"ถ้าคานตัวนี้ทรุดลงมาอีกสองเซนติเมตรนะธันวา นายกับฉันจะได้นอนกอดกันใต้ซากปรักหักพังแบบโรแมนติกสุดๆ เลยล่ะคุณวิศวกร"
เสียงทุ้มติดจะกวนประสาทของธันวา ดังแทรกเสียงฝนตกกระหน่ำด้านนอก ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดในห้องโถงของบ้านพักชั่วคราวที่กำลังเอียงกระเท่เร่ อคินขบกรามแน่นจนสันนูน มือหนาในถุงมือช่างกำลังใช้ประแจขันน็อตตัวสุดท้ายเข้ากับเสาค้ำยันเหล็กชั่วคราวที่พวกเขาเพิ่งช่วยกันแบกหามมาติดตั้งอย่างทุลักทุเล เหงื่อกาฬไหลซึมตามกรอบหน้าคมคายของวิศวกรหนุ่มผู้รักความสมบูรณ์แบบ แต่นั่นยังไม่น่าหงุดหงิดเท่าใบหน้ายิ้มระรื่นของพ่อหนุ่มสายกาวที่นั่งยองๆ เอาคางเกยหัวเข่ามองเขาทำงานอยู่ตรงมุมห้อง
"ตลกมากไหมธันวา ถ้าโครงสร้างมันพังลงมาจริงๆ คนแรกที่จะโดนทับแบนเป็นกล้วยปิ้งก็คือนายนั่นแหละที่เป็นคนคำนวณน้ำหนักพาร์ทิชันผิดตั้งแต่แรก!" อคินหันไปแหวใส่ด้วยความโมโห ดวงตาคมกริบฉายแววค้อนควับ แต่ลึกๆ แล้วซ่อนความกังวลไว้มิดชิด เพราะโครงสร้างบ้านหลังนี้กำลังส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดน่ากลัวราวกับมันกำลังหายใจเข้าออก
"โถ่ วิศวกรคีพคูลผู้เคร่งขรึม อย่าเพิ่งหัวร้อนใส่กันสครับคุณ แรงกดทับ (Stress) กับแรงตึง (Tensile) มันก็เหมือนใจผมนั่นแหละ ยิ่งเจอแรงกดดันจากสายตาพิฆาตของคุณเข้าไป มันก็ยิ่งใกล้จะถึงจุดวิกฤต (Yield Point) แล้วนะ" ธันวาหัวเราะรơiร่า ดีดนิ้วเป๊าะหนึ่งก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาใกล้ชายหนุ่มที่กำลังงละวันอยู่กับการวัดระดับน้ำ (Spirit Level) บนคานเหล็ก
อคินชะงักไปนิดเมื่อร่างสูงโปร่งของอีกฝ่ายเข้ามาประชิดตัว กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ผสมกับกลิ่นฝนจางๆ ลอยแตะจมูกจนเผลอสูดหายใจเข้าลึกโดยไม่รู้ตัว ดวงตากลมโตของธันวาที่มองตรงมานั้นไม่มีแววหวาดกลัวเลยสักนิด มีเพียงประกายวิบวับซุกซนที่ทำเอาหัวใจคนคีพคูลเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ
"ถอยไปน่าธันวา นายกำลังเกะกะการคำนวณโมเมนต์ความต้านทานการดัด (Bending Moment) ของฉันนะ" อคินเอ่ยเสียงเข้ม พยายามเบี่ยงตัวหนีเพื่อซ่อนใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีแดงเรื่อ ทว่าธันวาไวกว่า มือเรียวยาวเอื้อมไปจับที่ปลายคานเหล็กด้านหนึ่งช่วยประคองไว้ทันทีเมื่อตัววัดระดับน้ำเอียงไปข้างหนึ่งอย่างน่าใจหาย
"ถ้าผมถอยแล้วใครจะช่วยพยุงคานตัวนี้ล่ะครับคุณอคิน จำหลักการสมดุลกล (Mechanical Equilibrium) ที่คุณเคยสอนผมไม่ได้เหรอ? แรงลัพธ์ (Resultant Force) จะเป็นศูนย์ได้ ก็ต่อเมื่อแรงที่มากระทำต้องเท่ากันและมีทิศทางตรงกันข้าม... เหมือนเราสองคนตอนนี้ไง แรงผลักดันให้รอดตาย กับแรงกวนประสาท หักล้างกันพอดีเป๊ะ"
