"บอกมาเดี๋ยวนี้เลยนะธันวา ว่านายไปทำอีท่าไหนถึงไปเหยียบตาปลาไอ้รุ่นพี่ปีสี่สายดุคนนั้นเข้าได้! รู้ไหมว่าสภาพพวกเราตอนนี้เหมือนกวางน้อยหลงเข้ามาในดงทีเร็กซ์ไม่มีผิด!"
เสียงกระซิบกระซาบที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกดังลอดไรฟันของอคิน พร้อมกับปลายนิ้วเรียวยาวที่สะกิดแขนเสื้อของผมรัวๆ จนแทบจะหลุดติดมือมาอยู่แล้ว ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาฉายแวววิตกกังวลอย่างปิดไม่มิด ขณะที่ร่างสูงโปร่งพยายามทำตัวให้ลีบเล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อหลบมุมหลังเสาปูนเปลือยของห้องแล็บ
ผม—ธันวา—ทำได้เพียงยักไหล่กวนๆ ส่งกลับไป แม้ในใจจะแอบลอบกลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่กับสถานการณ์เบื้องหน้า เงาร่างของรุ่นพี่ปีสี่ที่เพิ่งเดินลับหายไปจากมุมตึกเมื่อครู่ยังคงสร้างความระทึกขวัญไม่หาย ใครจะไปคิดล่ะครับว่าความซุ่มซ่ามระดับปรมาจารย์ของผม จะพาเราสองคนมาติดแหง็กอยู่ในสถานการณ์ "หายนะระดับชาติ" ได้รวดเร็วขนาดนี้
"โหย คุณอคิน ก็คนมันไม่ได้ตั้งใจนี่ครับ ใครจะไปรู้ว่าซอยเปลี่ยวข้างตึกคณะวิศวะฯ ตอนตีสอง... เอ้ย ตอนบ่ายสอง จะแคบจนไหล่ไปชนกันได้พอดี แถมพี่เขาก็เดินหน้าบึ้งเป็นตูดหม้อมาซะขนาดนั้น ผมนึกว่าผีเปรตซะอีก กะว่าจะทักทายด้วยลูกฮึดซะหน่อย ใครจะรู้ว่านั่นคือท่านประธานชมรมหุ่นยนต์ผู้โหดเหี้ยมเล่า!" ผมทำเสียงออดอแอดยามเอ่ยแก้ตัว พลางแกล้งทำเป็นเอาหัวไปถูไถไหล่หนาของอีกฝ่ายเบาๆ แบบเนียนๆ
"นี่ไม่ใช่เวลามาเล่นนะธันวา!" อคินถลึงตาใส่จนตาแทบจะถลนออกมา แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังขึ้นสีเรื่อด้วยความหงุดหงิดนั้น ช่างดูน่ารักน่าแกล้งเสียจนผมต้องแอบอมยิ้มมุมปาก
บรรยากาศรอบตัวพวกเราในตอนนี้เต็มไปด้วยความตึงเครียดอันเป็นเอกลักษณ์ของช่วงสอบกลางภาค กลิ่นอายของกระดาษโน้ต กาแฟดำเข้มข้น และความกดดันลอยอบอวลไปทั่วห้องสมุดรวมของคณะ วิศวกรสายคีพคูลอย่างอคินกำลังงละเลงสมการทางคณิตศาสตร์ลงบนกระดาษ A4 แผ่นแล้วแผ่นเล่าด้วยความเร็วแสง ขณะที่ผม... ครีเอเตอร์สายกาวผู้มีพลังงานล้นเหลือ กลับนั่งเท้าคางมองอีกฝ่ายตาปริบๆ พร้อมกับอาการหาวหวอดใหญ่ที่เริ่มแพร่เชื้อติดกันเป็นทอดๆ
"ง่วงชะมัด..." ผมพึมพำเบาๆ ซบหน้าลงกับโต๊ะไม้เนื้อแข็งอย่างไร้เรี่ยวแรง พลังงานชีวิตที่เคยมีร้อยเปอร์เซ็นต์ดูเหมือนจะระเหิดหายไปหมดสิ้น เหลือเพียงร่างไร้วิญญาณที่พร้อมจะสิงสถิตอยู่บนโต๊ะหนังสือได้ทุกเมื่อ
อคินชะอักปากกาในมือเล็กน้อย เหล่หางตามามองร่างที่นอนแผ่เป็นปลาเค็มตากแห้งของผม แววตาที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่ผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด ริมฝีปากหยักได้รูปเม้มเข้าหากันเล็กน้อยราวกับกำลังชั่งใจอะไรบางอย่าง ก่อนที่เขาจะถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างจนปัญญา
"นั่งรอตรงนี้... ห้ามซน ห้ามเดินไปไหนเด็ดขาดเข้าใจไหม" สุภาพบุรุษสายคีพคูลเอ่ยสั่งด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มันแฝงไปด้วยความห่วงใยที่เจ้าตัวพยายามจะซ่อนไว้ภายใต้มาดนิ่งๆ
พูดจบ อคินก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อเชิ้ตสีอ่อนให้เข้าที่แล้วสาวเท้าเดินหายลับไปทางประตูห้องสมุด ทิ้งให้ผมนอนเกยคางอยู่คนเดียวท่ามกลางกองหนังสือฟิสิกส์เล่มหนาเตอะ
