"อ่านแล้ว... สินะ"
เสียงถอนหายใจยาวเหยียดหลุดออกมาจากริมฝีปากของอคิน พร้อมๆ กับที่นิ้วเรียวยาวพยายามกดรัวหน้าจอสมาร์ทโฟนด้วยความลนลานจนเกือบทำมันร่วงลงพื้นห้องแล็บ หน้าจอแสดงผลสถานะ *'Seen'* ตัวเบ้อเริ่มอยู่ใต้ข้อความสารภาพรักขนาดยาวที่เขาเพิ่งเผลอกดส่งไปเมื่อสองนาทีที่แล้ว และถึงแม้สติกเกอร์รูปแมวหน้าแดงตื่นตระหนกที่ธันวาเผลอตอบกลับมาจะช่วยเบรกบรรยากาศชวนหัวใจวายนั้นได้บ้าง แต่มันก็ไม่ได้ทำให้จังหวะการเต้นของหัวใจในอกข้างซ้ายของวิศวกรหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าคีพคูลที่สุดในสามโลกสงบลงได้เลยแม้แต่น้อย
"บ้าเอ๊ย... ทำไมถึงซุ่มซ่ามแบบนี้นะอคิน"
อคินขยี้ผมตัวเองจนยุ่งเหยิง ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเรียบเฉยราดน้ำแข็งใส่เสมอตอนนี้กลับแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู ร่างสูงทรุดตัวลงนั่งแปะกับเก้าอี้สำนักงานหมุนได้ ก่อนจะเอาหน้าผากโขกกับขอบโต๊ะทำงานเบาๆ อย่างคนหมดสภาพ ภาพข้อความสารภาพรักที่กลั่นกรองมาจากความรู้สึกจริงๆ วนเวียนอยู่ในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า มันไม่ใช่การพิมพ์ผิด แต่มันคือความตั้งใจที่เก็บกดมานานนับปี เพียงแต่จังหวะเวลาและการส่งมันออกไปแบบไม่ทันตั้งตัวนี่สิ ที่ทำให้เขาอยากจะมุดแผ่นดินหนีให้รู้แล้วรู้รอด
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนแชตดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน อคินสะดุ้งเฮือกราวกับโดนไฟช็อต รีบดีดตัวขึ้นจากโต๊ะแล้วคว้าโทรศัพท์ขึ้นมามองด้วยหัวใจที่เต้นรัวระรัวยิ่งกว่ากลองเพล
*[ธันวา]: เอ่อ... สติกเกอร์แมวตัวนี้ หน้าตาน่ารักดีนะ เหมือนคนส่งเลย ตาโตแบ๊วเชียว ฮ่าๆๆ*
ข้อความถูกส่งมาพร้อมสติกเกอร์แมวตัวเดิม แต่วิธีการแก้สถานการณ์เฉพาะหน้าแบบกวนๆ ของอีกฝ่าย กลับทำให้อคินเผลอหลุดยิ้มออกมาบางเบา แม้ในใจจะทั้งโล่งอกและแอบหงุดหงิดนิดหน่อยที่พ่อหนุ่มสายกาวคนนี้พยายามจะกลบเกลื่อนความจริงจังด้วยมุกตลกหน้าตายก็ตาม
*[อคิน]: เลิกเฉไฉน่าธันวา นายก็รู้ว่าฉันไม่ได้หมายถึงหน้าตาแมว*
อคินพิมพ์ตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว ความกล้าที่หลงเหลืออยู่ทำให้เขาตัดสินใจเลือกที่จะเผชิญหน้า ดีกว่าต้องมานั่งอึดอัดกันไปมากกว่านี้
ภายในห้องสตูดิโอฝั่งตรงข้าม ธันวากำลังนั่งกุมขมับอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ใบหน้าที่มักจะมีรอยยิ้มทะเล้นประดับอยู่เสมอตอนนี้กลับบึ้งตึงด้วยความทำตัวไม่ถูก สมองประมวลผลเร็วจี๋ยิ่งกว่าตอนคำนวณสูตรฟิสิกส์ควอนตัม หัวใจเจ้ากรรมก็เต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
ให้ตายเถอะ... ปกติเขาเป็นฝ่ายหยอด เป็นฝ่ายแกล้งให้อคินเขินจนมุมตลอดไม่ใช่เหรอ? ทำไมอยู่ดีๆ ถึงกลายเป็นฝ่ายตั้งรับไม่ทันซะเองแบบนี้เล่า!
*[ธันวา]: อะแฮ่ม! เรื่องนั้น... เอาไว้ก่อนน่า ท่านวิศวกรผู้เคร่งขรึม ตอนนี้เรามีภารกิจสำคัญกว่านั้นรออยู่ไม่ใช่หรือไงครับ โปรเจกต์คลิปใหม่ของเรา สัปดาห์นี้ยอดวิวต้องทะลุแสนนะเว้ย!*
ธันวาพิมพ์รัวเร็วเพื่อเปลี่ยนเรื่องแบบเนียนๆ (ที่โคตรจะไม่เนียนเอาซะเลย) พร้อมกับส่งมีมรูปแมวถือป้ายวิ่งหนีตายไปปิดท้าย
อคินที่นั่งอ่านข้อความนั้นถึงกับหลุดขำพรืดออกมาจริงๆ ความตึงเครียดเมื่อครู่วันนี้มลายหายไปเกือบหมด แทนที่ด้วยความเอ็นดูระคนหมั่นไส้ พ่อหนุ่มสายกาวคนนี้เก่งนักเรื่องการเปลี่ยนโหมดสถานการณ์จากดราม่าให้กลายเป็นคอมเมดี้ในพริบตา
*[อคิน]: เปลี่ยนเรื่องเก่งเป็นที่หนึ่งเลยนะ นายเนี่ย*
*[อคิน]: ว่าแต่ภารกิจที่ว่า... นายจัดการตารางงานเสร็จแล้วหรือยัง ถึงได้มานั่งพิมพ์แชตเล่นอยู่นี่*
*[ธันวา]: เรียบร้อยโรงเรียนจีนครับผม! ระดับธันวาซะอย่าง การวางแผนจัดการคือเดอะเบสท์... และเพื่อเป็นการไถ่โทษที่ทำให้ท่านอคินต้องเสียเวลามานั่งเขิน (อุ๊บส์!) เอ๊ย! เสียเวลามาคุยเรื่องไร้สาระ วันนี้ผมมีข้อเสนอระดับโปรเจกต์ชาติมานำเสนอ!*
อคินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย อ่านข้อความที่อีกฝ่ายร่ายยาวมาด้วยความสงสัย
*[อคิน]: ข้อเสนออะไรของนายอีก*
*[ธันวา]: การแบ่งงานที่ลงตัวสุดยอดไงล่ะ! นายเองก็บ่นไม่ใช่เหรอว่าฉันชอบทำอะไรนอกกรอบเกินไปจนคำนวณฟิสิกส์พัง ส่วนฉันก็แอบเหนื่อยที่ต้องมานั่งรื้อโครงสร้างโปรเจกต์ที่นายทำไว้แข็งทื่อเหมือนหุ่นยนต์ เพราะงั้น... เรามาแบ่งหน้าที่กันใหม่แบบ "คานดีดคานงัด" ดีไหมล่ะครับท่านวิศวกร*
คานดีดคานงัด? อคินทวนคำนั้นในใจ สมองส่วนวิศวกรเริ่มทำงานวิเคราะห์คำเปรียบเปรย์ของอีกฝ่ายทันที
ในทางฟิสิกส์ "คานดีดคานงัด" (Lever) คือเครื่องกลอย่างง่ายที่ช่วยผ่อนแรง โดยอาศัยหลักการของโมเมนต์ของแรง ($\tau = F \times L$) ซึ่งความสามารถในการผ่อนแรงจะขึ้นอยู่กับสัดส่วนของ "แขนของแรง" (Moment arm) ยิ่งจุดหมุนขยับเข้าใกล้ภาระมากเท่าไร เราก็ยิ่งออกแรงน้อยลงในการยกของหนักอึ้งขึ้นมาได้
ธันวากำลังเปรียบเทียบการทำงานของพวกเขาสองคนกับหลักการนี้สินะ...