อคินถอนหายใจยาวพรืด ยอมรับในใจเงียบๆ ว่าต่อให้เขาจะเก่งกาจเรื่องวิศวกรรมโครงสร้างขนาดไหน แต่เขากลับไม่มีสูตรคำนวณรับมือกับความกวนของคนตรงหน้าเลยแม้แต่สูตรเดียว
"นายเนี่ยนะ... เอาฟิสิกส์มาหยอดได้ทุกสถานการณ์จริงๆ" อคินบ่นอุบ แต่ยอมขยับตัวเข้าไปใกล้ขึ้นเพื่อช่วยกันขันน็อตล็อกคานเหล็กให้แน่นหนาขึ้น บรรยากาศรอบตัวเงียบลงชั่วขณะ เหลือเพียงเสียงเม็ดฝนกระทบหลังคาสังกะสีด้านนอก และเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ที่ยืนแนบชิดกันในพื้นที่แคบๆ
โครงสร้างบ้านฉุกเฉินหลังนี้ถูกสร้างขึ้นอย่างเร่งรีบเพื่อบังแดดบังฝนในช่วงที่พวกเขาต้องลงพื้นที่สำรวจภัยพิบัติ แต่ด้วยความที่ดินแถบนี้เป็นดินโคลนเหลว (Liquefaction Soil) ที่สูญเสียความแข็งแรงเมื่อเจอฝนตกหนัก ทำให้ฐานรากเกิดการทรุดตัวไม่เท่ากัน (Differential Settlement) ธันวาที่แม้จะดูเป็นคนเล่นๆ แต่ในยามวิกฤตแบบนี้ สมองของเขากลับทำงานเร็วจี๋ เขาวิเคราะห์การกระจายน้ำหนัก (Load Distribution) และเสนอให้ใช้หลักการค้ำยันแบบสามเหลี่ยม (Triangular Bracing) ซึ่งเป็นโครงสร้างที่มั่นคงที่สุดในการรับแรงอัดและแรงดึง
"นายเห็นรอยร้าวตรงผนังปูนนั่นไหมอคิน" ธันวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้นเล็กน้อย นิ้วเรียวชี้ไปยังรอยแตกรูปตัววีที่ค่อยๆ ขยายตัวกว้างขึ้นตามแรงเฉือน (Shear Stress) ของผนัง
อคินหันไปมองตาม ใบหน้าหล่อเหลาเคร่งเครียดขึ้นทันที "รอยร้าวเฉียงแบบนั้น... เกิดจากแรงเค้นหลัก (Principal Stress) ที่ทำมุม 45 องศา แน่นอนว่าถ้าเราไม่กระจายน้ำหนักออกไปทางเสาด้านข้าง คานหลักตรงนี้ต้องหักกลางเป็นสองท่อนแน่ๆ"
"ถูกต้องครับท่านวิศวกร เพราะฉะนั้นเราต้องใช้หลักการกระจายแรง (Force Dispersion) เสริมแผ่นเหล็กประกบเข้าไปทั้งสองด้านของคาน แล้วขันยึดด้วยสลักเกลียวแรงดึงสูง เพื่อเพิ่มโมเมนต์ความเฉื่อย (Moment of Inertia) ให้มันรับน้ำหนักได้มากขึ้น... ว่าไงครับ จะให้ผมเป็นคนถือประแจ หรือจะให้ผมกอดคุณแน่นๆ เพื่อซับแรงกระแทกดี?" ธันวาไม่วายหยอดทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
อคินค้อนขวับ ยกศอกขึ้นศอกสีข้างอีกฝ่ายเบาๆ หมั่นไส้แต่ก็แอบอมยิ้มที่มุมปาก "พูดมากน่าธันวา รีบหยดน้ำมันกันสนิมแล้วส่งประแจเบอร์สิบแปดมาให้ฉันเร็วเข้า ก่อนที่บ้านหลังนี้จะกลายเป็นหลุมหลบภัยส่วนตัวของเราจริงๆ"
เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมงท่ามกลางความร่วมมืออย่างรู้ใจ เหงื่อไหลไคลย้อยแต่โครงสร้างเหล็กชั่วคราวก็ถูกติดตั้งจนเสร็จสมบูรณ์ อคินทิ้งตัวลงนั่งพับเพียบบนพื้นปูนซีเมนต์ที่เย็นเฉียบอย่างหมดแรง เขายกแขนเสื้อขึ้นปาดเหงื่อบนหน้าผาก ก่อนจะหันไปมองธันวาที่ทิ้งตัวลงนั่งพิงผนังห้องอยู่ข้างๆ กัน ไหล่กว้างแนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านออกมาท่ามกลางความหนาวเย็นของสายฝน
