดนตรี ทว่ากลับสร้างความสะดุดใจบางอย่างให้กับคิรากรอย่างประหลาด หัวใจภายใต้เสื้อสูทราคาแพงกระตุกวูบไหวอย่างไม่มีสาเหตุ ราวกับมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ แล่นผ่านปลายประสาท เขานิ่งงันไปชั่วขณะ
ในเสี้ยววินาทีนั้น ร่างระหงในชุดเดรสยาวผ้าลินินสีครีมสบายตาเดินผ่านหน้าเขาไปเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นกายหอมละมุนจางๆ คล้ายดอกไม้แรกแย้งหลังฝนตกโชยปะทะนาสิก กลิ่นที่เขาเคยคุ้นเคย... กลิ่นที่เคยอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวของเขาเมื่อหลายปีก่อน ทว่าถูกความเย็นชาและความทะเยอทะยานในหน้าที่การงานกลบฝังจนลืมเลือน
รินรดากำลังย่อตัวลงจัดเสื้อผ้าให้ลูกสาวตัวน้อย ใบหน้าหวานละมุนที่เคยซีดเซียวในอดีตบัดนี้เปล่ง
ประกายด้วยรอยยิ้มอิ่มเอม ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววรักใคร่ลึกซึ้งจนคนมองรู้สึกอิจฉา เธอกำลังก้มลงหอมแก้มยุ้ยๆ ของเด็กหญิงวัยสามขวบอย่างทะนุถนอม โดยไม่ทันสังเกตเลยว่า ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่ยืนอยู่ห่างออกไปไม่ถึงสองเมตรกำลังจ้องมองภาพนั้นด้วยลมหายใจที่สะดุดกัก
คิรากรหันขวับตามสัญชาตญาณ สัญชาตญาณนักธุรกิจผู้เฉียบคมบอกให้เขารู้ว่ามีบางสิ่งที่ไม่ชอบพากล ร่างสูงก้าวเท้าตามไปสัญชาตญาณ แต่ทว่า... จังหวะนั้นเองที่รถเข็นของพนักงานจัดเรียงสินค้าเคลื่อนเข้ามาตัดหน้าพอดี พร้อมกับลูกค้าท่านอื่นที่เดินสวนเข้ามาบังช่องว่างระหว่างเขากับสองแม่ลูกไว้ชั่วพริบตา
"ขอโทษด้วยครับท่านประธาน" เลขาหนุ่มเดินเข้ามาโค้งตัวรายงาน "เอกสารจากสำนักงานใหญ่ส่งมาเรียบร้อยแล้วครับ เราต้องรีบไปสนามบินกันเลยไหมครับ"
คิรากรขมวดคิ้วมุ่น ความรู้สึกประหลาดเมื่อครู่ยังคงตกค้างอยู่ในอก เขาหันกลับไปมองทางเดิมทันที แต่ภาพของหญิงสาวชุดครีมและเด็กน้อยคนนั้นได้กลืนหายไปกับฝูงชนที่พลุกพล่านเสียแล้ว มีเพียงความว่างเปล่าและเสียงเพลงบรรเลงเบาๆ ภายในห้างสรรพสินค้าที่สะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาท
เขาพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ พยายามปัดความรู้สึกฟุ้งซ่านไร้สาระนี้ทิ้งไป... จะเป็นไปได้อย่างไร ในเมื่อผู้หญิงคนนั้นถูกเขาเซ็นใบหย่าและไล่ออกไปจากชีวิตอย่างไร้เยื่อใยตั้งแต่สามปีก่อนแล้ว รินรดาผู้หญิงอ่อนแอที่ไม่มีแม้แต่ที่พึ่งพิง จะกล้าบินหนีไปไหนได้ นอกเสียจากไปซุกซ่อนตัวเลียแผลใจอยู่มุมใดมุมหนึ่งของโลกที่ห่างไกลจากสายตาของเขา
