หย่าแล้ว...อย่าฝันว่าจะได้เจอหน้าลูก•ตอนที่ 2

ก้าวออกจากกรงขัง

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
เสียงลากกระเป๋าเดินทางใบเล็กกระทบกับพื้นหินอ่อนขัดมันดังสะท้อนก้องไปทั่วโถงทางเดินอันโอ่อ่าของคฤหาสน์ตระกูลอัครภัทร มันเป็นเสียงที่เงียบงัน ทว่ากลับทรงพลังราวกับเสียงค้อนโลหะที่กำลังทุบทำลายพันธนาการแห่งความเจ็บปวดตลอดสามปีที่ผ่านมาให้แหลกละเอียดคามือ รินรดายืนนิ่งอยู่ ณ จุดกึ่งกลางของความเวิ้งว้างนั้น ใบหน้าหวานซึ้งที่เคยซีดเซียวไร้เลือดฝาด บัดนี้กลับประดับไว้ด้วยรอยยิ้มจางๆ รอยยิ้มของผู้หญิงที่ได้ตายไปแล้วครั้งหนึ่ง... และฟื้นคืนชีพขึ้นมาด้วยหัวใจที่ด้านชาจนไร้ซึ่งความรู้สึกอาลัยอาวรณ์ ในอ้อมแขนของเธอกอดร่างเล็กๆ ของน้องลินินเอาไว้แน่น เด็กหญิงวัยสามขวบซบใบพักตร์จิ้มลิ้มลงกับลาดไหล่บอบบาง ดวงตากลมโตใสแป๋วถอดแบบมาจากผู้ชายคนนั้นอย่างไร้ที่ติ ราวกับสลักออกมาจากพิมพ์เดียวกัน เพียงแต่แววตาของแกไม่ได้เย็นชาและไร้หัวใจเหมือนผู้เป็นพ่อ... คิรากร “คุณแม่ขา... เราจะไปไหนกันคะ ทำไมบ้านหลังนี้ถึงน่ากลัวจังเลย” เสียงใสแจ๋วของลูกสาวเอמהถามเบาๆ พลางกระชับมือเล็กๆ เข้ากับรอบลำคอระหงของเธอ รินรดากลืนก้อนสะอื้นที่จุกแน่นอยู่ในลำคอลงไปอย่างยากเย็น เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นหยาดน้ำตาที่ไม่สมควรจะหล่นร่วงให้อดีตสามีผู้ไร้หัวใจได้เห็นเป็นครั้งสุดท้าย มือเรียวบางยกขึ้นลูบศีรษะเล็กของลูกน้อยอย่างทะนุถนอม ความอบอุ่นจากร่างน้อยๆ นี้คือสิ่งเดียวในโลกที่ค้ำจุนให้เธอยังคงหายใจอยู่ได้ในค่ำคืนอันหน็บหนาวที่ผ่านมา “เรากำลังจะไปบ้านของเราค่ะลูก... บ้านที่มีแต่รอยยิ้มและความรักของเราสองคนแม่ลูก ไม่มีใครใจร้ายกับเราอีกแล้วนะคะ” รินรดาเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่พยายามสั่นให้น้อยที่สุด ทว่า ในขณะที่เธอกำลังจะก้าวเท้าพ้นธรณีประตูอันเป็นดั่งกรงขังทองคำ ประตูไม้บานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงมหาศาล ร่างสูงสง่าของคิรากรก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าบึ้งตึง ดวงตาคมกริบดั่งใบมีดกวาดมองสภาพของภรรยาและกระเป๋าเดินทางด้วยความไม่สบอารมณ์ รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาราวกับพายุฤดูหนาวที่พร้อมจะแช่แข็งทุกสิ่งให้แหลกสลาย “รินรดา... เธอเล่นเกมอะไรอีก หอบกระเป๋ามาขู่ฉันแบบนี้คิดว่ามันจะสนุกนักหรือไง?” น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเย้ยหยันเอ่ยขึ้นโดยไม่มีความอาทรเจือปนแม้แต่น้อย คิรากรปรายตามองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรำคาญใจ เขายังคงยึดมั่นในความคิดที่ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นเพียงภรรยาที่น่าเบื่อ น่ารำคาญ และคอยแต่จะเรียกร้องความสนใจในเรื่องไร้สาระ รินรดาไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นสบตาเขา เธอยังคงยืนหลังตรง สง่างาม และเย็นชาไม่แพ้กัน “ฉันไม่ได้เล่นเกมค่ะคุณคิรากร... และฉันก็ไม่มีอารมณ์จะมาเล่นขายของกับผู้ชายที่เห็นหัวใจคนอื่นเป็นของเล่นหรอกนะคะ” เธอกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ทว่าบาดลึกถึงขั้วหัวใจ “ใบหย่าฉันเซ็นให้เรียบร้อยแล้ว วางไว้บนโต๊ะทำงานของคุณเรียบร้อยดี