สิบนาทีต่อมา ทั้งสองคนก็มายืนเผชิญหน้ากันที่โต๊ะทำงานตัวใหญ่กลางห้องแล็บ บรรยากาศความอึมครึมจากเรื่องสารภาพรักเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความจริงจังในการทำงานตามสไตล์ของคนทั้งคู่ แม้ว่าหูของทั้งสองข้างจะยังคงขึ้นสีแดงเรื่อๆ จางๆ ก็ตาม
"อธิบายมาสิ ธันวา ว่านายจะเอาหลักการคานดีดคานงัดมาใช้กับการแบ่งงานของเรายังไง" อคินกอดอกถามด้วยท่าทีคีพคูล พยายามดึงสمانกลับมาโหมดมืออาชีพให้เร็วที่สุด
ธันวายิ้มกริ่ม ยื่นกระดานไวท์บอร์ดพกพาที่มีแผนผังยุ่งเหยิงแต่เข้าใจง่ายมาตรงหน้าอคิน "ง่ายมากครับคุณวิศวกร มองว่าโปรเจกต์ทำคลิปวิทยาศาสตร์ของเราตอนนี้มันก้อนใหญ่และหนักเหมือนหินก้อนยักษ์ที่เราต้องยกขึ้นภูเขา ถ้าเราต่างคนต่างช่วยกันดันแบบไม่เป็นระบบ มีหวังหลังหักตายคู่แน่ๆ"
อคินก้มมองแผนผังบนกระดาน ดวงตาคมกวาดตามองข้อความที่ถูกจัดหมวดหมู่ไว้อย่างเป็นระเบียบอย่างประหลาดใจ—แปลกแฮะ ปกติธันวาจะเขียนอะไรสะเปะสะปะตามอารมณ์ แต่วันนี้โครงสร้างการแบ่งงานกลับดูเข้าท่าและมีความเป็นเหตุเป็นผลสูงมาก
"นาย... เป็นคนวางแผนทั้งหมดนี่เองเหรอ?" อคินเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย
"แน่นอนสิครับ!" ธันวายืดอกภาคภูมิใจ "ในเมื่อนายถนัดเรื่องการคำนวณ ทฤษฎีเป๊ะๆ โครงสร้างแข็งแรง และการควบคุมความถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์... นั่นก็คือ **'จุดหมุน' (Fulcrum)** ที่มั่นคงที่สุดของโปรเจกต์นี้ไง"
อคินนิ่งฟัง ดวงตาสีนิลจับจ้องใบหน้าของครีเอเตอร์หนุ่มที่กำลังอธิบายด้วยแววตาเป็นประกาย
"ส่วนฉัน..." ธันวาชี้เข้าหาตัวเอง รอยยิ้มทะเล้นปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง "ด้วยความที่ฉันถนัดเรื่องการสร้างสรรค์ ความกาว ความบ้าบอ การเล่าเรื่องให้สนุกเข้าใจง่าย และการดึงดูดคนดู... ฉันก็จะทำหน้าที่เป็น **'แรงพยายาม' (Effort Force)** ที่คอยโยกคอยดันให้โปรเจกต์มันเคลื่อนที่ไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูงยังไงล่ะ!"
อคินฟังแล้วก็ต้องยอมรับในใจว่า การเปรียบเปรย์ของอีกฝ่ายนั้นช่าง... เข้ากันได้อย่างน่าหมั่นไส้จริงๆ
"แล้ว **'ความต้านทาน' (Load)** หรือภาระงานหลักล่ะ คืออะไร?" อคินลองถามต่อด้วยความสนใจ
"ก็คือความคาดหวังของรี้ดเดอร์และยอดวิวไงครับ!" ธันวาตอบทันควัน "แต่เจ๋งตรงที่ว่า ตามหลักคานดีดคานงัด ถ้าระยะห่างระหว่างจุดหมุนกับแรงพยายามของเราสมดุลกันพอดี เราจะใช้แรงน้อยลงครึ่งหนึ่ง แต่ได้งานที่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า! พูดง่ายๆ คือ นายคุมกรอบไม่ให้ฉันหลุดโลกเกินไป ส่วนฉันคุมจังหวะไม่ให้นายเคร่งเครียดจนคนดูหลับ... วิน-วิน ทั้งสองฝ่าย!"
