หย่าแล้ว...อย่าฝันว่าจะได้เจอหน้าลูก•ตอนที่ 26

คำขอโทษที่ไม่สายเกินไป

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
ใบลาออกแผ่นสีขาวสะอาดตาถูกวางลงบนโต๊ะไม้เนื้อดีอย่างมั่นคง เสียงกระดาษกระทบพื้นผิวมันวาวเบาหวิวราวกับขนนก แต่กลับสร้างแรงสั่นสะเทือนมหาศาลไปทั่วทั้งห้องทำงานประธานบริษัทอันโอ่อ่า คิรากรไม่แม้แต่จะชายตามองเอกสารชิ้นนั้น สายตาคมกริบของเขาจับจ้องอยู่เพียงร่างระหงของอดีตภรรยาที่ยืนอยู่เบื้องหน้า รินรดาในยามนี้ช่างแตกต่างจากผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่เคยเงียบงันและยอมจำนนต่อความเย็นชาของเขาในอดีตเหลือเกิน ดวงตากลมโตคู่นั้นนิ่งสงบ ทว่ากลับเต็มไปด้วยประกายความเด็ดเดี่ยวที่หลอมสร้างขึ้นจากเศษซากความเจ็บปวดในวันเก่า "คุณรู้ตัวไหมว่ากำลังทำอะไรอยู่, คิรากร" เสียงหวานเอ่ยขึ้นอย่างราบเรียบ แต่ทุกคำที่เปล่งออกมากลับบาดลึกถึงขั้วหัวใจของผู้ฟัง "ผมรู้ดีกว่าใครทั้งหมด..." ชายหนุ่มตอบกลับ น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่า ไร้ซึ่งความเย่อหยิ่งจองหองที่เคยเป็นเกราะกำบังตัวตนมาตลอดชีวิต ตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร อาณาจักรธุรกิจหมื่นล้านที่เขาใช้หยาดเหงื่อและเลือดเนื้อแลกมา ทุกสิ่งทุกอย่างที่สังคมต่างก้มหัวให้ บัดนี้ไม่มีค่าอันใดเลยในสายตาของคนที่สูญเสียทุกอย่างไปแล้วอย่างเขา ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าช้าๆ เข้าหารินรดา ระยะห่างระหว่างคนทั้งคู่ถูกลดทอนลงเหลือเพียงแค่เอื้อม แต่กำแพงแห่งกาลเวลาและบาปกรรมที่เขาสร้างขึ้นกลับหนาเตอะจนยากจะทะลวงผ่าน "ผมยอมสละทุกอย่าง... ทิ้งอำนาจ เงินทอง และเกียรติยศที่เคยยึดติด เพื่อแลกกับการได้เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง" คิรากรเอ่ยด้วยน้ำสั่นเครือเล็กน้อย แววตาคมคายคู่นั้นไหวระริกด้วยหยาดน้ำใสที่ถูกกลั้นไว้จนสุดความสามารถ "ขอโอกาสให้ผมได้พิสูจน์ตัวเองอีกครั้งได้ไหมริน... ให้ผมได้ทำหน้าที่พ่อ และ... สามีที่ดีของหยาดน้ำค้างในหัวใจคุณ" รินรดากลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก หัวใจดวงน้อยที่เคยด้านชาและตายด้านไปแล้วครั้งหนึ่ง กลับไหววูบอย่างน่าสมเพชเมื่อได้ยินคำสารภาพบาปจากปากผู้ชายที่เคยเหยียบย่ำความรักของเธอจนแหลกสลาย ภาพความทรงจำอันมืดมนเมื่อครั้งตั้งครรภ์ลำพัง ความโดดเดี่ยวในค่ำคืนที่พายุโหมกระหน่ำ และเสียงร้องไห้ปานจะขาดใจของน้องลินินในวันที่ลืมตาดูโลกโดยไม่มีผู้เป็นพ่อเคียงข้าง... ทุกสิ่งทุกอย่างไหลย้อนกลับเข้ามาในห้วงคำนึงราวกับภาพยนตร์ซ้ำรอย "สายไปแล้วค่ะ, คิรากร" รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความเข้มแข็ง เปลือกตาสีมุกปิดลงชั่วพริบตาก่อนจะลืมขึ้นมองสบตาเขาตรงๆ "ความเจ็บปวดที่ฉันเคยได้รับ มันไม่ได้จางหายไปเพียงเพราะคุณยอมทิ้งตำแหน่งประธานบริษัทหรอกนะคะ ลูกของเรา... เขาโตมาได้โดยไม่มีคุณ และเราก็มีความสุขกันดีในแบบของเรา" คำปฏิเสธนั้นเฉียบคมราวกับใบมีดที่กรีดลงบนแผลสด คิรากรเจ็บจนพูดไม่ออก ความรู้สึกผิดถาโถมเข้าใส่ราวกับคลื่นยักษ์ซัดสาดเข้าฝั่ง ร่างกายของเขาเซถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยราบเรียบไร้ความรู้สึก บัดนี้บิดเบี้ยวด้วยความร้าวรานอย่างถึงที่สุด ทว่า ในวินาทีที่ความสิ้นหวังกำลังจะกลืนกินลมหายใจของอดีตประธานหนุ่ม เสียงเคาะประตูก็รัวเร็วขึ้น พร้อมกับร่างเล็กจ้อยของเด็กหญิงวัยสามขวบในชุดกระโปรงลายดอกไม้สีฟ้าสดใสที่วิ่งดุ๊กๆ เข้ามาในห้อง โดยมีพี่เลี้ยงวิ่งตามแทบไม่ทัน "คุณแม่คะ! น้องลินินอยากกินไอศกรีมรสสตรอว์เบอร์รี... เอ๊ะ?" เสียงใสแจ๋วราวนกกระจิบพลันเงียบเสียงลง ดวงตากลมโตสีดำสนิทที่ถอดแบบมาจากคิรากรราวกับพิมพ์เดียวกัน กะพริบปริบๆ มองชายแปลกหน้าที่ยืนตัวสูงตระหง่านอยู่ใกล้กับมารดา เด็กหญิงเอียงคอมองอย่างสงสัย ก่อนที่ดวงตาคู่สวยจะเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจเมื่อหันไปเห็นใบหน้าของคิรากรชัดๆ คิรากรแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน หัวใจของเขาหยุดเต้นไปชั่วขณะเมื่อได้สบตากับดวงตาคู่นั้น ดวงตาที่สะท้อนเงาของตนเองอย่างไร้ที่ติ ร่างสูงทรุดตัวลงคุกเข่าลงกับพื้นพรมอย่างไม่นึกรักศักดิ์ศรี มือหนาสั่นเทาราวกับคนเป็นไข้จับสั่นเอื้อมไปหมายจะสัมผัสแก้มนุ่มนิ่มของเด็กน้อย แต่ก็ต้องชะงักค้างกลางอากาศด้วยความกลัว กลัวว่านี่จะเป็นเพียงภาพลวงตา... กลัวว่าเด็กน้อยจะผลักไสเขาเหมือนที่ผู้เป็นแม่ทำ "หนู... หนูชื่อลินินใช่ไหมครับคนเก่ง" คิรากรเอמהเสียงสั่นเครือ หยาดน้ำตาที่อดกลั้นมานานหลั่งรินอาบสองแก้มอย่างไม่อายฟ้าดิน เด็กหญิงลินินมองหน้าชายแปลกหน้าที่กำลังร้องไห้ด้วยความงุนงง มือเล็กป้อมยกขึ้นเกาแก้มตัวเองเบาๆ ก่อนจะหันไปซבוหน้าลงกับชายกระโปรงของมารดาแล้วกระซิบถามเสียงดังลั่นห้อง "คุณแม่คะ... ทำไมคุณลุงคนนี้ถึงหน้าตาเหมือนกระจกเงาของลินินเลยล่ะคะ?" รินรดานิ่งงัดไป มือบางสั่นระริกยามลูบศีรษะลูกสาวแผ่วเบา บรรยากาศภายในห้องเงียบงันลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจและเสียงหัวใจที่เต้นระรัวของคนทั้งสามที่ยืนอยู่ ณ จุดบรรจบแห่งชะตากรรม และในจังหวะที่คิรากรกำลังจะเอื้อมมือคว้าตัวเด็กน้อยเข้ามากอดเพื่อชดเชยเวลาสามปีที่สูญเสียไป ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างระหงในชุดแฟชั่นแบรนด์เนมราคาแพงที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยาะเย้ย "อุ๊ย... ขอโทษทีค่ะ ขัดจังหวะครอบครัวสุขสันต์หรือเปล่าคะคุณคิรากร?" เสียงแหลมสูงเอ่ยขึ้นพร้อมกับเอกสารซองสีน้ำตาลในมือที่ถูกโยนลงบนโต๊ะทำงาน "พอดีฉันบังเอิญไปได้เอกสารชิ้นนี้มา... ผลตรวจ DNA ระหว่างคุณกับเด็กคนนี้ ที่ยืนยันชัดเจนว่าคุณไม่ใช่พ่อแท้ๆ!" รักรี้ดทุกคนจากใจค่ะ ละอองดาวเดือนเก้า
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้ว...อย่าฝันว่าจะได้เจอหน้าลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%