"ถอยไปค่ะคุณคิรากร... การที่ฉันยอมให้คุณเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัว ไม่ได้แปลว่าฉันจะยอมให้คุณก้าวก่ายหัวใจที่ตายไปแล้วของฉันได้อีก"
เสียงของรินรดาสั่นพร่า ทว่าแววตาของเธอกลับแน่วนิ่งราวกับก้อนหินที่ถูกกัดเซาะด้วยน้ำตามานับครั้งไม่ถ้วน เธอยืนพิงผนังห้องครัว มือที่ถือแก้วน้ำบีบแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ขณะที่ร่างสูงใหญ่ของคิรากรก้าวเข้ามาต้อนจนหลังเธอแทบจะไร้ทางหนี กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมกับกลิ่นจางๆ ของฝนที่เพิ่งตกผ่านตัวเขามา ราวกับพันธนาการเธอไว้ในห้วงอดีตที่เธอพยายามลบเลือน
คิรากรไม่ตอบ แต่เขากลับวางมือข้างหนึ่งลงบนผนังข้างศีรษะเธอ กักขังเธอไว้ในวงแขนแข็งแกร่ง ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองใบหน้าเนียนใสที่บัดนี้ไร้เครื่องสำอาง ทว่ากลับดูงดงามราวกับงานศิลปะที่เขามองข้ามไปหลายปี
"ถ้าหัวใจมันตายไปแล้วจริงๆ... ทำไมเวลาที่ฉันแตะต้องคุณ ร่างกายของคุณถึงยังสั่นเทาเหมือนคนกำลังขาดใจอยู่อย่างนี้ล่ะ รินรดา"
น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าสั่นเขาสั่งการให้หัวใจของคนฟังกระตุกวูบ เขาไม่ได้ใช้กำลังบังคับ แต่เขาใช้ 'ความเปราะบาง' ที่แสดงออกมาผ่านแววตาเว้าวอนนั้นโจมตีเธอ รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น ความโกรธแค้นที่เคยมีกลับถูกแทนที่ด้วยความสับสน... เขาเปลี่ยนไป เขาไม่ใช่คิรากรผู้เย็นชาที่เคยตวาดไล่เธอในวันที่เธอร้องขอความเห็นใจอีกแล้ว
"เพราะฉันเกลียดคุณค่ะ..." เธอเค้นเสียงตอบ แต่หยดน้ำตาที่ร่วงหล่นกลับหักหลังคำพูดของตัวเอง
คิรากรยื่นมือออกไปเช็ดน้ำตาให้นางอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นอบอุ่นจนน่ากลัว มันไม่ใช่สัมผัสของคนที่ต้องการจะครอบครองด้วยความต้องการทางกายเพียงอย่างเดียว แต่มันคือสัมผัสของการ 'ไถ่บาป' เขายอมลดทิฐิ ยอมแม้กระทั่งคุกเข่าลงกับพื้นเพียงเพื่อขอโอกาสดูแลเธอในวันที่เธอป่วยหนัก หรือวันที่เธอเผชิญหน้ากับความตายอย่างเฉียดฉิวจากการถูกลอบทำร้าย
"ถ้าความเกลียดคือสิ่งที่เหลืออยู่ ฉันก็จะยอมรับมัน" เขาขยับใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะแก้ม "แต่ริน... ถ้าวันนี้คุณจะตายไปจริงๆ คนที่เหลืออยู่บนโลกใบนี้อย่างฉัน จะมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างไรในเมื่อหัวใจของฉันมันหยุดเต้นไปตั้งแต่วันที่คุณเดินจากไปพร้อมความลับที่คุณเก็บซ่อนไว้"
รินรดาชะงัก สายตาของเขาไม่ได้โกหก... มันลึกซึ้งและปวดร้าวเกินกว่าจะเสแสร้ง
"ความลับอะไรของคุณ" เธอถาม เสียงอ่อนแรงลง
คิรากรไม่ตอบคำถามนั้น แต่เขากลับก้มลงจูบที่ขมับของเธออย่างแผ่วเบา ก่อนจะเลื่อนมาที่ริมฝีปากอิ่ม สัมผัสที่เกิดขึ้นไม่ได้รุนแรงหรือเร่งเร้า แต่มันกลับเต็มไปด้วยความโหยหาที่อัดอั้นมานานนับปี รินรดาพยายามจะผลักไส แต่ทุกส่วนในร่างกายกลับโอนอ่อนผ่อนตาม รสสัมผัสที่เขามอบให้มันหวานล้ำจนน่าใจหาย ราวกับเขากำลังถ่ายทอดความเสียใจทั้งหมดลงในจุมพิตนี้
