หย่าแล้ว...อย่าฝันว่าจะได้เจอหน้าลูก•ตอนที่ 17

น้ำตาของอดีตสามี

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
"ถ้าคุณคิดว่าหยดน้ำตาปลอมๆ กับคำขอโทษที่ไร้ค่าพวกนี้ จะลบเลือนความอัปยศอดสูที่ฉันกับลูกต้องเผชิญได้... คิรากร คุณก็คงเป็นคนโง่ที่น่าสมเพชที่สุดในโลกค่ะ" เสียงหวานใสที่เคยสั่นเครือด้วยความหวาดกลัวในอดีต บัดนี้กลับราบเรียบ เย็นชา และคมกริบราวกับใบมีดที่กรีดลงบนหัวใจของท่านประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล รินรดาในยามนี้ไม่ใช่ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ยอมให้เขาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีจนแหลقคาเท้าอีกต่อไปแล้ว ความเข้มแข็งที่ถูกหล่อหลอมขึ้นจากหยาดน้ำตาและความโดดเดี่ยว ทำให้เธอยืนหยัดได้อย่างสง่างาม เบื้องหน้าของเธอคือคิรากร—ผู้ชายที่เคยประกาศกร้าวว่าเธอไม่มีค่าแม้แต่จะเป็นภรรยาในนาม แต่วันนี้... ผู้ชายคนเดียวกันกลับกำลังคุกเข่าลงแทบเท้าของเธอ ภาพของคิรากรในยามนี้แทบไม่เหลือเค้าลางของความหยิ่งทะนง ทรนง หรือเยือกเย็นที่เคยใช้กดขี่ข่มเหงใครต่อใคร เสื้อเชิ้ตสีขาวราคาแพงยับยู่ยี่ เนคไทถูกกระชากออกจนหลุดลุ่ย ดวงตาคมกริบที่เคยทอดมองเธอด้วยความรังเกียจและว่างเปล่า บัดนี้แดงก่ำ เอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความสำนึกผิดที่สายเกินแก้ หัวใจของเขาเจ็บปวดร้าวรานราวกับถูกไฟแผดเผา เมื่อตระหนักได้ว่าสิ่งที่ตนเองโหยหาและตามหามาตลอด แท้จริงแล้วถูกเขาเองเป็นคนผลไสไล่ส่งให้หลุดมือไปอย่างไม่มีวันหวนคืน "ริน... พี่ขอร้อง ได้โปรด..." เสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงอำนาจ สั่นพร่าจนแทบจับใจความไม่ได้ มือหนาที่สั่นเทาเอื้อมออกหมายจะแตะชายกระโปรงของเธอ แต่แล้วก็ต้องชะงักค้างกลางอากาศ ราวกับกลัวว่าปลายนิ้วของตนจะสร้างรอยมลทินให้แก่หญิงสาว "พี่รู้ว่าสิ่งที่พี่ทำมันเลวทรามเกินกว่าจะให้อภัย พี่มันตาบอด... พี่มันโง่เง่าที่มองไม่เห็นค่าของคนที่รักพี่ที่สุด... ได้โปรด ให้โอกาสพี่ได้ไถ่บาป ได้ไหมริน ให้โอกาสพี่ได้ทำหน้าที่พ่อ... และสามีที่ดี" รินรดาก้มมองอดีตสามีด้วยแววตาที่ว่างเปล่า ไร้ซึ่งความโกรธเกลียด หรือแม้แต่ความอาลัยอาวรณ์ ความรู้สึกของเธอในตอนนี้มันด้านชาเสียจนน่ากลัว ความรักที่เธอเคยเทvให้เขาจนหมดหัวใจ ได้ถูกเผาลาญจนมอดไหม้ไปหมดสิ้นแล้วในวันที่เธอกลั้นใจเซ็นใบหย่า พร้อมกับอุ้มท้องลูกน้อยหนีจากนรกหมกไหม้หลังนั้นมา "สามีที่ดีงั้นหรือคะ?" รินรดายกยิ้มเยาะหยันที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่เชือดเฉือนหัวใจของคิรากรจนแทบกระอักเลือด "คุณลืมไปแล้วหรือคิรากร ว่าคุณเป็นคนพูดเองว่าเด็กคนนี้คือภาระ และฉันเป็นแค่ผู้หญิงไร้ค่าที่คุณแต่งงานด้วยเพราะความจำยอม... วันนี้ที่คุณไม่มีใคร วันที่คุณสำนึกได้ว่าบ้านหลังนั้นมันว่างเปล่าแคไหน คุณถึงวิ่งแจ้กลับมาหาเราแม่ลูกอย่างนั้นหรือคะ? น่าสมเพชจังนะคะ" ถ้อยคำเชือดเฉือนแต่ละคำพุ่งตรงเข้าเสียบแทงกลางใจของคิรากรอย่างแม่นยำ ทุกหยดน้ำตาที่รินรดาเคยเสียให้เขาในอดีต บัดนี้กำลังย้อนกลับมาทวงคืนจากเขาเป็นร้อยเท่าพันทวี ความสำนึกผิดกัดกินวิญญาณของเขาจนแทบหายใจไม่ออก เขาจำได้ดีถึงค่ำคืนอันหนเหน็บที่เธอต้องอุ้มท้องโตๆ นอนร้องไห้ลำพัง จำได้ถึงแววตาที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวังในวันที่เธอกำใบหย่าเดินออกจากชีวิตเขาไป... เขามันโง่เง่าจริงๆ โง่เง่าที่ปล่อยให้เพชรเม็ดงามหลุดมือไปเพียงเพราะความเย่อหยิ่งจองหองของตัวเอง "พี่รู้... พี่รู้ว่าพี่มันเลวทรามแค่ไหน" คิรากรซบใบหน้าลงกับฝ่ามือ ไหล่หนาสั่นสะท้อนด้วยแรงสะอื้นที่อัดอั้น ความเจ็บปวดจากการถูกปฏิเสธมันช่างสาสมและรุนแรงเสียจนเขาแทบอยากจะตายไปเสียให้พ้นๆ "ฆ่าพี่เถอะริน... จะด่า จะทุบตี จะทำอะไรพี่ก็ได้ แต่อย่าพรากลูกไปจากพี่เลยนะ... พี่ขอร้อง ลินินคือลูกของพี่... ให้พี่ได้ชดใช้เถอะนะ" ในขณะที่บรรยากาศภายในห้องรับแขกกำลังตึงเครียดและอบอวลไปด้วยความเจ็บปวดเจียนตาย เสียงฝีเท้าเล็กๆ เบาหวิวก็ดังขึ้นที่บริเวณประตูห้อง รินรดาสะดุ้งเล็กน้อย รีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติแล้วหันไปมอง พร้อมกับที่คิรากรชะงักงัน ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองตามสัญชาตญาณ ร่างเล็กป้อมในชุดกระโปรงลายดอกไม้สีชมพูอ่อน วัยสามขวบเศษกำลังก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าเตาะแตะ ดวงตากลมโตใสแป๋วถอดแบบมาจากมารดาไม่มีเพี้ยน หากแต่โครงหน้า คิ้ว และสันจมูกโด่งรั้น กลับถอดพิมพ์เดียวกับชายหนุ่มที่กำลังคุกเข่าอยู่บนพื้นอย่างไม่ผิดเพี้ยน น้องลินินเอียงคอมองชายแปลกหน้าที่กำลังร้องไห้ด้วยความสงสัยไร้เดียงสา ก่อนจะหันไปซบหน้าเข้ากับชายกระโปรงของมารดา "คุณแม่คะ... คุณลุงคนนี้ร้องไห้ทำไมหรือคะ? เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?" เสียงใสแจ๋วเอ่ยถามด้วยความซื่อประสาเด็ก ทำเอาคิรากรถึงกับหัวใจกระตุกวูบ ลมหายใจของเขาติดขัด ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน เมื่อดวงตาสคมกริบได้ประสานเข้ากับดวงตากลมโตของเด็กหญิงผู้เป็นสายเลือดในไส้ ความรู้สึกผิดบาปและความปิติยินดีตีรวนกันจนปั่นป่วนในอก เขาอ้าปากพะงาบๆ คล้ายอยากจะเอ่ยคำว่า 'ลูก' ออกมา แต่ลำคอกลับตีบตันจนเปล่งเสียงไม่ออก รินรดาก้มลงอุ้มร่างนุ่มนิ่มของลูกสาวขึ้นมาแนบอก พร้อมกับดึงชายผ้าคลุมเพื่อบังไม่ให้คิรากรได้เข้าใกล้เด็กน้อยมากไปกว่านี้ แววตาของเธอแข็งกร้าวขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความโหยหาของอดีตสามี "อย่าแม้แต่จะคิดนะคะคิรากร..." รินรดากระซิบเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคู่สวยจ้องมองเขาอย่างเอาเรื่อง "เด็กคนนี้มีแค่ฉันที่เป็นแม่... ส่วนคุณ มันก็เป็นแค่ 'คนแปลกหน้า' ที่บังเอิญผ่านมาเท่านั้น" คำพูดตัดรอนเยื่อใยนั้นเปรียบเสมือนคมดาบที่ปักลงกลางใจของคิรากรจนมิดด้าม เขาลุกขึ้นยืนอย่างเซถลิน ความสิ้นหวังแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูขุมขน แต่ในวินาทีที่เขากำลังจะก้าวเข้าไปยื้อยุดเพื่อขอร้องอดีตภรรยาอีกครั้ง เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของเขาก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบงัน คิรากรหยิบขึ้นมาด้วยมืออันสั่นเทา หน้าจอแสดงชื่อเลขาส่วนตัวที่โทรเข้ามาด้วยน้ำเสียงร้อนรนและตื่นตระหนก "ท่านประธานครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับคุณคิรากร... มีคนแอบส่งเอกสารลับชุดหนึ่งไปให้สำนักข่าวใหญ่ เอกสารนั่นคือ... ผลตรวจ DNA และหลักฐานการฟ้องร้องสิทธิ์การเลี้ยงดูบุตรของคุณรินรดา! ตอนนี้พวกนักข่าวรู้เรื่องทายาทลับของคุณแล้วครับ พวกเขากำลังมุ่งหน้าไปที่คฤหาสน์ของคุณรินรดาในตอนนี้เลยครับ!" ************************ ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครนะคะ ละอองดาวเดือนเก้าซาบซึ้งใจในทุกคอมเมนต์และการสนับสนุนเสมอค่ะ
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้ว...อย่าฝันว่าจะได้เจอหน้าลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%