เสียงแก้วคريสตัลราคาแพงที่ถูกปาลงกระแทกพื้นหินอ่อนจนแตกละเอียด ยังคงก้องกังวานอยู่ในโถงรับแขกโอ่อ่าของตระกูลอัครเดชากุล พร้อมกับเสียงประกาศกร้าวด้วยความดูแคลนที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ
“ผู้หญิงชั้นต่ำอย่างเธอ มีสิทธิ์อะไรมารับมรดกเลือดเนื้อเชื้อไขของตระกูลเรา! เอาตัวเด็กนี่มา! แล้วไสหัวออกไปจากบ้านหลังนี้ซะ!”
คุณหญิงมณฑา มารดาผู้ให้กำเนิดของคิรากรแผדเสียงกรีดร้องด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาคู่คมจ้องมองรินรดาด้วยความชิงชังราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ สองมือเหี่ยวย่นตามวัยสั่นเทด้วยแรงอารมณ์ ขณะที่บอดี้าร์ดร่างยักษ์สองคนก้าวเข้าไปประชิดตัวร่างบางที่กำลังโอบกอดบุตรสาวแน่น
รินรดากัดริมฝีปากจนห่อเลือด ความหวาดกลัวตีรวนขึ้นมาในอกจนหายใจแทบไม่ทั่วท้อง แต่ในอ้อมแขนของเธอนั้น มีร่างเล็กสั่นเทาของ “น้องลินิน” ลูกสาววัยสามขวบกำลังซุกหน้าสะอื้นไห้ด้วยความหวาดผวา ดวงตากลมโตคู่นั้นถอดแบบมาจากบิดาไม่มีเพี้ยน และนั่นคือชนวนเหตุที่ทำให้ความลับถูกเปิดเผย จนนำพาภัยมืดมาสู่สองแม่ลูก
“ปล่อยฉันนะคะ!” รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคู่หวานที่เคยอ่อนโยนบัดนี้ฉายแววเด็ดเดี่ยวและกร้าวแกร่งอย่างที่ไม่มีใครเคยเห็น “ลินินเป็นลูกของฉัน ลูกของรินรดาคนนี้คนเดียว พวกคุณไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องแกแม้แต่ปลายนิ้ว!”
“สามหาว!” คุณหญิงมณฑาตบโต๊ะเสียงดังลั่น “คิดจะเอาลูกนอกสมรสมาเกาะตระกูลเรากินอย่างนั้นหรือ ฝันไปเถอะ! อีเด็กนี่ไม่ใช่สายเลือดที่ถูกต้องตามกฎหมาย และถ้ามันมีหน้าตาที่อัปyศเหมือนใครบางคนในตระกูลนี้... ทางที่ดีที่สุดคืออย่าให้มันโตขึ้นมาสร้างความอับอายขายหน้าอีกเลย! ไป! พาตัวเด็กออกไปซะ!”
สิ้นคำสั่งเด็ดขาด บอดี้การ์ดร่างยักษ์พุ่งเข้าฉุดกระชาก รินรดากรีดร้องสุดเสียงเมื่อมือหยาบกร้านเอื้อมมาหมายจะกระชากตัวบุตรสาวออกจากอ้อมอก เธอใช้ร่างตัวเองเป็นโล่กำบัง โอบกอดเด็กน้อยไว้แนบหัวใจ พร้อมกับหยาดน้ำตาที่ร่วงหล่นลงมาอาบแก้มด้วยความเจ็บปวดและไร้หนทางสู้
เพี๊ยะ!
แรงกระชากทำให้รินรดาล้มลงไปกองกับพื้น ข้อศอกกระแทกพื้นหินอ่อนจนชาดิ่ง แต่เธอกลับไม่สนใจความเจ็บปวดของตนเองแม้แต่น้อย เสียงสะอื้นไห้ปานจะขาดใจของน้องลินินที่ร้องเรียก “แม่ขา... ช่วยลินินด้วย” บีบคั้นหัวใจคนเป็นแม่อย่างรุนแรง ราวกับมีใครเอาคมมีดมาเฉือนเนื้อซ้ำๆ
“หยุดเดี๋ยวนี้!”
น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจที่ดังขึ้นจากความเงียบสงบ ราวกับสายฟ้าที่ฟาดผ่าลงกลางห้องโถง แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณจนทุกคนต้องหยุดชะงัก คิรากรก้าวเท้าเข้ามาในห้องด้วยใบหน้าเรียบเฉยเย็นชา ดวงตาคมกริบคู่นั้นมืดสนิทราวกับห้วงมหาสมุทรที่ไร้ก้นบึ้ง รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวชายหนุ่มทำเอาบอดี้การ์ดทั้งสองคนถอยกรูดโดยอัตโนมัติ
“คุณกร...” คุณหญิงมณฑาอุทานออกมาด้วยความตกใจ “แม่กำลังจัดการคนตระกูลต่ำช้าที่คิดจะมาเกาะแกะลูก... เอ้ย หลานของเรา แกก็เห็นใช่ไหมว่าเด็กนี่หน้าตาเหมือนแกแค่ไหน มันคือหลักฐานความมัวหมอง!”