ผ่านไปราวสิบนาทีที่ผมเกือบจะเคลิ้มหลับไปจริงๆ แรงยวบลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามก็ทำให้ผมต้องลืมตาขึ้นมา กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟลาเต้อุ่นๆ ลอยเตะจมูกทันที ก่อนที่แก้วกระดาษสีน้ำตาลอ่อนจะมีกระดาษโน้ตแปะข้อความลายมือระเบียบเรียบร้อยวางแปะอยู่
*“ดื่มซะ จะได้เลิกบ่นว่าสมองไม่แล่น... แล้วก็เลิกกวนประสาทผมสักห้านาทีด้วย จะขอบคุณมาก”*
ผมกะพริบตาปริบๆ มองแก้วกาแฟตรงหน้าสลับกับแผ่นกระดาษโน้ต หัวใจที่เคยเต้นเอื่อยๆ เพราะความง่วง กลับเต้นรัวขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ ความร้อนจำเพาะของเครื่องดื่มในแก้วกำลังแผ่ไออุ่นเข้ามาสู่ปลายนิ้ว แต่ความร้อนที่แท้จริง... กลับกำลังพุ่งพล่านอยู่บนพวงแก้มของผมเองต่างหาก
ให้ตายเถอะ... คนปากแข็งแบบนี้นี่มันน่าจับมาฟาดด้วยสูตรเทอร์โมไดนามิกส์นัก!
ผมอมยิ้มจนแก้มปริ รีบคว้าแก้วกาแฟขึ้นมาจิบ รสชาติละมุนลิ้นและความหวานที่พอดีคำทำให้ความเหนื่อยล้าเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา ทว่าในจังหวะนั้นเอง ขณะที่ผมกำลังจะเงยหน้าขึ้นไปแซวเจ้าของความใส่ใจที่นั่งทำเป็นก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือกลบเกลื่อนความเขินอาย...
เสียงแจ้งเตือนข้อความแชตจากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ทว่ามันไม่ใช่ข้อความของอคิน แต่เป็นหน้าจอแชตกลุ่มของเพื่อนสนิทที่ส่งรูปถ่ายบางอย่างเข้ามา พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่ทำให้เลือดในกายของผมเย็นเฉียบลงทันที
*ภาพถ่ายโคลสอัปของบุคคลปริศนาที่ยืนอยู่หลังเสาห้องสมุด พร้อมกับสายตาที่จ้องตรงมายังโต๊ะที่เรานั่งอยู่ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ*
และที่แย่ไปกว่านั้น... ข้อความล่าสุดที่เด้งขึ้นมาจากแชตส่วนตัวของคนคนนั้น ส่งตรงมาถึงผมโดยตรง
*“กล้ามากนะไอ้เด็กปีหนึ่ง ที่กล้าเดินชนฉันเมื่อกี้... เลิกเรียนแล้วเจอ5ันหลังตึก คุยกันยาวแน่”*
ดวงตาของผมเบิกกว้างขึ้นทันที ความรู้สึกอบอุ่นหัวใจเมื่อครู่อันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย อคินที่สังเกตเห็นความผิดปกติเงยหน้าขึ้นมาสบตาผมพอดี ร่างสูงชะงักไปเมื่อเห็นสีหน้าซีดเผือดของผม
"ธันวา... หน้าซีดเป็นไก่ต้มแบบนั้น เป็นอะไร...?" อคินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกังวล ขณะที่มือเรียวเอื้อมมาหมายจะแตะหน้าผากผม
แต่ทว่า... ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วของอคินจะสัมผัสโดนตัวผม แผ่นกระจกหน้าต่างห้องสมุดด้านหลังเขาก็ถูกเคาะเบาๆ สามครั้งด้วยปลายนิ้วมือหนา พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบของรุ่นพี่ปีสี่สายดุที่ยืนจังก้าอยู่ด้านนอก โดยมีเพื่อนร่วมแก๊งอีกสามคนยืนประกบซ้ายขวาอย่างน่ากลัว
...งานเข้าของแท้ และไม่มีปาฏิหาริย์ใดๆ ช่วยชีวิตได้อีกต่อไปแล้วครับท่านผู้ชม!
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้คู่หูสายกาวกับสายคีพคูลของเรามาจนถึงตอนนี้ พบกันใหม่ตอนหน้า รับรองว่ามีเรื่องให้ลุ้นระทึกและอมยิ้มกันจนแก้มแตกแน่นอนครับ!
เซียนฟิสิกส์สายกาวกับวิศวกรสายคีพคูล•ตอนที่ 4
ความร้อนจำเพาะของคนปากแข็ง
ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนฟิสิกส์สายกาวกับวิศวกรสายคีพคูล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!