"คุณป๋าขา... ลินินวาดรูปครอบครัวของเราเสร็จแล้วนะคะ ดูสิคะ มีคุณแม่ มีคุณป๋า และก็มีลินินยืนอยู่ตรงกลาง... มือของเราประสานกันแน่นเลยนะคะ"
เสียงใสแจ๋วของเด็กหญิงวัยสามขวบดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงบภายในห้องนั่งเล่นอันโอ่โถงของคฤหาสน์หลังใหญ่ ที่บัดนี้ได้รับการตกแต่งใหม่ด้วยโทนสีอบอุ่น ละมุนละไม ไร้ซึ่งความเย็นชาและไร้ชีวิตชีวาเช่นในอดีตกาล รินรดาชำเลืองมองภาพวาดบนกระดาษวาดเขียนสีขาวสะอาดตา หัวใจดวงน้อยของเธอกระตุกวูบด้วยความตื้นตัน ปนเปไปกับความรู้สึกซับซ้อนที่ยากจะอธิบาย
บนกระดาษแผ่นนั้น... ภาพครอบครัวที่สมบูรณ์แบบถูกถ่ายทอดออกมาผ่านลายเส้นไร้เดียงสา รอยยิ้มของเด็กหญิงตัวน้อยที่อยู่ระหว่างกลาง สะท้อนความสุขที่เธอไม่เคยคิดว่าจะได้ครอบครองมันอีกครั้ง หลังจากผ่านพ้นมรสุมแห่งน้ำตาและความร้าวรานในอดีตมาได้อย่างสะביบสะบอ
คิรากร ชายหนุ่มผู้เคยหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีและเย็นชาดั่งน้ำแข็งขั้วโลก คุกเข่าลงบนพรมราคาแพงอย่างไม่นึกรักตัวกลัว
เกียรติ ดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววดูแคลนและผลักไส บัดนี้กลับเปี่ยมล้นไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความสำนึกผิดและความรักอันท่วมท้น มือหนาที่เคยใช้เซ็นใบหย่าอย่างไร้เยื่อใยเมื่อหลายปีก่อน สั่นเทาเล็กน้อยขณะเอื้อมไปรับกระดาษแผ่นนั้นมาจากมือเล็กป้อมของลูกสาว
"สวยมากเลยครับ... ลูกสาวของป๋าเก่งที่สุดเลย"
เสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยออกมานั้นแหบพร่า เจือไปด้วยความสั่นเครือ คิรากรดึงร่างเล็กป้อมเข้ามากอดไว้แนบอก แนบใบหน้าคมคายลงกับกลุ่มผมนุ่มสลวยของน้องลินินสูดดมความหอมบริสุทธิ์ราวกับต้องการเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปตลอดสามปีเต็ม สามปีที่เขาโง่เขลาเบาปัญญา ปล่อยให้ผู้หญิงที่รักเขาหมดหัวใจและลูกในไส้ต้องระเหเร่ร่อนไปเผชิญโลกกว้างเพียงลำพัง เพียงเพราะทิฐิและความเย่อหยิ่งบ้าบอ
รินรดานั่งนิ่งอยู่บนโซฟาตัวยาว ดวงตากลมโตคู่สวยมองภาพเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกที่ตกตะกอน เธอยังจำรสชาติของความเจ็บปวดในวันที่เธออุ้มท้องโตเดินออกจากบ้านหลังนี้ได้ดี แผลเป็นในใจไม่เคยจางหายไปไหน แม้ว่าวันนี้คิรากรจะคุกเข่าอ้อนวอน ขัดเกลาความผิดบาปด้วยความอ่อนโยนและการดูแลเอาใจใส่อย่างเสมอต้นเสมอปลายตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา จนพวกเขากลับมาใช้ชีวิตครอบครัวร่วมกันอีกครั้งภายใต้ชายคาเดียวกันอย่างสมบูรณ์แบบตามคำเรียกร้องของลูกน้อย
แต่วันคืนที่เคยแตกสลาย... จะถูกสมานให้สนิทได้ด้วยกาลเวลาเพียงชั่วพริบตาจริงหรือคะ?
"รินครับ..."