อคินมองแผนผังบนกระดานสลับกับใบหน้าของคนที่ยืนยันคำพูดด้วยรอยยิ้มมั่นใจ เขายอมรับเลยว่า ข้อเสนอของการแบ่งงานครั้งนี้มัน "ลงตัว" ชนิดที่หาที่ติไม่ได้จริงๆ ไม่ว่าจะเป็นทักษะที่เกื้อหนุนกัน หรือแม้กระทั่งเคมีระหว่างพวกเขาที่ถูกจัดวางไว้อย่างพอดิบพอดีราวกับสูตรฟิสิกส์ที่คำนวณมาอย่างแม่นยำ
"ตกลงตามนี้..." อคินมุมปากกระตุกยิ้มขึ้นนิดๆ สายตาที่มองอีกฝ่ายมีความอ่อนโยนซ่อนอยู่ลึกๆ "ถือว่านายคิดได้เข้าท่า... เจ้าเด็กกาว"
"เยส! ว่าแต่... เมื่อกี้ใครนะที่บอกว่าเขินจนพิมพ์ผิดพิมพ์ถูก?" ธันวาถือโอกาสแกล้งหยอดกลับทันทีเมื่อเห็นว่าสถานการณ์กลับมาอยู่ในโซนปลอดภัยของตัวเองแล้ว ดวงตาพราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์
อคินหุบยิ้มฉับทันที ใบหน้าที่เพิ่งจะหายแดงกลับขึ้นสีระเรื่อขึ้นมาอีกรอบด้วยความเขินอายที่ถูกย้อนศร
"ธันวา..." อคินกดเสียงต่ำอย่างคาดโทษ
"ฮ่าๆๆ ล้อเล่นน่าท่านวิศวกร! งั้นเรามาเริ่มลุยงานตามกฎคานดีดคานงัดฉบับใหม่กันเลยดีกว่า!" ธันวาหัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะหันไปหยิบอุปกรณ์ถ่ายทำเตรียมพร้อมลุยงาน
อคินมองตามแผ่นหลังของคนตัวบางกว่าที่กำลังจัดเตรียมข้าวของด้วยความกระตือรือร้น หัวใจในอกเต้นเป็นจังหวะที่มั่นคงขึ้น... บางที การมีใครสักคนเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระและเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไป มันก็ไม่ใช่เรื่องแย่เลยสักนิด
ทว่า ท่ามกลางบรรยากาศการทำงานที่กำลังดำเนินไปอย่างราบรื่นและเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ ประตูห้องแลบที่ควรจะปิดล็อกสนิทไว้ กลับค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกช้าๆ พร้อมกับเสียงฝีเท้าของใครบางคนก้าวเข้ามาด้านในอย่างเงียบเชียบ...
ธันวาและอคินชะงักค้าง หันขวับไปมองพร้อมกันที่หน้าประตูด้วยความตกใจ และเมื่อเงาร่างของบุคคลปริศนาที่ก้าวพ้นกรอบประตูเข้ามาปรากฏชัดเจนภายใต้แสงไฟในห้อง ทั้งสองคนก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความคาดไม่ถึง—
*ร่างนั้นไม่ใช่ใครอื่น... แต่เป็น "สารวัตรนักเรียน" สุดเนี๊ยบจากแผนกปกครอง ที่ถือแฟ้มเอกสารร้องเรียนข้อหา "ใช้พื้นที่ห้องแล็บทำกิจกรรมนอกหลักสูตรเกินเวลา" มายืนจ้องเขม็งอยู่ตรงหน้าพวกเขาแล้ว!*
---
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ!
เซียนฟิสิกส์สายกาวกับวิศวกรสายคีพคูล•ตอนที่ 11
จุดสมดุลของคานดีดคานงัด
ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนฟิสิกส์สายกาวกับวิศวกรสายคีพคูล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!