วิศวกรดาวดับกับผู้คุมกฎแห่งสุญญากาศ•ตอนที่ 14

สายใยผ่านกระจกหมวกอวกาศ

ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
เสียงเตือนระดับวิกฤตของคอมพิวเตอร์ภาคพื้นดังระรัวจนแทบกลប់เสียงลมหายใจในชุดอวกาศ แรงดันออกซิเจนในห้องควบคุมหลักลดฮวบลงอย่างน่าใจหาย ตัวเลขสีแดงฉานบนหน้าจอหมวกกะพริบถี่เตือนสติว่า ทั้งเขาและคาเล็บกำลังยืนอยู่บนเส้นแบ่งบางๆ ระหว่างความเป็นกับความตาย *[ระบบระบายอากาศถูกสั่งปิดโดย: [รหัสลับผู้ดูแลระบบระดับสูงสุด]]* ข้อความแจ้งเตือนนั้นยังคงค้างอยู่บนจอโฮโลแกรมตรงหน้า อีไลจาห์ วอล์คเกอร์ ขบกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามขึ้นเป็นสันนูน นิ้วมือที่สวมถุงมือหนาสำหรับงานอวกาศกำลังรัวปุ่มคำสั่งบนแผงควบคุมหลักอย่างบ้าคลั่ง ทว่าทุกคำสั่งถูกปฏิเสธด้วยรหัสสีแดงเพลิง—ไม่มีทางแก้ ระบบถูกล็อกตายจากภายนอก และคนที่รู้รหัสระดับนี้มีเพียงคนเดียวในสถานีอวกาศรกร้างแห่งนี้ "คุณเล่นเกมอะไรของคุณคาเล็บ..." อีไลจาห์พึมพำกับตัวเองผ่านระบบสื่อสารภายใน แม้ปริมาณออกซิเจนในถังจะค่อยๆ ลดลงจนเริ่มหายใจติดขัด แต่ความเย็นชาและสติปัญญาของเขายังคงทำงานอย่างเป็นระบบ กระจกหมวกอวกาศของทั้งสองคนสะท้อนแสงสีแดงวาบจากสัญญาณเตือนภัย อีไลจาห์หันไปมองร่างของร้อยเอกคาเล็บ รีด ที่ยืนอยู่หลังกระจกนิรภัยอีกด้านของห้องปรับแรงดัน นายทหารผู้ยึดมั่นในกฎระเบียบและเครื่องแบบ ตอนนี้กำลังเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้ายไม่ต่างกัน คาเล็บไม่ได้ตื่นตระหนก ใบหน้าคมคายภายใต้หมวกอวกาศยังคงนิ่งสงบ แววตาหลังกระจกใสคู่นั้นไม่ได้ฉายแววความหวาดกลัวต่อความตาย ทว่ามันกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบาย—ความรู้สึกผิด ความเด็ดเดี่ยว และบางสิ่งที่อีไลจาห์ไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นจากนายทหารผู้ไร้หัวใจคนนี้... ความอาลัย คาเล็บยกมือขึ้นแตะกระจกหมวกอวกาศของตนเองให้ตรงกับตำแหน่งของอีไลจาห์ นิ้วมือที่สวมถุงมือหนาทาบเข้าหากันผ่านกระจกใสสองชั้น กั้นกลางด้วยความว่างเปล่าและสุญญากาศที่ไร้ซึ่งลมหายใจ "อีไลจาห์..." เสียงทุ้มต่ำของคาเล็บดังลอดผ่านคลื่นความถี่ฉุกเฉิน มันแหบพร่าและขาดช่วงเล็กน้อยตามอัตราการเต้นของหัวใจที่พุ่งสูง "ผมไม่ได้เป็นคนสั่งปิดระบบ... รหัสระดับสูงสุดนั้นถูกใช้โดยคำสั่งอัตโนมัติจากศูนย์บัญชาการแม่บทเบื้องล่าง พวกเขาต้องการกวาดล้างพวกเราทิ้ง เพื่อปิดปากเรื่องรอยร้าวของสถานี" อีไลจาห์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงลมหายใจของตัวเองดังสะท้อนก้องในหัว "คุณคิดว่าผมจะเชื่อคำแก้ตัวของทหารผู้ภักดีต่อคำสั่งอย่างคุณงั้นหรือคาเล็บ? คุณคือคนเดียวที่มีกุญแจดอกนั้น... ก่อนหน้านี้ไม่กี่นาที คุณยังบอกให้ผมทำตามระเบียบอยู่เลยไม่ใช่หรือไง" คาเล็บส่ายศีรษะช้าๆ แววตาคมกริบไหววูบไปชั่วขณะ "ระเบียบวินัยมันไม่มีค่าอะไรเลย... ในวันที่ระบบเลือกที่จะฆ่าเราเพื่อปกปิดความผิดพลาดของตัวเอง คุณยังไม่เข้าใจอีกหรืออีไลจาห์ ว่าสำหรับพวกมัน ชีวิตของเราเป็นเพียงแค่ตัวเลขในงบประมาณซ่อมแซมสถานี" อากาศในห้องควบคุมลดลงจนถึงขีดอันตราย