เสียงเรียกแผ่วเบาดึงรินรดาออกจากภวังค์ความคิด เธอมองเงยขึ้นสบตากับอดีตสามี—ผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีในปัจจุบันอีกครั้ง คิรากรค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอุ้มน้องลินินไว้แนบอก ก่อนจะเดินเข้ามาทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าต่อหน้าเธอ สายตาคู่นั้นสะท้อนความเวทนาและอ้อนวอนขอความเมตตาอย่างไม่เหลือมาดประธานบริษัทผู้ทรงอิทธิพลเลยแม้แต่น้อย
"พี่รู้ว่าสิ่งที่พี่เคยทำกับรินมันเลวร้ายเกินกว่าจะให้อภัยได้ง่ายๆ พี่รู้ว่าแผลในใจรินยังเจ็บอยู่... แต่ขอโอกาสให้พี่ได้ทำหน้าที่สามีและพ่อที่ดี ชดเชยเวลาที่เสียไปทั้งหมดได้ไหมครับ? ให้ครอบครัวของเราได้เริ่มต้นใหม่อย่างแท้จริงเสียทีนะ"
รินรดากลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาคมคายคู่นั้น เห็นร่องรอยความเหนื่อยล้าและความจริงใจที่ถูกกลั่นกรองออกมาจากความสำนึกผิดอย่างแท้จริง มือเรียวบางยื่นออกไปสัมผัสแก้มสากของสามีเบาๆ ก่อนจะเลื่อนขึ้นไปเกลี่ยเส้นผมที่ระหน้าผากมนของลูกสาวที่กำลังซบอยู่บนไหล่กว้างของบิดา
"รินไม่ได้โกรธพี่รากรอีกแล้วค่ะ..." น้ำเสียงหวานใสเอื้อnเอ่ยออกมาแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของสายลม "บางที... การที่เราได้กลับมาอยู่พร้อมหน้ากันแบบนี้ อาจเป็นบทลงโทษที่ดีที่สุดสำหรับเราทั้งคู่ก็ได้นะคะ โทษฐานที่เคยปล่อยให้ความรักหลุดลอยไปจากมือ"
คิรากรระบายยิ้มทั้งน้ำตา เขาคว้ามือเรียวบางมาจູບซับหลังมือด้วยความรักและเทิดทูน บรรยากาศภายในห้องอบอวลไปด้วยความรักความอบอุ่นที่รินรดาโหยหามาเนิ่นนาน รอยยิ้มเสียงหัวเราะคิกคักของน้องลินินที่วิ่งวนรอบตัวพวกเขาทั้งสองคน ช่วยขับไล่เงาแห่งความมืดมนในอดีตให้เลือนหายไป จนเกือบจะทำให้รินรดาลืมเลือนไปสนิทใจว่า... ความสุขที่สมบูรณ์แบบมักเปราะบางเสียยิ่งกว่าแก้วเจียระไน
ทว่า ในขณะที่คิรากรกำลังโอบกอดภรรยาและลูกสาวเข้าสู่อ้อมกอดพร้อมรอยยิ้มแห่งชัยชนะของครอบครัวที่สมบูรณ์ เสียงกริ่งประตูหน้าคฤหาสน์ก็ดังขึ้นแทรกบรรยากาศอันแสนหวานนั้นอย่างกะทันหัน
ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงทุบประตูด้านนอกดังรัวเร็วดิบเถื่อนและไร้มารยาท ราวกับผู้มาเยือนไม่ได้มาดี รินรดาสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ น้องลินินส่งเสียงร้องไห้งอแงด้วยความหวาดกลัว คิรากรขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นทันทีเมื่อถูกขัดจังหวะความสุข
"ใครมาทำอะไรเวลานี้..." คิรากรพึมพำด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะเดินสาวเท้ายาวๆ ไปที่ประตูหน้าบ้านเพื่อจัดการกับแขกไม่ได้รับเชิญ
รินรดากอดปลอบลูกน้อยในอ้อมแขน แต่สังหรณ์ใจประหลาดบางอย่างกลับแล่นริ้วขึ้นมาจับขั้วหัวใจ ความรู้สึกเย็นเยียบแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กายราวกับมีลางสังหรณ์ว่าความสุขที่เพิ่งประกอบสร้างขึ้นมาใหม่กำลังจะพังทลายลงในพริบตา
แอด... เสียงบานประตูใหญ่เปิดออกเผยให้เห็นร่างสูงโปรดของใครบางคนก้าวเข้ามาในแสงไฟสลัว พร้อมกับรอยยิ้มเยียบเย็นที่ส่งตรงมายังคิรากร และสายตาคมกราบที่พุ่งตรงมาที่รินรดาอย่างมีความหมาย
"สวัสดีครับคุณคิรากร... ไม่คิดเลยนะครับว่าภรรยาที่คุณตามหาจนพลิกแผ่นดิน จะมาซ่อนตัวอยู่ใต้จมูกคุณแบบนี้เองแถมยังพก 'หลักฐาน' ชิ้นโตติดตัวมาด้วย..."
รักรี้ดทุกคนจากใจค่ะ ละอองดาวเดือนเก้า
หย่าแล้ว...อย่าฝันว่าจะได้เจอหน้าลูก•ตอนที่ 29
เริ่มต้นใหม่ในความทรงจำเดิม
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้ว...อย่าฝันว่าจะได้เจอหน้าลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!