"ลบ! ลบ! ลบให้ตายเถอะธันวา! แกนิ้วโป้งทองคำหรือไงถึงกดส่งไปแบบนั้น!"
ผมสบถเสียงหลงพลางใช้นิ้วรัวหน้าจอสมาร์ทโฟนจนแทบทะลุ มือไม้สั่นเทาเหมือนคนเป็นพาร์กินสัน ข้อความ 'สารภาพ' ที่เผลอพิมพ์ระบายความในใจเรื่องโปรเจกต์คู่ขนานกับชีวิตส่วนตัวดันถูกส่งไปหาอคิน ในจังหวะที่เจ้าตัวเพิ่งเดินออกไปจากห้องไม่ถึงสามนาที!
ไอคอน 'อ่านแล้ว' สีเขียวที่เด้งขึ้นมาเหมือนคำพิพากษาประหารชีวิตทำให้ผมเกือบจะโยนเครื่องทิ้ง แต่แล้วเสียงฝีเท้าหนักแน่นที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นหน้าประตูห้องแล็บอีกครั้ง
*ก๊อก ก๊อก ก๊อก*
"ธันวา... นายพิมพ์อะไรมานะ"
เสียงทุ้มต่ำแต่ราบเรียบของอคินดังขึ้นผ่านบานประตู ผมกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ พยายามรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิงกลับมาให้ไวที่สุด ก่อนจะตัดสินใจเดินไปเปิดประตูด้วยท่าทีที่พยายามจะให้ 'ปกติ' ที่สุดเท่าที่คนใจเต้นแรงเท่าจังหวะดนตรีร็อกจะทำได้
อคินยืนอยู่ตรงนั้น เสื้อกาวน์สีขาวสะอาดตาของเขายังคงเนี๊ยบกริบ ต่างจากผมที่สภาพตอนนี้ดูเหมือนเพิ่งผ่านสมรภูมิรบมาหมาดๆ เขามองผมด้วยแว่นสายตากรอบเงิน สื่ออารมณ์ไม่ได้เลยว่าในใจกำลังคิดอะไรอยู่
"อ้าว... อคิน ลืมของเหรอครับ?" ผมยิ้มแห้งๆ พยายามหลบสายตา
"ฉันถามว่า... ข้อความนั้น หมายความว่ายังไง" อคินไม่ตอบ แต่ก้าวเข้ามาในห้องหนึ่งก้าว กดดันให้ผมต้องถอยหลังจนแผ่นหลังชิดขอบโต๊ะทดลองที่มีอุปกรณ์ฟิสิกส์วางระเกะระกะ
ผมหัวเราะกลบเกลื่อน "แหม ข้อความกาวๆ ของผมไงครับ อย่าไปซีเรียสเลย โปรเจกต์เรามันเครียดเกินไปไง ผมเลยอยากเบรกอารมณ์สักหน่อย"
"คนเราจะ 'เบรกอารมณ์' ด้วยการพิมพ์บอกว่า *'ความหนาแน่นของความสัมพันธ์เรามันไม่มีอยู่จริง เพราะมวลใจผมมันหนักเกินกว่าจะลอยตัวในที่ว่างของคุณ'* แบบนี้เหรอธันวา?" อคินเลิกคิ้ว สายตาคมปลาบจ้องลึกเข้ามา เหมือนจะทะลวงถึงความลับที่ผมซ่อนไว้ "นายกำลังจะบอกว่าเรามีปัญหาเรื่อง 'ความหนาแน่น' ใช่ไหม?"
ผมนิ่งไปครู่หนึ่ง จังหวะหัวใจที่เคยเต้นรัวเริ่มเปลี่ยนเป็นจังหวะที่หนักแน่นขึ้นเมื่อถูกถามจี้จุด "อคิน... ในวิชาฟิสิกส์น่ะ ความหนาแน่น (Density) มันคือมวลหารด้วยปริมาตรใช่ไหมครับ?"
อคินขมวดคิ้ว แต่ก็ยอมตอบ "ใช่... ทำไม"
"นั่นสิครับ ในโปรเจกต์นี้ของเรา ความหนาแน่นของความสำเร็จมันขึ้นอยู่กับว่าเราใส่ 'มวล' แห่งความตั้งใจลงไปมากแค่ไหนใน 'ปริมาตร' ของเวลาที่เรามี" ผมรวบรวมความกล้าเงยหน้าสบตาคนตรงหน้า "ผมไม่ได้กาวหรอกครับ ผมแค่มองเห็นว่าเราสองคน... พยายามจะถมมวลความคาดหวังลงไปในพื้นที่ที่มันอาจจะเล็กเกินไป จนตอนนี้มันเริ่มจะรับไม่ไหวแล้ว"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องแล็บ อคินชะงักไป คำพูดของผมดูเหมือนจะทิ่มแทงใจคนทำโปรเจกต์ที่เน้นความเป๊ะอย่างเขาไม่น้อย
"มวลมหาศาลเกินไป... นายเลยรู้สึกว่าเรากำลังจะจมเหรอ?" อคินถามเบาๆ น้ำเสียงเขาไม่เกรี้ยวกราดเหมือนทุกที แต่มันมีความนุ่มลึกที่ทำให้ผมใจเต้นไม่เป็นจังหวะ
"ผมแค่ไม่อยากให้เรา 'แตกสลาย' เพราะแรงดันของโปรเจกต์นี้ครับ" ผมขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ แนวสะอาดๆ จากตัวเขา "เราเป็นคู่หูที่ต่างกันสุดขั้ว อคินเป็นวิศวกรที่มองเห็นโครงสร้าง ส่วนผมเป็นคนทำที่มองเห็นความเป็นไปได้... ถ้าเราไม่ปรับ 'ความหนาแน่น' ของความเชื่อใจให้สมดุลกัน เราก็เหมือนวัตถุสองชิ้นที่ไม่มีวันลอยน้ำไปด้วยกันได้หรอกครับ"
อคินถอนหายใจยาว แว่นสายตาของเขาขยับเล็กน้อยตามแรงขยับของใบหน้า "นายเนี่ย... ชอบทำให้เรื่องยากๆ กลายเป็นเรื่องปรัชญาไปได้ทุกทีเลยนะ"
"นี่คือวิถีของเซียนฟิสิกส์สายกาวไงครับ" ผมยิ้มกว้าง หวังจะลดความตึงเครียด
ทว่าอคินกลับยื่นมือมาวางบนโต๊ะข้างๆ แขนของผม กักตัวผมไว้ในวงแขนของเขา "ถ้าอย่างนั้น... นายบอกฉันมาตรงๆ ซิ ในฐานะวิศวกรที่ชอบความชัดเจน นายอยากให้โปรเจกต์นี้เดินต่อไปยังไง? ไม่ใช่ในเชิงฟิสิกส์ แต่ในเชิง... ของเราสองคน"
หัวใจผมกระตุกวาบ คำถามนี้มันกว้างและลึกเกินกว่าจะตอบด้วยมุกตลกได้ ผมมองแววตาของอคิน เห็นความสับสนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งขรึมนั้น จริงๆ แล้วเขาก็คงแบกอะไรไว้เยอะไม่ต่างจากผม
"ผมอยากให้เรา... ลดแรงกดดันรอบข้างลง" ผมตอบเสียงแผ่ว "แล้วโฟกัสแค่ว่า ตัวแปรที่สำคัญที่สุดในสมการนี้ คือความรู้สึกของคนสองคน... ไม่ใช่ผลลัพธ์ของคะแนนสอบหรือชื่อเสียงของโปรเจกต์"
อคินนิ่งไปนาน จนผมเริ่มประหม่า แต่แล้วเขาก็โน้มตัวลงมา ใบหน้าเราห่างกันเพียงไม่กี่เซนติเมตรจนผมได้ยินเสียงลมหายใจของเขา
"ถ้าตัวแปรสำคัญคือความรู้สึก..." อคินกระซิบเบาๆ "นายก็ต้องมั่นใจนะ ว่าสมการนี้... จะไม่มีทางทำให้ฉันต้องเสียใจภายหลัง"
จังหวะที่เขากำลังจะพูดอะไรต่อ เสียงแจ้งเตือนจากแท็บเล็ตบนโต๊ะก็ดังขึ้นพร้อมกับไฟล์เอกสารที่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอ ซึ่งนั่นคือรายชื่อคณะกรรมการตัดสินโปรเจกต์รอบชิงชนะเลิศ... และชื่อแรกที่ปรากฏอยู่บนยอดสุดของรายการ ทำเอาลมหายใจของผมแทบหยุดชะงัก
"อคิน... ดูนั่น..." ผมชี้ไปที่หน้าจอด้วยมือที่สั่นเทา
ดวงตาของอคินหรี่ลงเมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ ชื่อนั้นคือคนที่เขาพยายามหนีมาตลอดชีวิต... และเป็นคนเดียวที่จะทำให้โปรเจกต์ที่พวกเราตั้งใจสร้างมาด้วยกัน พังทลายลงในพริบตาเดียว!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของคู่หูสายกาวและสายคีพคูลมาจนถึงตอนนี้นะครับ!
เซียนฟิสิกส์สายกาวกับวิศวกรสายคีพคูล•ตอนที่ 7
ความหนาแน่นของความสัมพันธ์
ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนฟิสิกส์สายกาวกับวิศวกรสายคีพคูล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!