หน้าจอแสดงผลเตือนว่าออกซิเจนจะหมดลงในอีกสามนาที อีไลจาห์รู้สึกได้ถึงความเย็นยะเยือกที่เริ่มคืบคลานเข้าสู่ปลายนิ้ว ความคิดในหัวเริ่มพร่ามัว แต่ทว่าสัญชาตญาณการเอาตัวรอดกลับพุ่งพล่าน เขาไม่อมพะเน้ากับคำแก้ตัว เขารู้ดีว่าระบบความปลอดภัยระดับนี้ไม่สามารถถูกสั่งการจากศูนย์บัญชาการภายนอกได้โดยไม่มี "รหัสผ่านส่วนบุคคล" ของผู้ควบคุมสถานีประจำภารกิจ อีไลจาห์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของคาเล็บ พยายามค้นหาความจริงภายใต้หน้ากากของนายทหารผู้เคร่งครัด เขาสังเกตเห็นรอยเหงื่อที่ผุดขึ้นตามไรผมของอีกฝ่าย และมือข้างขวาของคาเล็บที่กำลังกุมแผงควบคุมลับซ่อนอยู่ด้านหลัง—มือข้างนั้นกำลังถืออุปกรณ์เข้าถึงข้อมูลฉุกเฉินที่ถูกถอดออกมาจากระบบหลัก *หมอนั่นไม่ได้แค่ถูกบังคับ... คาเล็บกำลังพยายามทำอะไรบางอย่าง* "ถ้าคุณไม่ได้เป็นคนปิด... แล้วทำไมมือของคุณถึงถือตัวถอดรหัสล่ะคาเล็บ?" อีไลจาห์ถามเสียงเย็น เยาะเย้ยเล็กน้อยเพื่อทดสอบปฏิกิริยา "คุณกำลังพยายามลบหลักฐานการทุจริตของกองทัพ หรือกำลังพยายามเปิดทางหนีให้ตัวเองคนเดียวกันแน่?" คาเล็บชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมเข้มเบิกกว้างขึ้นนิดหน่อยก่อนจะกลับมาสงบนิ่งดังเดิม มุมปากของนายทหารหนุ่มยกยิ้มฝืดเจื่อน เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและเย้ยหยันโชคชะตา "คุณนี่มัน... ช่างสังเกตไม่เปลี่ยนเลยจริงๆ วอล์คเกอร์" คาเล็บถอนหายใจยาวผ่านระบบสื่อสาร เสียงลมหายใจของเขาเริ่มแผ่วเบາลงทุกที "ใช่... ผมมีรหัส และผมก็เป็นคนใส่รหัสเพื่อปิดวาล์วระบายอากาศห้องนี้ด้วยมือของตัวเอง" อีไลจาห์นิ่งงันไปชั่วขณะ แม้จะคาดเดาไว้แล้ว แต่พอได้ยินคำสารภาพออกมาตรงๆ หัวใจที่ด้านชาของเขาก็ยังคงกระตุกวูบ ความรู้สึกโกรธเกรี้ยวและผิดหวังปะปนกันจนแยกไม่ออก มือที่กำหมัดแน่นสั่นเทาเล็กน้อย "ทำไม..." เสียงของอีไลจาห์ลอดไรฟันออกมาอย่างยากลำบาก "ทำไมคุณถึงต้องฆ่าเราด้วยวิธีนี้..." "เพราะถ้าผมไม่ปิดระบบระบายอากาศของห้องนี้... แก๊สพิษที่รั่วไหลจากเตาปฏิกรณ์จะกระจายไปสู่เขตที่อยู่อาศัยของพลเรือนเจ็ดร้อยชีวิตที่เหลือบนสถานี" คาเล็บตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงและเด็ดเดี่ยว ไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่ มีเพียงความจริงจังของผู้ชายที่ยอมแลกแม้กระทั่งลมหายใจสุดท้ายของตัวเองเพื่อหน้าที่ อีไลจาห์เบิกตากว้าง ความโกรธที่มีมลายหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยความตื่นตะลึงระคนทึ่ง เขามองทะลุกระจกหมวกอวกาศไปยังชายตรงหน้า ผู้ชายที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงหุ่นยนต์รับคำสั่งตามกฎระเบียบอย่างไร้จิตวิญญาณ แท้จริงแล้วกำลังแบกรับภาระอันหนักอึ้งไว้บนบ่าลำพัง โดยเลือกที่จะปิดตายห้องควบคุมนี้เพื่อกักเก็บอันตรายไว้ และยอมสละชีวิตของตัวเองร่วมกับเขา "คุณ... บ้าไปแล้วหรือคาเล็บ..." อีไลจาห์พึมพำ น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นอ่อนลงอย่างไม่น่าเชื่อ "คุณเลือกที่จะตายที่นี่... เพื่อคนพวกนั้นเนี่ยนะ?" "ผมเป็นทหารวอล์คเกอร์... หน้าที่ของผมคือปกป้องผู้คน ไม่ใช่ปกป้องตัวเอง" คาเล็บยิ้มจางๆ แววตาสื่อความหมายลึกซึ้งที่อีไลจาห์ไม่เคยเห็นมาก่อน "และถ้าความตายครั้งนี้จะมีสิ่งเดียวที่ผมไม่เสียใจ... ก็คือการได้ใช้ลมหายใจสุดท้ายยืนอยู่เคียงข้างอัจฉริยะหัวรั้นอย่างคุณ" บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง ท่ามกลางเสียงเตือนภัยที่ดังระรัวและออกซิเจนที่เหลืออยู่น้อยนิด ระยะห่างระหว่างพวกเขาทั้งสองคนผ่านกระจกหมวกอวกาศดูเหมือนจะเลือนหายไป ความขัดแย้งทางอุดมการณ์ทั้งหมดถูกเผาIผลาญจนเหลือเพียงแกSแท้ที่แท้จริงของตัวตน—ความเปราะบาง ความกล้าหาญ และความผูกพันอันลึกซึ้งที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางความหนาวเหน็บของสุญญากาศ อีไลจาห์สูดหายใจเฮือกสุดท้ายที่เต็มไปด้วยกลิ่นอับของคาร์บอนไดออกไซด์ในหน้ากาก เขาส่ายหน้าช้าๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปกดปุ่มถอดรหัสฉุกเฉินที่ซ่อนอยู่ใต้แผงควบคุมฝั่งของเขาเอง—ปุ่มที่เขาไม่เคยคิดจะกดมันมาก่อนในชีวิต เพราะมันหมายถึงการทำลายระบบความปลอดภัยทั้งหมดของสถานีและเสี่ยงที่จะระเบิดตัวเองเป็นจุล "ผมไม่ใช่คนดีแบบคุณหรอกนะคาเล็บ..." อีไลจาห์พูดด้วยรอยยิ้มหยันที่มุมปาก สายตาส2ประกายความดื้อรั้นและเด็ดเดี่ยวไม่แพ้กัน "ผมไม่สนหรอกว่าพลเรือนเจ็ดร้อยคนนั้นจะรอดหรือตาย... แต่ผมปฏิเสธที่จะตายในห้องแค่นี้โดยไม่ได้กู้อะไรสักอย่างให้สำเร็จเสียก่อน!" คาเล็บมองการกระทำของอีไลจาห์ด้วยความตกใจ "หยุดนะวอล์คเกอร์! ถ้าคุณทำแบบนั้น ระบบทั้งหมดจะล่มและ..." คำพูดของคาเล็บขาดหายไป เมื่อจู่ๆ หน้าจอโฮโลแกรมตรงกลางระหว่างห้องทั้งสองก็ดับวูบลงพร้อมกัน ความมืดมิดเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินกะพริบช้าๆ พร้อมกับเสียงเครื่องยนต์กลไกขนาดมหึมาที่เริ่มหมุนวนจากเบื้องล่างของสถานี ไม่ใช่เสียงระเบิด... แต่เป็นเสียงเปิดของประตูนิรภัยชั้นนอกสุดที่ถูกบังคับเปิดด้วยระบบ manual ที่อีไลจาห์เพิ่งกระชากสายไฟต่อตรงเข้ากับระบบขับเคลื่อนสำรอง! แรงดันลมมหาศาลดูดอากาศและฝุ่นละอองพุ่งพล่านไปทั่วห้อง คาเล็บเซถลาไปชนกับผนังด้านหลัง ขณะที่อีไลจาห์ใช้แขนยึดจับเสาโครงสร้างไว้แน่นเพื่อไม่ให้ถูกดูดออกไปในสุญญากาศ ทว่าก่อนที่สติของทั้งคู่จะดับวูบลงท่ามกลางความโกลาหลนั้น แสงไฟฉุกเฉินสาดส่องกระทบเข้ากับเงาร่างหนึ่งที่ก้าวพ้นประตูเชื่อมต่อเข้ามาในห้องควบคุมหลัก—เงาร่างของบุคคลที่ควรจะเสียชีวิตไปแล้วจากอุบัติเหตุเมื่อสามเดือนก่อน มือเรียวยาวในชุดนักบินอวกาศไร้สังกัดเอื้อมมาแตะที่แผงควบคุมหลักอย่างแม่นยำ พร้อมกับเสียงทุ้มนุ่มที่เอ่ยขึ้นผ่านคลื่นความถี่เปิดโล่งซึ่งเชื่อมต่อกับทุกระบบของสถานี *“ยินดีต้อนรับกลับสู่จุดเริ่มต้นครับ... คุณวิศวกร และคุณผู้กอง”* ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าความมืดมิดในห้วงอวกาศนี้ไปด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรดาวดับกับผู้คุมกฎแห่งสุญญากาศ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%