“ฉันไม่เคยคิดว่าการรอคอยจะมีรสชาติเหมือนน้ำตาที่แห้งกรังบนแผ่นหลังของตัวเองหรอกนะคิรากร... แต่ดูเหมือนว่าวันนี้ รสชาติของมันจะเปลี่ยนไปแล้ว”
รินรดาวางแก้วชาลงบนโต๊ะไม้โอ๊ก แผ่วเบาจนแทบไม่มีเสียง หากแต่ประโยคที่เธอกล่าวออกไปกลับดังก้องกังวานในความเงียบงันของห้องโถงใหญ่ คิรากรที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามชะงักมือที่กำลังเซ็นเอกสารสำคัญ แววตาคมกริบที่เคยเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก บัดนี้สั่นไหวและเจือไปด้วยความสำนึกผิดที่ท่วมท้นจนแทบล้นอก
เขาวางปากกาลง ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินอ้อมโต๊ะมาหาหญิงสาวที่เขารักสุดหัวใจและเกือบทำลายมันด้วยมือของตัวเองเมื่อหลายปีก่อน
“ริน... ผมรู้ว่าคำว่าขอโทษมันเทียบไม่ได้กับทุกหยาดน้ำตาที่คุณต้องเสียไป” เขานั่งคุกเข่าลงแทบเท้าของเธอ มือหนาสั่นเทาเล็กน้อยขณะเอื้อมไปกุมมือนุ่มนิ่มนั้นไว้ “ผมยอมให้คุณทุบตี ผมยอมให้คุณเกลียด แต่ได้โปรด... อย่าให้ผมต้องใช้ชีวิตที่เหลืออยู่โดยไม่มีคุณกับลินินอีกเลย”
ที่มุมห้อง น้องลินินในวัยสามขวบเศษที่กำลังง่วนอยู่กับตุ๊กตาตัวโปรด เงยหน้าขึ้นมองภาพบิดาที่กำลังคุกเข่าต่อหน้ามารดา ดวงตากลมโตสีนิลที่ถอดแบบมาจากคิรากรไม่มีผิดเพี้ยนนั้นใสซื่อเกินกว่าจะเข้าใจความซับซ้อนของผู้ใหญ่ หนูเดินเตาะแตะเข้ามาใกล้ ก่อนจะเอื้อมมือเล็กๆ ไปแตะไหล่คนเป็นพ่อ
“ปาป๊า... ร้องไห้ทำไมคะ? หม่ามี้ไม่ชอบให้ปาป๊าร้องไห้หรอกนะ”
หัวใจของคิรากรกระตุกวูบ เขาคว้าตัวลูกสาวตัวน้อยเข้ามากอดไว้แน่น หยาดน้ำตาลูกผู้ชายหยดลงบนแก้มใสของเด็กหญิง นี่คือชีวิต... นี่คือผลผลิตจากความรักที่เขาเคยพยายามผลักไส แต่วันนี้มันกลายเป็นเครื่องเตือนใจถึงความสุขที่เขากำลังได้รับโอกาสให้รักษาไว้
รินรดามองภาพตรงหน้าด้วยหัวใจที่อ่อนยวบ ความแค้นที่เคยกัดกินใจค่อยๆ เลือนหายไป แทนที่ด้วยความอบอุ่นที่โอบล้อมดวงวิญญาณ เธอลุกขึ้นยืนแล้วเอื้อมมือไปลูบกลุ่มผมนุ่มของทั้งสองคน พลางคลี่ยิ้มบางที่สวยงามที่สุดเท่าที่คิรากรเคยเห็นมาในรอบหลายปี
“ลุกขึ้นเถอะค่ะคิรากร... เราเหนื่อยกันมามากพอแล้ว” เธอเอ่ยเสียงนุ่ม “อนาคตต่อจากนี้ ไม่ใช่การชดใช้ความผิด แต่มันคือการสร้าง ‘นิรันดร์’ ของเราใหม่ด้วยความเข้าใจ”