ทว่า... คิรากรหารู้ไม่ว่า ในวินาทีที่เขากำลังก้าวเท้าเดินออกจากประตูซูเปอร์มาร์เก็ตไปทางลานจอดรถ VIP เด็กหญิงตัวน้อยที่นั่งอยู่บนรถเข็นของอีกฝ่าย ได้หันกลับมามองตามแผ่นหลังกว้างของเขาพอดี
ดวงตากลมโตใสแจ๋วคู่นั้น... ถอดแบบมาจากดวงตาของคิรากรอย่างไร้ที่ติ แม้แต่ร่องลึกที่หางตาเวลาที่เด็กน้อยเอียงคอสงสัย ก็ยังเหมือนกับท่านประธานผู้เย่อหยิ่งราวกับส่องกระจกเงา
รินรดากอดกล่องสตรอว์เบอร์รีแนบอก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่น แม้เมื่อครู่เธอจะรอดพ้นจากการเผชิญหน้ามาได้อย่างเฉียดฉิว แต่สัมผัสจากสายตาที่คุ้นเคยเมื่อครู่ ก็ทำให้มือเรียวสั่นเทาจนเกือบถือสินค้าไม่อยู่
"คุณแม่ขา เป็นอะไรหรือเปล่าคะ ทำไมหน้าซีดจางเลยล่ะคะ" เสียงใสๆ ของน้องลินินเอ่ยถามด้วยความห่วงใย พร้อมกับยื่นมือเล็กๆ มาแตะแก้มผู้เป็นแม่
รินรดากลืนก้อนสะอื้นลงคอ ฝืนปั้นรอยยิ้มอบอุ่นที่สุดส่งให้ลูกสาว พร้อมกับสวมกอดร่างเล็กไว้แนบอกแน่น ราวกับกลัวว่าจะมีใครมาพรากแก้วตาดวงใจดวงนี้ไปจากอ้อมอก
"ไม่มีอะไรค่ะคนดี... แม่แค่อยullลนคิดถึงเรื่องเก่าๆ นิดหน่อยเท่านั้นเองค่ะ" เธอกระซิบเสียงสั่น เงามืดของอดีตสามีผู้เย็นชาเริ่มคืบคลานเข้ามาใกล้ทุกที และเธอก็รู้ดีว่า เวลาแห่งความสงบสุขนี้เหลืออยู่อีกไม่มากแล้ว
และในขณะเดียวกัน ที่มุมหนึ่งของลานจอดรถ คิรากรที่กำลังจะก้าวขึ้นรถเบนซ์สีดำสนิท ก็ต้องชะงักฝีเท้าลงอีกครั้ง เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นเล็กๆ ที่ปลิวตกลงมาจากกระเป๋าเป้ของเด็กน้อยเมื่อครู่ ซึ่งติดมากับรถเข็นที่พนักงานเพิ่งเข็นมาเก็บไว้ใกล้รถของเขา
เขาก้มลงหยิบมันขึ้นมาด้วยความสงสัย นิ้วแกร่งคลี่กระดาษแผ่นนั้นออกช้าๆ ภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าทำให้ลมหายใจของท่านประธานหนุ่มขาดห้วงไปในทันที
มันคือภาพวาดลายเส้นดินสอสีฝีมือเด็กอนุบาล รูปครอบครัวที่มีพ่อ แม่ และลูกสาวตัวน้อยยืนจับมือกัน ทว่าที่มุมกระดาษด้านล่าง มีลายมือหวัดๆ ของผู้ใหญ่เขียนชื่อกำกับไว้ด้วยตัวอักษรที่คิรากรคุ้นตาจนจำฝังใจ—*ชื่อของเขาเอง และชื่อของเด็กหญิงตัวน้อยที่เขาเพิ่งเดินสวนมา*
ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นทีละน้อย ความเย็นชาที่เคยเคลือบ
คลุบหัวใจถูกกระชากกระชั้นจนพังทลายลงในพริบตาเดียว!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางมาด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - ละอองดาวเดือนเก้า
หย่าแล้ว...อย่าฝันว่าจะได้เจอหน้าลูก•ตอนที่ 10
การเผชิญหน้าครั้งแรก
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้ว...อย่าฝันว่าจะได้เจอหน้าลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!