แรงดันอากาศในท่อส่งถ่ายหลักลดลงอีกสามปอนด์ต่อตารางนิ้ว เสียงโลหะลั่นเอี๊ยดออดยามโครงสร้างยักษ์ใหญ่บิดตัวรองรับแรงโน้มถ่วงจำลอง คือดนตรีประกอบที่คุ้นเคย แต่อีไลจาห์ วอล์คเกอร์ รู้ดีว่ามันไม่ใช่ความผิดพลาดทางกลศาสตร์ หากแต่มันคือเสียงคำรามของระเบียบสังคมที่กำลังปริร้าวจากภายใน
ข้อความบนหน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าสะท้อนเงาใบหน้าอันเหนื่อยล้าของเขา ดวงตาสีเทาเข้มจ้องมองกราฟการไหลเวียนของพลังงานฟิวชั่นที่ถูกปันส่วนอย่างไม่เป็นธรรม เขตที่พักอาศัยระดับล่างถูกตัดพลังงานสำรองออกไปร้อยละสี่สิบ เพื่อทดแทนให้แก่ปีกบัญชาการของกองกำลังรักษาความปลอดภัย—คำสั่งที่ลงนามโดยสภาบริหารสถานี แต่ผู้ที่ต้องแบกรับแรงกดดันจากมวลมหาประชาชนเบื้องล่างไม่ใช่ใครอื่น นอกจากตัวเขาเอง
"คุณกำลังเล่นกับระเบิดเวลาที่ไม่มีชนวน"
เสียงทุ้มต่ำและหนักแน่นดังขึ้นจากด้านหลัง อีไลจาห์ไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นใคร กลิ่นอายของกาแฟดำเข้มข้นผสมกับกลิ่นโลหะอับชื้นจากชุดเครื่องแบบทหาร ลอยมาแตะจมูกก่อนที่เจ้าตัวจะก้าวเข้ามาประชิดเสียอีก
ผู้กองคาเล็บ รีด ยืนกอดอกพิงกรอบประตูห้องควบคุมแรงดัน ใบหน้าคมคายนั้นเรียบเฉยจนเย็นชา แต่ดวงตาคมกริบคู่นั้นกำลังกวาดมองความยุ่งเหยิงบนโต๊ะทำงานของวิศวกรหนุ่มอย่างประเมินสถานการณ์
"ถ้าคุณหมายถึงระบบระบายความร้อนหลัก ผมเตือนสภาไปแล้วสามครั้งว่ามันรับภาระไม่ไหว" อีไลจาห์ตอบเสียงเรียบ นิ้วเรียวยาวonหน้าจอสัมผัสเพื่อปรับเปลี่ยนเส้นทางพลังงานสำรองอย่างเงียบเชียบ "แต่ถ้าคุณหมายถึงการเมืองข้างนอก... นั่นไม่ใช่หน้าที่ของวิศวกรอย่างผมที่จะต้องไปกังวลไม่ใช่หรือครับ ผู้กอง"
คาเล็บแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเครียดสะสม นายทหารหนุ่มผละจากกรอบประตู ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างโต๊ะทำงาน ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกาย
"หน้าที่ของคุณคือการทำให้สถานีนี้ไม่ร่วงหล่นลงไปในชั้นบรรยากาศ... อีไลจาห์" คาเล็บเน้นเสียงทีละคำ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย "แต่ตอนนี้ คนงานในเขตสามกำลังรวมตัวกันที่ห้องโถงกลาง พวกเขาปฏิเสธที่จะซ่อมแซมตัวถังด้านนอกจนกว่าจะได้พบกับหัวหน้าวิศวกร และถ้าสถานการณ์ยังเป็นแบบนี้ต่อไป ผมจะต้องเอาชุดปราบจลาจลออกมารักษาความสงบ... ซึ่งคุณก็รู้ดีว่ามันจะจบลงอย่างไร"
อีไลจาห์ชะงักนิ้วที่กำลังพิมพ์คำสั่ง เขาเงยหน้าขึ้นสบตาคาเล็บ ระยะห่างเพียงคืบทำให้พวกเขาสามารถได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน ความตึงเครียดระหว่างอุดมการณ์สองขั้ว—กฎหมายที่ไร้หัวใจกับมนุษยธรรมที่ไร้ระเบียบ—พุ่งสูงจนแทบจะจุดประกายไฟในอากาศสุญญากาศแห่งนี้ได้
"คุณอยากให้ผมไปพูดกับพวกเขาอย่างนั้นหรือครับ" อีไลจาห์ถาม น้ำเสียงเจือความเย้ยหยันจางๆ "ให้ผมไปยืนโกหกคนพวกนั้นว่าสภากำลังแก้ไขปัญหา ทั้งที่พวกคุณเพิ่งอนุมัติงบประมาณซื้อกระสุนยางล็อตใหม่มาเมื่อวานนี้?"
