"บอกแล้วไงครับว่าอย่าเอาไขควงไปจิ้มตรงนั้น มิติของแรงมันไม่ได้ออกแบบมาให้รองรับความซนระดับจักรวาลของคุณ!"
เสียงทุ้มต่ำที่มักจะเยือกเย็นและรักษาระดับความคีพคูลไว้ได้อย่างยอดเยี่ยมเสมอของอคิน ในเวลานี้กลับสั่นเครือด้วยความเหลืออด ดวงตาคมกวาดมองซากปรักหักพังขนาดย่อมตรงหน้าสลับกับใบหน้าหล่อเหลาที่เปื้อนคราบน้ำมันเครื่องของธันวา ซึ่งกำลังฉีกยิ้มแห้งๆ ส่งมาให้อย่างน่าหมั่นไส้
"โหน่า... อคิน ใจเย็นๆ ก่อนสิครับคุณวิศวกรผู้ทรงเกียรติ เรื่องแค่นี้เอง นึกเสียว่าเรากำลังทำศิลปะแนวอินstallation art ไงครับ แบบว่า... ศิลปะแห่งการทำลายล้างเพื่อการเรียนรู้ใหม่ไรงี้" ธันวาหัวเราะแห้ง พยายามทำตัวลอยเหนือปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการยกมือขึ้นเกาท้ายทอยแก้เขิน
"ศิลปะบ้าบออะไรล่ะครับ! นั่นมันเครื่องมือวัดโมเมนตัมตัวต้นแบบมูลค่าหกหลักนะ! หกหลักเลยนะครับธันวา! คุณเอาอะไรคิดเนี่ย เอาหัวแม่เท้าคิดเหรอถึงได้เอาประแจไปงัดกับคานรับแรงแบบนั้น!"
อคินแทบอยากจะทึ้งหัวตัวเองให้รู้แล้วรู้รอด ร่างสูงโปร่งในชุดช่างสีเข้มก้าวฉับๆ เข้าไปประชิดตัวคนตัวแสบ มือหนายื่นออกไปหมายจะเคาะกะโหลกหนาๆ ของอีกฝ่ายสักทีสองทีฐานหมั่นไส้ แต่พอเห็นดวงตากลมโตที่กะพริบปริบๆ อย่างสำนึกผิด (แบบปลอมๆ) ส่งมาให้ อคินก็ชะงักมือค้างกลางอากาศ ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความยอมจำนนตามเคย แพ้ทาง... เขามักจะแพ้สายตากวนๆ แบบนี้ทุกทีสิน่า
บรรยากาศในเขตก่อสร้างช่วงบ่ายแก่ๆ เงียบงันลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจฟึדฟัดของวิศวกรหนุ่มที่พยายามสงบสติอารมณ์ไม่ให้ระเบิดใส่ตัวสร้างปัญหาตรงหน้า
ธันวาเห็นอีกฝ่ายเงียบไปก็รู้ว่าสถานการณ์เริ่มตึงเครียดเกินกว่าจะเล่นมุกต่อ ร่างโปร่งจึงขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด แกล้งเอียงคอมองด้วยสีหน้าออดอเซาะที่ต่อให้ใจแข็งแค่ไหนก็ต้องมีหวั่นไหวบ้างล่ะ
"โธ่ อคินอ่า... อย่าโกรธผมเลยนะครับ นะๆๆๆ ผมไม่ได้ตั้งใจจริงๆ มันแค่... มือมันไปเอง แรงมันพาไป แรงดลใจล้วนๆ เลยนะเนี่ย"
"แรงดลใจอะไรของคุณ แรงโน้มถ่วงพัดพาความหายนะมาต่างหากล่ะครับ" อคินปรายตามองค้อนวงใหญ่ แต่ยอมลดมือลงจากกลางอากาศ เปลี่ยนมา กอดอกแน่นเพื่อสร้างกำแพงป้องกันหัวใจตัวเองที่เริ่มเต้นผิดจังหวะเพราะความใกล้ชิด "แล้วทีนี้จะทำยังไงล่ะครับ งานส่งพรุ่งนี้เช้า เครื่องพังไม่เป็นท่าแบบนี้ เราจะเอาอะไรไปนำเสนอโปรเจกต์"
"อ้าว ก็ซ่อมสิครับ ถามได้" ธันวาตอบหน้าตาเฉย ราวกับว่าการประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่แหลกละเอียดให้กลับมาใช้งานได้เหมือนเดิมภายในคืนนี้ เป็นเรื่องง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก
"ซ่อม? ในสภาพที่วงจรภายในไหม้เกรียมเป็นตอตะโกแบบนี้น่ะเหรอครับ? คุณคิดว่าเราเป็นโทนี่ สตาร์ก ที่จะสร้างเตาปฏิกรณ์อาร์กในถ้ำด้วยเศษเหล็กได้หรือไง" อคินเลิกคิ้วสูง น้ำเสียงประชดประชันแต่แฝงด้วยความอ่อนใจ
"โห อคินดูถูกผมเกินไปแล้วนะ... ถึงผมจะไม่ใช่โทนี่ สตาร์ก แต่ผมก็มี 'เซียนฟิสิกส์' อยู่ข้างกายทั้งคนนะครับ!" ธันวาฉีกยิ้มกว้าง ดวงตาเป็นประกายวิบวับอย่างมีความหวัง มือเรียวคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของอคินโดยไม่ทันให้อีกฝ่ายตั้งตัว "มาครับคุณวิศวกร เรามาใช้หลักการอนุรักษ์โมเมนตัมกู้ซากชิ้นส่วนนี้ไปด้วยกันเถอะ!"