คิรากรลุกขึ้นยืน ดวงตาคู่คมจับจ้องใบหน้าเนียนใสของภรรยาที่เขากลับมาครองใจได้อีกครั้ง เขาโน้มตัวลงกระซิบข้างใบหูเธอด้วยน้ำเสียงพร่าสั่น “ผมจะรักคุณและลินินให้มากกว่าที่ชีวิตนี้จะทำได้ ผมสัญญา... ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน คุณจะเป็นคนเดียวที่อยู่ในลมหายใจของผมเสมอ”
ค่ำคืนนั้น ในห้องนอนที่ประดับด้วยแสงไฟสลัว บรรยากาศอบอวลไปด้วยไออุ่นแห่งความรักที่ผ่านการทดสอบมาอย่างโชกโชน คิรากรบรรจงถอดเสื้อคลุมของรินรดาออกทีละน้อย ลมหายใจของเขาเริ่มหนักหน่วงเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมละมุนจากผิวกายของเธอ รินรดาไม่ขัดขืน เธอกลับโน้มลำคอระหงเข้าหา สัมผัสถึงความร้อนแรงที่เปี่ยมไปด้วยความโหยหาและทะนุถนอม
เรียวปากของเขาประทับลงบนซอกคอขาวระหง ไล่ระดับลงมายังร่องอกอิ่ม สัมผัสที่คุ้นเคยแต่กลับให้ความรู้สึกลึกซึ้งกว่าครั้งไหนๆ ราวกับว่านี่คือการเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่แท้จริง มือของคิรากรลูบไล้ไปตามสรีระโค้งเว้าของภรรยาสาวอย่างทะนุถนอม ทุกสัมผัสแฝงไปด้วยคำมั่นสัญญาที่ไร้คำพูด เขาสอดประสานนิ้วมือเข้ากับมือของเธอ กดจูบเน้นย้ำถึงความเป็นเจ้าของที่แลกมาด้วยหัวใจที่แตกสลาย
เสียงครางแผ่วหวานของรินรดาประสานกับเสียงลมหายใจหอบถี่ของคิรากร จังหวะแห่งความรักดำเนินไปอย่างเชื่องช้าแต่หนักแน่น เต็มอิ่มไปด้วยอารมณ์ที่พรั่งพรู ทั้งความเสียใจในอดีตและความหวังในอนาคตหลอมรวมกันในค่ำคืนนี้ ร่างกายที่แนบชิดจนไร้ช่องว่างสื่อสารความหมายที่ลึกซึ้งเกินบรรยาย มันคือการไถ่บาปด้วยความเสน่หา และการเติมเต็มด้วยหัวใจที่กลับมาเป็นดวงเดียวกันอีกครั้ง
ท่ามกลางความมืดสลัวที่ถูกฉาบด้วยความสุขสม คิรากรกอดร่างบางไว้แนบอก เขารู้ดีว่าต่อจากนี้ไป ต่อให้โลกจะหมุนเปลี่ยนไปเพียงใด หรือจะมีพายุร้ายโถมเข้ามาอีกสักกี่ครั้ง เขาก็จะไม่ปล่อยมือจากผู้หญิงคนนี้และพยานรักตัวน้อยของเขาอีกต่อไป
เพราะนี่ไม่ใช่แค่การกลับมาอยู่ด้วยกัน แต่มันคือ ‘นิรันดร์รัก’ ที่เขาจะไม่มีวันยอมให้ใครหรือสิ่งใดมาพรากมันไปได้อีก... ตลอดกาล
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปกับรินรดาและคิรากร จนถึงบทสุดท้ายนี้จากหัวใจของละอองดาวเดือนเก้านะคะ
หย่าแล้ว...อย่าฝันว่าจะได้เจอหน้าลูก•ตอนที่ 30
นิรันดร์รัก
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้ว...อย่าฝันว่าจะได้เจอหน้าลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!