"เหนื่อยเป็นเหมือนกันเหรอพ่อนักวิทยาศาสตร์สายกาว" อคินเอ่ยแซวเบาๆ น้ำเสียงเจือความอ่อนโยนที่เจ้าตัวก็ไม่รู้ตัวว่าเผลอแสดงออกมา
"เหนื่อยสิครับ แต่คุ้มนะ... ได้พิสูจน์ให้วิศวกรมือหนึ่งดูว่า ฟิสิกส์ภาคสนามของผมก็ไม่ได้แย่ใช่ไหมล่ะ?" ธันวาหันมาส่งยิ้มกว้าง ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับในแสงไฟฉายสลัวๆ ที่วางตั้งอยู่บนพื้น "แถมโครงสร้างทางใจของผมที่เคยพังทลายไปเรื่อยๆ เวลาอยู่ใกล้คุณ ตอนนี้มันก็ถูกค้ำยันไว้ด้วยความรู้สึกดีๆ จนแน่นหนาแล้วด้วยนะ"
คำพูดกำกวมที่แฝงความนัยนั้นทำเอาอคินสะดุดกึก หัวใจที่เคยสงบนิ่งกลับเต้นระรัวขึ้นมาอีกครั้งอย่างไม่มีเหตุผล ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ จนต้องรีบเบือนหน้าหนีทำเป็นสนใจรอยเปื้อนบนพื้นปูน
"เพ้อเจ้ออะไรของนาย... ใครเขาไปค้ำยันอะไรให้โครงสร้างใจนายกันเล่า รีบพักแล้วไปหาอะไรกินได้แล้ว ฝนหยุดตกแล้วโน่น" อคินแหวกลบเกลื่อนความเขินอาย แต่หูทั้งสองข้างกลับแดงแจ๋จนธันวาแอบหัวเราะในลำคอด้วยความเอ็นดู
ธันวาขยับตัวเข้าไปใกล้อีกนิด ไหล่ชนกันเบื้องหน้าคือแสงอาทิตย์ยามเย็นที่เริ่มสาดส่องทะลุผ่านกลุ่มเมฆฝนหลังพายุสงบ ทว่าในจังหวะที่อคินกำลังจะหันกลับมาเอ่ยปากชวนอีกฝ่ายลุกขึ้นยืน แสงไฟจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือของธันวาที่วางคว่ำอยู่ก็สว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับข้อความแจ้งเตือนจากใครบางคน...
ชื่อของ "พิมพ์ชนก" อดีตคนรักเก่าที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ปรากฏหราอยู่บนหน้าจอ พร้อมข้อความสั้นๆ ที่ทำเอาบรรยากาศฟีลกู๊ดเมื่อครู่พังทลายลงในพริบตา—
*[ธันวา... เรากลับมาเริ่มต้นกันใหม่ได้ไหม? เค้าคิดถึงเธอ]*
อคินที่เหลือบไปเห็นโดยบังเอิญ ชะงักกึก รอยยิ้มจางๆ บนใบหน้าเลือนหายไปในเสี้ยววินาที ความรู้สึกเจ็บแปลบที่อกข้างซ้ายแล่นริ้วขึ้นมาทันที ราวกับโครงสร้างทางใจที่เขากับธันวาเพิ่งช่วยกันซ่อมแซมร่วมกันเมื่อครู่ กำลังถูกแรงกระแทกมหาศาลชนเข้าจนร้าวลึกถึงรากฐานอีกครั้ง และครั้งนี้... มันอาจจะพังทลายลงมาจริงๆ โดยไม่มีเสาเหล็กต้นไหนค้ำยันไว้ได้ทัน
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับความสัมพันธ์ที่กำลังสั่นคลอนของทั้งคู่ พบกันใหม่ตอนหน้า รับรองว่ามีเรื่องให้ลุ้นระทึกและบีบหัวใจจนวางไม่ลงแน่นอนครับ!
เซียนฟิสิกส์สายกาวกับวิศวกรสายคีพคูล•ตอนที่ 5
โครงสร้างทางใจที่ค่อยๆ พังทลาย
ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนฟิสิกส์สายกาวกับวิศวกรสายคีพคูล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!