เสียงเคาะประตูที่ดังระรัวราวจังหวะกลองศึกในยามวิกาล สะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทของรินรดาจนหัวใจดวงน้อยกระหน่ำเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก ร่างบางที่แนบแผ่นหลังพิงบานประตูไม้เนื้อแน่นสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ความกลัวที่เธอพยายามฝังกลบไว้ใต้ซากปรักหักพังของชีวิตแต่งงานเมื่อสามปีก่อน บัดนี้กลับพรั่งพรูขึ้นมาเกาะกุมลำคอจนแทบหายใจไม่ออก
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
“ริน... เปิดประตูให้ผมเดี๋ยวนี้”
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดีจนติดตรึงในความทรงจำลอดผ่านช่องไม้เข้ามา น้ำเสียงนั้นทั้งเยียบเย็น ดุดัน และเปี่ยมไปด้วยอำนาจที่เธอเคยต้องสยบยอมอยู่ใต้เงาของเขามาตลอดระยะเวลาสามปีในฐานะ ‘ภรรยาในนาม’ และ ‘เครื่องประดับราคาแพง’ บนหน้าสังคมของคิรากร
รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือด รสชาติเค็มปร่าที่ปลายลิ้นช่วยดึงสติอันเลือนรางให้กลับคืนมา มือเรียวบางที่สั่นเทายกขึ้นกุมหน้าท้องโดยสัญชาตญาณ แม้ในยามนี้เธอจะไม่ได้อุ้มท้องลูกน้อยไว้เหมือนในอดีต แต่ภาพจำอันแสนเจ็บปวดเหล่านั้นก็ไหลย้อนกลับเข้ามาในห้วงคำนึงราวกับภาพยนตร์ซ้ำๆ ที่ฉายวนเวียนไม่รู้จบ
สามปีก่อน... ในคฤหาสน์หลังใหญ่ที่เงียบเหงาและไร้ซึ่งความอบอุ่น
รินรดากำลังตั้งครรภ์ได้สัปดาห์ที่สิบสอง ท้องอ่อนๆ ที่เริ่มนูนขึ้นมาเล็กน้อยคือเครื่องยืนยันถึงสายใยชีวิตที่ก่อกำเนิดจากความสัมพันธ์อันขมขื่น ในคืนที่ฝนตกกระหน่ำลงมาอย่างหนักหน่วง คิรากรก้าวเข้ามาในห้องนอนใหญ่ด้วยกลิ่นอายของแอลกอฮอล์จางๆ และใบหน้าที่เรียบเฉยราดรดด้วยความเย็นชาตามเคย
“คุณริน... ดึกแล้ว ทำไมยังไม่นอนอีก” น้ำเสียงของเขาไร้ซึ่งความห่วงใย มีเพียงความรำคาญใจที่เจืออยู่ในนั้น
“ริน... รินรอคุณค่ะ” เธอก้าวเข้าไปหาด้วยความหวังอันริบหรี่ หวังเพียงว่าข่าวเรื่องทายาทจะสามารถหลอมละลายน้ำแข็งในใจสามีผู้เย็นชาคนนี้ได้บ้าง มือเรียวเอื้อมไปหมายจะแตะแขนเสื้อสูทของเขา แต่กลับถูกปัดออกอย่างไร้เยื่อใย
“อย่ามาแตะต้องผม... รินรดา คุณก็รู้ว่าเราตกลงกันไว้อย่างไร การแต่งงานของเรามันคือธุรกิจ ไม่มีพื้นที่สำหรับเด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้า หรือคุณคิดจะใช้วิธีมารยาพวกนี้มาผูกมัดผมไว้กันแน่”
คำพูดเชือดเฉือนราวกริบมีดกรีดลงกลางใจในวันนั้น ยังคงบาดลึกอยู่ในความรู้สึกราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กายจนน้ำตาเอ่อล้น สัมผัสอันรุนแรงและไร้ซึ่งความทะนุถนอมในคืนนั้นยังคงฝังแน่นอยู่ในความทรงจำ วันนั้น... เขาผลักเธอล้มลงกับพื้นพรมหนานุ่มอย่างไร้ความปรานี เพียงเพราะความหวาดระแวงว่าเธอจะใช้เล่ห์เหลี่ยมจับเขาไว้ด้วยสายเลือด
แรงกระแทกที่ประตูด้านนอกดึงรินรดากลับสู่โลกแห่งความเป็นจริง หยาดน้ำตาที่รื้นขึ้นมาถูกปัดทิ้งด้วยปลายนิ้วอย่างเด็ดเดี่ยว ดวงตากลมโตฉายแวววาวโรจน์ด้วยความเจ็บปวดที่แปรเปลี่ยนเป็นความแข็งกร้าว เธอไม่ใช่รินรดาผู้หญิงอ่อนแอคนเดิมที่ยอมก้มหน้ารับชะตากรรมให้เขาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีอีกต่อไปแล้ว
