แสงไฟสีแดงจากแฟลชไดรฟ์ในมือของชายผู้นั้นไม่ได้เพียงแต่กะพริบสะท้อนบนม่านตาของศิลาเท่านั้น แต่มันยังทำหน้าที่เป็นเครื่องจับจังหวะการเต้นของหัวใจที่กำลังไต่ระดับความเร็วขึ้นในความเงียบสงัดของห้องทำงานยามวิกาล
รินรดากลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วเรียวที่ถือม้วนกระดาษไขแปลนโครงสร้างเผลอจิกเกร็งจนกระดาษยับยู่ยี่ ความหวาดระแวงผสมผสานกับกลิ่นอายของกาแฟเย็นชืดที่ตั้งทิ้งไว้บนโต๊ะทำงาน ทำให้บรรยากาศรอบตัวอัดแน่นไปด้วยความกดดันระดับสูงสุด ศิลาขยับตัวช้าๆ อย่างระมัดระวัง สัญชาตญาณของวิศวกรผู้ผ่านการคำนวณแรงกดและจุดรับน้ำหนักมานับไม่ถ้วนบอกเขาว่า—โครงสร้างความสัมพันธ์อันเปราะบางระหว่างพวกเขากำลังรับแรงเค้นเกินพิกัด
"คุณคิดว่าสิ่งนี้จะรอดพ้นจากสายตาของคนระดับพวกคุณไปได้นานแค่ไหนกันหรือครับ?" เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบเอ่ยทำลายความเงียบ ชายในชุดสูทผู้เป็นตัวแทนของกลุ่มผู้มีอิทธิพลเบื้องหลังโครงการนี้แย้มยิ้มเยือกเย็น แฟลชไดรฟ์สีดำสนิทถูกโยนสลับไปมาระหว่างฝ่ามือ เป็นการแสดงออกถึงความเหนือกว่าอย่างไร้ที่ติ
ศิลาไม่ตอบ ร่างสูงใหญ่ก้าวเท้าออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว บดบังร่างของรินรดาไว้โดยสัญชาตญาณ แววตาของเขาคมกริบราวกับใบมีดผ่าตัดที่พร้อมจะกรีดเฉือนทุกคำโกหกให้เปิดเผย
"เก็บมันไว้ก็ไม่มีประโยชน์หรอกครับ เพราะข้อมูลต้นฉบับไม่ได้อยู่ที่นี่ที่เดียว" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่เต็มไปด้วยแรงกดดันทางจิตวิทยา "และคุณก็รู้ดีว่า ถ้าแฟลชไดรฟ์อันนั้นถูกเปิดใช้งานพร้อมกับระบบสำรองบนคลาวด์ที่ตั้งเวลาไว้... คนที่จะไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวันคนแรก ไม่ใช่พวกเราหรอกครับ"
รินรดาเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังกว้างของศิลาที่อยู่เบื้องหน้า ในวินาทีนั้น ความเย็นชาที่เธอเคยสัมผัสจากตัววิศวกรหนุ่มกลับกลายเป็นเกราะป้องกันที่มั่นคงที่สุด ความรู้สึกบางอย่างที่เธอพยายามปฏิเสธมาตลอดเริ่มกัดเซาะกำแพงในใจให้บางลงอย่างเงียบเชียบ
ชายในชุดสูทชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มบนมุมปากกระตุกวูบ ดวงตาคมกวาดมองทั้งศิลาและรินรดาด้วยความลังเลชั่วขณะ ก่อนที่เขาจะแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ
"ปากดี... ไว้เราค่อยดูกันว่า คุณจะยังรักษาความมั่นใจนี้ไว้ได้อีกนานแค่ไหน เมื่อผลตรวจโครงสร้างตึกเปิดเผยออกมาว่า ความผิดพลาดทั้งหมดไม่ได้มาจากระบบ แต่มาจาก 'ลายเซ็น' ของใครบางคน"
สิ้นคำพูด ชายคนนั้นก็หมุนตัวเดินสาวเท้าหายลับไปทางบันไดหนีไฟ ทิ้งไว้เพียงเสียงฝีเท้าที่ค่อยๆ จางหาย และความตึงเครียดที่ยังคงลอยเคว้งอยู่ในอากาศ
ประตูห้องปิดสนิทลง ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง รินรดาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานอย่างหมดแรง ลมหายใจของเธอยังคงหอบสะั่นเล็กน้อย ความทรงจำอันเลวร้ายจากเหตุการณ์ในอดีต—ภาพอาคารที่พ่อของเธอออกแบบแล้วพังทลายลงคร่าชีวิตผู้คน—หวนกลับมาทับถมในอกจนหายใจไม่ออก