คิรากรไม่ได้ตอบมารดา ทว่าขายาวคู่นั้นสาวเท้าเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าร่างของอดีตภรรยาที่กำลังกอดลูกน้อยเนื้อตัวสั่นเทา ดวงตาคู่คมกวาดมองรอยช้ำบนแขนเรียวและรอยน้ำตาบนใบหน้าหวานที่เขารู้จักดี รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความพะว้าพะวัง ความหวาดระแวง และความเจ็บปวดที่เขาเป็นคนฝังมันไว้เองกับมือ
หัวใจของคิรากรกระตุกวูบอย่างแรง... ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างตีรวนขึ้นมาในอก เมื่อสายตาคมเลื่อนไปสบเข้ากับดวงตากลมโตคู่เล็กที่ซุกอยู่ตรงซอกคอของรินรดา ใบหน้านั้น... ดวงตาคู่นั้น... จมูกโด่งรั้นนั่น... ถอดแบบพิมพ์เดียวกันกับเขาไม่มีผิดเพี้ยน
เลือดในกายของท่านประธานหนุ่มเดือดพล่านขึ้นมาทันที ไม่ใช่ด้วยความโกรธเกรี้ยวต่อเด็กน้อย... แต่เป็นความโกรธที่พุ่งเป้าไปที่ความอำมหิตของคนในครอบครัวตนเอง ที่กล้าทำร้ายผู้หญิงและเด็กผู้บริสุทธิ์ได้ลงคอ
“ใครอนุญาตให้แตะต้องพวกเขา” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น เรียบเรื่อยแต่เย็นเยียบจนคนฟังต้องสันหลังวาบ
“คุณกร! นี่ลูกแก้วตาดวงใจของตระกูลเรานะ จะปล่อยให้เด็กนอกสมรสมาปะปนสายเลือดได้ยังไง—”
“เขาคือลูกของผม” คิรากรตัดบทขึ้นเสียงกร้าว ดวงตากวาดมองมารดาและทุกคนในห้องด้วยแววตาเฉียบคมดุจใบมีด “และเป็นทายาทเพียงคนเดียวของคิรากรคนนี้ ใครก็ตามที่บังอาจแตะต้องภรรยา... และลูกของผม แม้แต่ปลายเล็บ คนๆ นั้นจะต้องชดใช้ด้วยความฉิบหายทั้งหมดที่มี!”
ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วห้องโถง ทุกคนต่างอึ้งงันกับคำประกาศกร้าวที่ไม่มีใครคาดคิด แม้แต่รินรดายังต้องเบิกตากว้างอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง เธอมองแผ่นหลังกว้างของอดีตสามีที่ยืนหยัดตระหง่านปกป้องเธอและลูกไว้จากเงื้อมมือของคนในครอบครัวตัวเอง หัวใจดวงน้อยที่ด้านชามานานนับปี กลับไหววูบอย่างรุนแรงด้วยความรู้สึกซับซ้อนที่ยากจะบรรยาย
คิรากรย่อกายลงคุกเข่าข้างหนึ่งลงบนพื้นหินอ่อนเบื้องหน้ารินรดาและเด็กน้อย สายตาที่เคยเย็นชาและห่างเหิน บัดนี้กลับอ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัด เขายื่นมือหนาออกไปหมายจะแตะแก้มนวลของลูกสาวตัวน้อย แต่น้องลินินกลับผวาถอยหลังด้วยความกลัว ซุกหน้าเข้าหาอกมารดาแน่นยิ่งขึ้น
ภาพนั้นทำให้คิรากรเจ็บแปลบในอกราวกับถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง นี่คือผลลัพธ์จากความเย็นชาและความใจร้ายในอดีตของเขา ที่ทำให้ลูกสาวในสายเลือดต้องหวาดกลัวแม้แต่สัมผัสจากพ่อแท้ๆ ของตัวเอง
ชายหนุ่มชะงักมือค้างไว้กลางอากาศ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองรินรดา แววตาคู่นั้นไหวระริกด้วยความรู้สึกผิดบาปที่อัดแน่นเต็มหัวใจ เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาแผ่วเบา ทว่ามั่นคงและจริงจังยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ในชีวิต
“ริน... กลับบ้านของเรานะครับ ให้โอกาสผมได้ทำหน้าที่สามีและพ่อ... ได้โปรด”
รินรดานิ่งงัน หยาดน้ำตาเอ่อคลอเบ้าจนมองภาพตรงหน้าแทบไม่ชัดเจน เธอเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจดวงน้อยสั่นสะท้านท่ามกลางสงครามความรู้สึกที่โหมกระหน่ำ ความรัก ความเจ็บปวด และความหวาดกลัวตีรวนกันจนแทบหายใจไม่ออก ในขณะที่มือหนายื่นเข้ามาโอบกอดร่างของเธอและลูกไว้แน่น เพื่อประกาศให้ทุกคนในตระกูลรับรู้ว่า... นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์ทำร้ายแก้วตาดวงใจของเขาได้อีก
ทว่า... ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังตึงเครียดและซาบซึ้งระคนกัน เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ก้าวเข้ามาหยุดอยู่ที่หน้าประตูกระจกบานใหญ่ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะหยันที่ดังขึ้นอย่างน่าขนลุก
“คิดว่าจะปกป้องเด็กคนนี้ได้พ้นจริงๆ งั้นเหรอคิรากร... นายลืมไปแล้วหรือยัง ว่าเด็กคนนี้ไม่ได้มีแค่สายเลือดตระกูลอัครเดชากุลอย่างเดียว... แต่เขายังมี ‘คำสาป’ จากตระกูลฝั่งฉันด้วย!”
รินรดาหน้าถอดสีทันทีเมื่อหันไปเห็นเงาร่างที่ก้าวพ้นความมืดเข้ามา...
รักรี้ดทุกคนจากใจค่ะ / ละอองดาวเดือนเก้า
หย่าแล้ว...อย่าฝันว่าจะได้เจอหน้าลูก•ตอนที่ 22
ปกป้องแก้วตาดวงใจ
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้ว...อย่าฝันว่าจะได้เจอหน้าลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!