“คุณไม่มีสิทธิ์มาเคาะประตูห้องนี้ คิรากร!” รินรดาตะโกนตอบกลับไป น้ำเสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อยแต่เด็ดเดี่ยวพอที่จะทำให้คนที่ยืนอยู่หน้าห้องชะงักไปชั่วขณะ
“ผมบอกให้เปิด! อย่าให้ผมต้องพังประตูเข้าไปนะรินรดา คุณก็รู้ว่าผมทำจริง” เสียงทุ้มต่ำคำรามลอดไรฟันด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกขัดใจ
ภายในห้องนอนที่กั้นด้วยผนังทึบ ร่างเล็กของเด็กหญิงวัยสามขวบ ‘น้องลินิน’ ขยับตัวตื่นขึ้นมาจากแรงเสียงเอะอะด้านนอก ดวงตากลมโตใสแป๋วถอดแบบมาจากบิดาผู้เย่อหยิ่งราวกับพิมพ์เดียวกัน เด็กน้อยกระพริบตาปริบๆ ก่อนจะลุกขึ้นนั่งแล้วขยี้ตาด้วยความงัวเงีย
“คุณแม่คะ... เสียงอะไรเหรอคะ เสียงดังจัง ลินินกลัว...” เสียงใสแจ๋วเอ่ยถามขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียด รินรดาสะดุ้งสุดตัว รีบผละจากบานประตูแล้ววิ่งตรงไปที่เตียงนอนโอบกอดร่างเล็กของลูกสาวเข้าสู่อ้อมอกทันที
สัมผัสอุ่นละมุนจากกลิ่นแป้งเด็กและหัวใจดวงน้อยที่เต้นตุบๆ แนบชิดหน้าอก คือเกราะป้องกันเดียวที่ทำให้รินรดามีเรี่ยวแรงยืนหยัดต่อสู้ มือบางลูบกลุ่มผมนุ่มสลวยของลูกสาวอย่างแผ่วเบาเพื่อปลอบประโลม
“ไม่มีอะไรค่ะคนดี... คุณแม่รินอยู่ตรงนี้นะคะ ลินินนอนต่อนะคะเด็กดี” เธอพกระซิบเสียงสั่น พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นไหวไปตามความหวาดกลัวที่กำลังกัดกินหัวใจ
ทว่า... เสียงฝีเท้าหนักๆ และแรงกระแทกครั้งสุดท้ายที่ด้านนอกก็หยุดลงอย่างกะทันหัน ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่หน้าห้องชั่วขณะ ก่อนที่เสียงทุ้มอันทรงอำนาจจะเอ่ยขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป น้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความสงสัยใคร่รู้และบางสิ่งที่ทำให้ลมหายใจของรินรดาเกือบหยุดชะงัก
“นั่น... เสียงเด็กใคร?”
คิรากรที่ยืนอยู่หน้าประตูปิดปากเงียบสนิท หูของเขาคมกริบพอที่จะจับเสียงเด็กผู้หญิงพูดคุยเล็ดลอดออกมาจากห้องพักราคาถูกแห่งนี้ได้ เสียงนั้น... มันช่างคุ้นหูอย่างประหลาด ราวกับเขากำลังส่องกระจกมองดูเงาของตัวเองในวัยเด็ก
รินรดานั่งตัวแข็งทื่ออยู่บนเตียงนอนโดยมีร่างของน้องลินินซุกซบอยู่ในอ้อมกอด หัวใจของเธอร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อตระหนักได้ว่า เวลาแห่งการซ่อนเร้นกำลังจะหมดลง และอดีตอันดำมืดที่เธอพยายามหนีห่างกำลังไล่ล่าตามมาทันแล้ว
นิ้วเรียวของคิรากรที่ทาบอยู่บนบานประตูกำแน่นจนข้อต่องอขาวโพลน สัญชาตญาณบางอย่างบอกเขาว่า หลังบานประตูไม้เก่าๆ นี้ มีความลับบางอย่างซ่อนอยู่... ความลับที่อาจสั่นคลอนรากฐานชีวิตอันสมบูรณ์แบบของท่านประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งให้พังทลายลงในพริบตา!
โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ
---
ขอบคุณจากใจจริงที่ร่วมเดินทางไปกับความเจ็บปวดนี้ด้วยกันนะคะ - ละอองดาวเดือนเก้า
หย่าแล้ว...อย่าฝันว่าจะได้เจอหน้าลูก•ตอนที่ 5
เวลาที่หมุนไป
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้ว...อย่าฝันว่าจะได้เจอหน้าลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!