คาเล็บขบกรามแน่น กล้ามเนื้อบริเวณสันกรามกระตุกไหว เขาโน้มตัวลงมาใกล้ขึ้น จนอีไลจาห์ต้องเอนหลังพิงพนักเก้าอี้เพื่อเว้นระยะห่าง แต่นั่นยิ่งทำให้คาเล็บใช้ความได้เปรียบทางสรีระกดดันเข้ามาอีก
"ผมไม่ได้ขอให้คุณไปโกหกใคร" คาเล็บกระซิบเสียงต่ำ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับข้างแก้มของวิศวกรหนุ่ม "ผมกำลังขอให้คุณช่วยร่วมมือกับผม เพื่อไม่ให้สถานีนี้กลายเป็นสุสานลอยฟ้า... พวกเขาเชื่อฟังคุณ มากกว่าที่เชื่อฟังคำสั่งของทหารอย่างผมเสียอีก อีไลจาห์"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของเครื่องยนต์ไอონิกที่ดังอยู่ไกลๆ ภายในห้องควบคุมที่คับแคบนี้ ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากความเสน่หา หากแต่เป็นแรงดึงดูดประหลาดของสองคนที่ยืนอยู่บนปากเหวแห่งความหายนะ พวกเขาต่างฝ่ายต่างรู้จุดอ่อนของกันและกัน และนั่นคือสิ่งที่อันตรายที่สุด
อีไลจาห์หลุบตามองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นของคาเล็บครู่หนึ่ง ก่อนจะเบนสายตากลับมาที่หน้าจอโฮโลแกรม รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากของวิศวกรหนุ่มอย่างเยือกเย็น
"ถ้าผมไป... คุณจะรับประกันได้ไหมครับว่าจะไม่มีกระสุนนัดแรกถูกยิงออกไปในเขตที่พักอาศัย"
คาเล็บเงียบไปอึดใจหนึ่ง ดวงตาคมกริบฉายแววลังเลชั่วขณะ ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความเด็ดเดี่ยวตามวิสัยของทหารอาชีพ
"ผมให้สัญญา... เท่าที่ผู้กองคนนี้จะทำได้"
อีไลจาห์พยักหน้ารับเบาๆ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ไหล่กว้างแทบจะชนกับนายทหารหนุ่ม ทั้งคู่ยืนประจันหน้ากันในระยะประชิด กลิ่นอายความเป็นชายและความดุดันเคล้าคลออยู่ในบรรยากาศที่อัดแน่นไปด้วยความกดดัน
"นำทางไปสิครับ ผู้กอง... ไปดูซิว่าความวุ่นวายภายในที่พวกคุณสร้างขึ้น มันหน้าตาเป็นอย่างไร"
คาเล็บไม่ตอบ เขาเพียงแต่หมุนตัวเดินนำไปยังประตูทางออก แต่อีไลจาห์สังเกตเห็นมือหนาข้างที่ถือปืนพกประจำกายนั้นกำแน่นจนข้อกระดูกขาวโพลน—สัญญาณเตือนภัยที่ชัดเจนยิ่งกว่ากราฟพลังงานใดๆ บนหน้าจอ
ทั้งคือก้าวพ้นประตูห้องควบคุมเข้าสู่ทางเดินหลักที่ทอดยาว ความโกลาหลกำลังรออยู่เบื้องหน้า เสียงตะโกนโห่ร้องและเสียงทุบโลหะดังสะท้อนก้องมาจากโถงกลาง แรงสั่นสะเทือนจากฝูงชนนับร้อยส่งผ่านพื้นเหล็กใต้ฝ่าเท้าจนรู้สึกได้
คาเล็บหยุดเดินกะทันหันที่มุมอับของทางเดินแยกโซนบี มือหนาเอื้อมไปดึงแขนอีไลจาห์ให้หลบเข้ามุมมืดอย่างรวดเร็ว ก่อนที่พวกเขาจะเดินไปถึงจุดปะทะ
"เดี๋ยือก่อน..." คาเล็บกระซิบเสียงพร่า พร้อมกับดึงแผ่นข้อมูลขนาดเล็ก (Data-chip) ออกมาจากกระเป๋าเสื้อเครื่องแบบยื่นให้วิศวกรหนุ่ม "ก่อนที่คุณจะออกไปเผชิญหน้ากับพวกเขา... คุณต้องดูนี่เสียก่อน"
อีไลจาห์ขมวดคิ้วรับแผ่นข้อมูลนั้นมาด้วยความสงสัย "นี่คืออะไร?"
"มันคือบันทึกการส่งออกพลังงานลับของสภาบริหารเมื่อสามชั่วโมงที่แล้ว" คาเล็บมองซ้ายมองขวาก่อนจะกระซิบต่อด้วยน้ำเสียงที่เคร่งเครียดที่สุดเท่าที่อีไลจาห์เคยได้ยินมา "พลังงานที่พวกเขาตัดไปจากเขตสาม... ไม่ได้ถูกส่งไปให้ปีกกองกำลัง... แต่มันถูกถ่ายโอนไปยังห้องนิรภัยลับใต้ฐานรากสถานี... ซึ่งเป็นที่เก็บกู้ "วัตถุโบราณ" ที่เราเพิ่งขุดพบจากดาวเคราะห์น้อยดวงก่อน"
อีไลจาห์ชะงัก นัยน์ตาสีเทาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความหนาวเย็นแล่นริ้วขึ้นตามสันหลังไม่ใช่เพราะอุณหภูมิของสถานี
"วัตถุโบราณอะไรกัน...?"
เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่กำลังวิ่งใกล้เข้ามาจากทางเดินฝั่งตรงข้าม พร้อมกับเสียงวิทยุสื่อสารที่แตกพร่าของหน่วยรักษาความปลอดภัยที่ประกาศก้องด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก—
*"ศูนย์ควบคุม! นี่หน่วยลาดตระเวนโซนซี! ห้องนิรภัยใต้ดินถูก... ถูกเปิดจากด้านในแล้วครับ! กำลังมีบางอย่าง... กำลังพยายาม..."*
สัญญาณวิทยุตัดขาดหายไป เหลือเพียงเสียงซ่าของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่บาดแก้วหูในความมืดมิดของทางเดิน
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความเวิ้งว้างนี้ไปด้วยกันนะครับ
วิศวกรดาวดับกับผู้คุมกฎแห่งสุญญากาศ•ตอนที่ 15
กลับสู่ความวุ่นวายภายใน
ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรดาวดับกับผู้คุมกฎแห่งสุญญากาศ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!