อคินสะดุ้งเล็กน้อยยามที่ผิวเนื้อสัมผัสกัน ความอุ่นร้อนจากมือของธันวาลามเลียขึ้นมาถึงใบหูของเขาอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มพยายามดึงสีหน้าให้กลับมานิ่งสนิทและคีพคูลที่สุด แม้ว่าหัวใจข้างในจะเต้นโครมครามจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอกอยู่รำคาญ
"ปล่อยมือผมก่อนเลยครับธันวา... แล้วก็เลิกใช้สายตาแบบนั้นมองผมสักที" อคินดึงข้อมือกลับเบาๆ แม้จะไม่ได้สะบัดออกอย่างรุนแรงอย่างที่ปากพูด "ไหน... ลองอธิบายมาซิครับว่าคุณจะเอาหลักการฟิสิกส์ข้อไหนมาแก้ปัญหาความซายของคุณในครั้งนี้ ถ้าอธิบายไม่เข้าท่า ผมจะหักเงินเดือนคุณจริงๆ ด้วย"
ธันวาหัวเราะร่ออย่างอารมณ์ดี ไม่ได้รู้สึกสะดุ้งสะเทือนกับคำขู่เรื่องหักเงินเดือนเลยแม้แต่น้อย ร่างบางทรุดตัวลงนั่งยองๆ กับพื้นคอนกรีตที่มีเศษซากเครื่องมือกระจายเกลื่อน กวักมือเรียกให้อีกฝ่ายนั่งลงตาม
"ก็หลักการง่ายๆ เลยครับ... โมเมนตัม หรือความพยายามที่จะเคลื่อนที่ไปข้างหน้า มันขึ้นอยู่กับมวลและความเร็วใช่ไหมล่ะครับ? ตอนนี้มวลปัญหาของเรามันก้อนใหญ่มาก เครื่องพังยับเยิน แต่ถ้าเราเพิ่ม 'ความเร็ว' ในการลงมือทำ และใส่ 'แรงใจ' ลงไปในระบบให้เต็มที่..." ธันวาเงยหน้าขึ้นสบตาอคิน แววตากลมโตคู่นั้นพราวระยับด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "...ผลลัพธ์มันก็ต้องออกมาปัง ไม่พัง แบบที่ผมตั้งใจไว้แน่ๆ ครับ!"
อคินกุมขมับทันที รู้สึกปวดหัวจี๊ดขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ นี่มันตรรกะฟิสิกส์บ้าอะไรกัน เอาโมเมนตัมมาโยงกับแรงใจเนี่ยนะ!
"มันคนละเรื่องกันแล้วครับธันวา นั่นมันฟิสิกส์สายกาวชัดๆ..." อคินส่ายหัวเบาๆ แต่สุดท้ายก็ยอมทิ้งตัวลงนั่งยองๆ ข้างๆ อีกฝ่ายจนได้ หยิบไขควงอีกอันขึ้นมาพิจารณาซากชิ้นส่วนในมือ "ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว... ส่งสายไฟกับบัดกรีมาให้ผมซิครับ มัวแต่พูดมาก เดี๋ยวพรุ่งนี้เราได้นอนนอกห้องแล็บจริงๆ แน่"
ธันวายิ้มกว้างจนตาหยี รีบหยิบอุปกรณ์ส่งให้อีกฝ่ายอย่างกระตือรือร้น บรรยากาศรอบตัวที่ควรจะเคร่งเครียดเพราะความพินาศตรงหน้า กลับเต็มไปด้วยความอบอุ่นประหลาดจากความใกล้ชิดและการร่วมมือกันแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างรู้ใจ
ทว่า ในขณะที่ทั้งคู่กำลังงละม่อมอยู่กับการซ่อมแซมชิ้นส่วนท่ามกลางแสงไฟนีออนสลัวๆ ของเขตก่อสร้าง เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับแสงไฟฉายสว่างวาบก็สาดส่องเข้ามาทางทางเข้าห้องเก็บของโดยไม่มีสัญญาณเตือน
"เฮ้ย! ดึกดื่นมืดค่ำป่านนี้ ทำอะไรกันอยู่ตรงนั้นวะ!"
เสียงตะโกนก้องด้วยความตกใจดังขึ้น พร้อมกับร่างเงาของบุคคลที่ไม่คาดคิดกำลังก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ทำให้ทั้งอคินและธันวาชะงักกึก หันขวับไปมองพร้อมกันโดยอัตโนมัติ
ดวงตาของอคินเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อจำได้ว่าเงาร่างนั้นคือใคร ส่วนธันวากลับหน้าถอดสีทันทีเมื่อตระหนักว่าความซวยครั้งนี้... กำลังจะยกระดับเป็นหายนะระดับชาติแล้วจริงๆ
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและส่งกำลังใจให้คู่หูสายกาวกับสายคีพคูลมาโดยตลอดนะครับ!
เซียนฟิสิกส์สายกาวกับวิศวกรสายคีพคูล•ตอนที่ 3
โมเมนตัมแห่งความซวย
ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนฟิสิกส์สายกาวกับวิศวกรสายคีพคูล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!