หวังว่าคุณจะพอใจและเป็นอิสระเสียทีนะคะ” คิรากรขมวดคิ้วมุ่น ความรู้สึกประหลาดบางอย่างวูบผ่านนัยน์ตาคมกริบ แต่มันถูกกลบฝังด้วยความหยิ่งยระทึกตามนิสัยของท่านประธานหนุ่มผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร “เธอคิดว่าการหย่ามันง่ายนักหรือไง? คิดจะไปก็ไปง่ายๆ แบบนี้เนี่ยนะ!” เขาก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวเธอ กลิ่นกายอายบุรุษคุ้นเคยลอยเข้าแตะจมูก แต่วินาทีนี้มันกลับไม่ได้ทำให้หัวใจของเธอสั่นไหวเหมือนในอดีต มีเพียงความว่างเปล่าและกลิ่นอายของความเกลียดชังที่เจือจาง รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา ดวงตากลมโตที่เคยซ่อนความรักและความเจ็บปวด บัดนี้มีแต่ความว่างเปล่าจนน่ากลัว “แล้วคุณยังต้องการอะไรจากฉันอีกคะ? ตัวฉัน... คุณก็ไม่เคยสนใจ หัวใจฉัน... คุณก็เหยียบย่ำจนไม่เหลือชิ้นดี หรือคุณเสียดายทาสรับใช้ที่คอยรองรับอารมณ์ของคุณกันแน่?” “รินรดา!” คิรากรตวาดลั่นด้วยความโกรธกรุ่น มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อแขนเรียวบางไว้แน่นด้วยสัญชาตญาณของการควบคุม “อย่ามาลามปามพูดจาน่ารำคาญแบบนี้ใส่ฉันนะ เธอก็แค่ผู้หญิงที่ฉันแต่งงานด้วยเพราะความจำเป็น อย่าคิดว่าตัวเองมีค่าพอจะมาต่อรองอะไรกับฉัน!” ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ขณะที่คิรากรกำลังจะกระชากแขนเรียวให้หันกลับมาเผชิญหน้า มือเล็กๆ ที่ซุกซ่อนอยู่ในอ้อมแขนของรินรดาก็กำชายเสื้อผ้าของมารดาไว้แน่น เด็กหญิงลินินที่เงียบมาตลอดเกิดอาการหวาดกลัวต่อเสียงตวาด แกจึงขยับตัวซุกเข้าหาอกอนงค์ของผู้เป็นแม่ พร้อมกับช้อนดวงตากลมโตเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตาขึ้นมองหน้าชายร่างสูงแปลกหน้า แสงไฟจากโคมระย้าคริสตัลส่องกระทบลงมาพอดี ทำให้ใบหน้าจิ้มลิ้มของเด็กหญิงปรากฏชัดแก่สายตาของคิรากรอย่างถนัดถนี่ ลมหายใจของท่านประธานหนุ่มสะดุดกึกทันที หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอราวกับเครื่องจักรกลับกระตุกวูบอย่างรุนแรง ราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อตเข้าที่กลางอก ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อจ้องมองเข้าไปในดวงตาคู่ใสของเด็กหญิงวัยสามขวบ... ดวงตาคู่นั้น จมูกโด่งรั้นรั้นคู่นั้น และริมฝีปากหยักได้รูปนั้น มันคือสำเนาถูกต้องของตัวเขาเองในวัยเด็กไม่มีผิดเพี้ยน! ความเงียบงันเข้าปกคลุมบรรยากาศรอบกายราวกับอากาศถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น รินรดาลอบยิ้มเยาะในใจ หยาดน้ำตาที่เคยเอ่อคลอแห้งเหือดหายไปในพริบตา เมื่อเธอเห็นร่องรอยของความตกใจและคำถามมากมายที่กำลังประเดประดังเข้ามาในแววตาของอดีตสามีผู้เย่อหยิ่ง คิรากรอ้าปากค้างเล็กน้อย สมองอันชาญฉลาดที่เคยประมวลผลธุรกิจนับพันล้านกลับว่างเปล่าลงชั่วขณะ เขาก้มมองเด็กหญิงในอ้อมแขนของภรรยา สลับกับใบหน้าของรินรดาที่นิ่งสนิทไร้ความรู้สึก และความลับที่เธอปกปิดไว้ภายใต้หัวใจอันบอบช้ำมาตลอดสามปี... บัดนี้กำลังจะพังทลายลงต่อหน้าต่อตาเขาด้วยตัวของเขาเอง (ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความเจ็บปวดและการเอาคืนครั้งนี้ด้วยกันนะคะ)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้ว...อย่าฝันว่าจะได้เจอหน้าลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%