ศิลาหันกลับมามอง เค้าโครงใบหน้าคมคายภายใต้แสงไฟสีส้มสลัวดูอ่อนโยนลงกว่าปกติ เขายื่นแก้วกระดาษใส่น้ำอุ่นไปตรงหน้าเธอ โดยไม่พูดคำหวานปลอบโยนใดๆ เพราะเขาเองก็รู้ดีว่า สำหรับคนที่มีบาดแผลในจิตวิญญาณเช่นเดียวกับพวกเขา คำพูดสวยหรูไร้ความหมายยิ่งกว่าความเงียบ
"ดื่มเสียหน่อยเถอะครับ รินรดา" เสียงทุ้มทอดนุ่มลงอย่างเห็นได้ชัด "คุณไม่ได้อยู่คนเดียวในโครงการนี้แล้ว... และผมจะไม่ยอมให้ประวัติศาสตร์มันซ้ำรอยเดิมเด็ดขาด"
รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตากลมโตคู่สวยไหวระริกด้วยหยาดน้ำตาที่คลอหน่วย เธอยื่นมือมารับแก้วน้ำจากเขา ปลายนิ้วของทั้งคู่แตะสัมผัสกันโดยบังเอิญ ความอบอุ่นจากฝ่ามือของศิลาส่งผ่านความรู้สึกมั่นคงเข้ามาในใจของเธออย่างน่าประหลาด กำแพงน้ำแข็งที่เธอสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองจากความเจ็บปวด ค่อยๆ ร้าวรานและพังทลายลงในค่ำคืนของการทำงานล่วงเวลานี้เอง
"คุณเชื่อมั่นในตัวฉันมากขนาดนั้นเลยหรือคะ... ศิลา" รินรดาเอ่ยถาม น้ำเสียงเจือความสั่นเครือเล็กน้อย
ศิลาทอดสายตามองเธอนานกว่าปกติ แววตาที่เคยแข็งกร้าวและยึดติดแต่กับตัวเลขทางวิศวกรรม บัดนี้กลับฉายแววความลึกซึ้งที่ซ่อนเร้นมานาน
"ผมไม่ได้เชื่อมั่นในกระดาษแปลนหรือตัวเลขการคำนวณครับ..." ศิลาเว้นจังหวะเล็กน้อย ปล่อยให้ความหมายระหว่างบรรทัดทำหน้าที่ของมัน "แต่ผมเชื่อมั่นในจิตวิญญาณของสถาปนิกที่นั่งอยู่ตรงหน้าผมคนนี้ต่างหาก"
บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง ความใกล้ชิดในห้องทำงานแคաբๆ ยามตีสอง ทำให้ระยะห่างทางกายภาพสั้นลงจนแทบไม่ได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน รินรดารู้สึกได้ถึงแรงดึงดูดประหลาดที่เชื่อมโยงหัวใจสองดวงเข้าด้วยกัน ท่ามกลางความมืดมนของคดีทุจริตและภัยอันตรายที่รายล้อม พื้นที่ว่างระหว่างพวกเขากลับถูกเติมเต็มด้วยความเข้าใจอันลึกซึ้ง
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายลงสู่ความอบอุ่น...
*กริ๊ก!*
เสียงโลหะกระทบกันเบาๆ จากเพดานด้านบนเหนือช่องเซอร์วิสแอร์ดังขึ้นทำลายบรรยากาศโดยสิ้นเชิง
ศิลาเบิกตากว้างขึ้นทันที ร่างกายขยับเร็วกว่าความคิด เขากระชากแขนรินรดาให้หลบลงใต้โต๊ะทำงานพร้อมกับที่กระสุนปืนนัดหนึ่งเจาะทะลุกระจกหน้าต่างเข้ามาฝังจมลงในผนังห้องเสียงดังสนั่นหวั่นไหว เศษกระจกแตกกระจายเกลื่อนพื้น และก่อนที่ทั้งคู่จะได้ตั้งตัว เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสคู่ก็กำลังวิ่งกรูเข้ามาประชิดหน้าประตูห้องทำงานของพวกเขาแล้ว!
ขอบพระคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับ "สายลมแผ่วเบา" นะครับ
สถาปนิกไร้เงา กับวิศวกรผู้ถือไม้บรรทัด•ตอนที่ 5
พื้นที่ว่างระหว่างเรา
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้เงา กับวิศวกรผู้ถือไม้บรรทัด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!