มือหนาเริ่มลูบไล้แผ่นหลังบางอย่างแผ่วเบา ปลุกเร้าอารมณ์ที่เธอพยายามสะกดไว้ให้พุ่งพล่าน ร่างกายที่เคยแข็งขืนค่อยๆ อ่อนระทวยลงในอ้อมกอดของเขา ลมหายใจที่ประสานกันกลายเป็นจังหวะเดียวท่ามกลางความเงียบงันของค่ำคืนที่บีบคั้นหัวใจ
ในเสี้ยววินาทีนั้น รินรดาเริ่มเห็นความจริงใจที่มากกว่าคำพูด... เขาเปลี่ยนไปจริงๆ แต่ทว่า ท่ามกลางความวาบหวามที่กำลังจะพาทั้งคู่ดิ่งลึกลงสู่ห้วงอารมณ์ เสียงฝีเท้าเล็กๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางเดินหน้าห้อง
"แม่ขา... ลินินฝันร้ายค่ะ"
ร่างของคิรากรชะงักกึกทันที เขารีบผละออกจากรินรดาด้วยความตกใจ รินรดาหน้าซีดเผือด รีบจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้วหันไปหาที่มาของเสียง เด็กหญิงตัวน้อยในชุดนอนลายกระต่ายยืนขยี้ตาอยู่ตรงหน้าประตู ผมเผ้ากระเซิงและใบหน้าที่จิ้มลิ้มนั่น... ทำเอาคิรากรที่หันไปมองถึงกับหยุดหายใจไปชั่วขณะ
ภาพตรงหน้าทำให้ทุกอย่างในหัวของคิรากรพังทลายลง โลกทั้งใบที่เคยหมุนวนอยู่แค่เรื่องของรินรดาบัดนี้กลับหยุดกะทันหัน เมื่อเห็นเด็กน้อยคนนั้นชัดๆ ในแสงสลัวของโคมไฟ ใบหน้าเรียวเล็ก จมูกรั้น และโดยเฉพาะดวงตากลมโตคู่นั้น... มันคือกระจกเงาที่สะท้อนใบหน้าของเขาในวัยเด็กอย่างไม่มีผิดเพี้ยน
คิรากรตัวชาไปทั้งร่าง มือที่เคยประคองรินรดาสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ เขาค่อยๆ หันกลับมามองหน้ารินรดาที่บัดนี้กลายเป็นสีขาวซีดราวกับคนไร้วิญญาณ
"ริน..." เสียงของเขาแหบแห้งจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ "เด็กคนนี้... ลูกใคร"
รินรดาไม่ตอบ เธอเดินผ่านเขาไปคว้าตัวลินินเข้ามากอดแน่นราวกับจะปกป้องจากปีศาจร้ายที่กำลังพังทลายความลับของเธอ ความเงียบเข้าปกคลุมจนน่าอึดอัด ก่อนที่คิรากรจะก้าวเข้าไปหาเด็กน้อยด้วยสายตาที่สั่นไหวและเปี่ยมไปด้วยความสับสนมหาศาล เขาค่อยๆ ย่อตัวลงต่ำ... ทว่าในจังหวะนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้นพร้อมกับข้อความจากเลขาส่วนตัวที่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอ
*‘ท่านครับ... ผลตรวจ DNA ของเด็กที่ท่านส่งไปให้ตรวจสอบ ออกมาเรียบร้อยแล้วครับ’*
คิรากรยังไม่ทันจะได้คลิกอ่าน แต่ทว่า... รินรดากลับเหลือบไปเห็นหน้าจอโทรศัพท์ของเขาก่อน เธอเบิกตากว้าง ความหวาดกลัวแล่นริ้วขึ้นมาจนแทบจะยืนไม่อยู่ เธอรู้ดีว่านาทีเฉียดตายที่แท้จริงได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว... นาทีที่ความลับที่เธอรักษาไว้ด้วยชีวิต กำลังจะถูกกระชากออกมาต่อหน้าต่อตา!
รักรี้ดทุกคนจากใจค่ะ ละอองดาวเดือนเก้า
หย่าแล้ว...อย่าฝันว่าจะได้เจอหน้าลูก•ตอนที่ 24
นาทีเฉียดตาย
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้ว...อย่าฝันว่าจะได้เจอหน้าลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!