เสียงโลหะลั่นเปรี๊ยะใต้แรงบิดระดับมหภาค ไม่ใช่สิ่งที่อีไลจาห์ วอล์คเกอร์ คาดหวังว่าจะได้ยิน—อย่างน้อยก็ไม่ใช่ในตอนนี้
"ถอยเครื่องมือวัดแรงดันมาสิบเซนติเมตร คาเล็บ!"
น้ำเสียงของวิศวกรหนุ่มไม่ได้เจือด้วยความตื่นตระหนก มันนิ่งสนิท ทว่าเฉียบคมราวกับคมมีดเลเซอร์ที่ตัดผ่านสุญญากาศ ทว่าในความนิ่งนั้นมีหยาดเหงื่อกาฬที่ผุดพรายขึ้นตามไรผม ชุ่มโชกจนแนบติดกับผิวแก้มภายใต้หมวกอวกาศรุ่นซีรีส์เจ็ด
ในระยะประชิดห่างกันไม่ถึงหนึ่งช่วงแขน ผู้กองคาเล็บ รีด ขยับกายอย่างคล่องแคล่วภายใต้ชุดปรับความดันสีขาวบริสุทธิ์ แววตาของนายทหารผู้ยึดมั่นในกฎระเบียบฉายแววเคร่งเครียด มือหนาภายใต้ถุงมือกันความร้อนกระชับประแจไฮดรอลิกแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว
"ถ้าผมถอยตอนนี้ แรงดึงดูดจากแกนปฏิกรณ์จะฉีกแขนคุณออกจากเบ้าทันที วอล์คเกอร์" คาเล็บโต้กลับทันควัน ลลมหายใจของอีกฝ่ายสะท้อนผ่านหน้ากากใส ถี่กระชั้นและร้อนผ่าว "คุณคำนวณแรงเหวี่ยงผิดพลาดไปสามองศา ตั้งแต่ตอนที่เราเริ่มเชื่อมตัวถังชั้นนอกแล้ว"
"อย่ามาสอนผมเรื่องฟิสิกส์วงโคจร คาเล็บ!" อีไลจาห์ตวาดกลับอย่างไม่ยอมแพ้ ดวงตาสีเทาเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่ายผ่านกระจกใส สื่อสารความหมายที่ลึกซึ้งกว่าแค่การทำงานร่วมกัน ความดื้อรั้นและอุดมการณ์ที่ขัดแย้งถูกบีบอัดให้เหลือเพียงความอยู่รอด "ถ้าเราไม่ขันน็อตตัวสุดท้ายนี้ภายในสิบวินาที แรงดันในห้องเครื่องจะดึงเราทั้งคู่หลุดออกไปสู่อวกาศอันว่างเปล่า! มือของคุณสั่นแล้วนะ ผู้กอง"
"มือผมไม่ได้สั่น..." คาเล็บกัดฟันกรอด กล้ามเนื้อสันกรามขบเข้าหากันจนนูนเด่น "ผมแค่กำลังชั่งน้ำหนักระหว่างการทำตามคู่มือความปลอดภัยระดับสาม กับการเชื่อใจคนอัจฉริยะที่ชอบแหกกฎทุกข้อแบบคุณ"
บรรยากาศในโมดูลซ่อมบำรุงหมายเลขสี่อัดแน่นไปด้วยความกดดัน ทั้งจากโครงสร้างสถานีอวกาศที่กำลังบิดตัวส่งเสียงคร่ำครวญ และจากเคมีอันร้อนระอุที่แผ่ซ่านระหว่างพวกเขาทั้งสองคน ความสัมพันธ์ที่อยู่บนเส้นแบ่งระหว่างความเกลียดชังและความหลงใหลในตัวตนของกันและกัน กำลังถูกทดสอบด้วยความเป็นความตาย
*ปี๊บ... ปี๊บ... เสียงเตือนสีแดงฉานกะพริบถี่ขึ้น*
ตัวเลขดิจิทัลบนจอแสดงผลตรงมุมหมวกปรากฏชัดเจน: **ออกซิเจนคงเหลือ 14%**
"เวรเอ๊ย!" อีไลจาห์สบถเบาๆ เมื่อเข็มวัดออกซิเจนร่วงหล่นฮวบลงอย่างรวดเร็วเกินคาด ท่อส่งออกซิเจนหลักคงได้รับความเสียหายจากแรงกระแทกเมื่อครู่ อากาศภายในหมวกเริ่มบางเบาลงทุกขณะ สัมผัสได้ถึงความแห้งผากที่ลำคอและความหนักอึ้งที่เปลือกตา
คาเล็บเหลือบมองตัวเลขนั้นด้วยหางตา สัญชาตญาณความเป็นผู้นำและสัญชาตญาณดิบในการปกป้องชีวิตพุ่งพล่านขึ้นมาเหนือระเบียบปฏิบัติทางทหารทั้งหมด ไม่มีเวลาให้ลังเลอีกต่อไปแล้ว
"จับไหล่ผมไว้!" คาเล็บสั่งเสียงเข้ม พร้อมกับทิ้งประแจในมือแล้วโถมร่างเข้าประชิดตัวอีไลจาห์อย่างรวดเร็ว
"เฮ้ย! คุณจะทำอะไร—"
ก่อนที่อีไลจาห์จะได้ประท้วง คาเล็บก็ใช้มือข้างหนึ่งล็อกเอวสอบของวิศวกรหนุ่มไว้แน่นด้วยแรงมหาศาล ขณะที่มืออีกข้างเอื้อมไปกระชากวาล์วฉุกเฉินสีเหลืองสดใสที่ติดอยู่กับผนังโมดูล การตัดสินใจที่อยู่นอกเหนือตำราเล่มไหนๆ ของนายทหารผู้เคร่งครัดกำลังจะเริ่มต้นขึ้น
*ฟู่—!*
ก๊าซสำรองแรงดันสูงถูกปล่อยออกมาฉับพลัน แรงกระแทกผลักร่างทั้งสองให้พุ่งถอยหลังหลุดจากการควบคุมของแกนปฏิกรณ์อย่างหวุดหวิด ก่อนที่แผ่นโลหะขนาดมหึมาจะดีดตัวฟาดเข้ากับจุดที่พวกเขายืนอยู่เมื่อครู่จนแหลกละเอียดเป็นจุล!
ร่างทั้งสองลอยคว้างไร้น้ำหนักอยู่ในสุญญากาศภายในห้องควบคุมสำรองที่มืดสนิท มีเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีส้มกะพริบวับแวมสาดส่องใบหน้าของกันและกัน อีไลจาห์ถูกกดทับอยู่ใต้ร่างของคาเล็บ อกต่ออกแนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวระทึกของอีกฝ่ายผ่านแผ่นเกราะอ่อนของชุดอวกาศ
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นที่ดังสะท้อนอยู่ในคอมพิวเตอร์สื่อสารภายในหมวก
อีไลจาห์เงยหน้าขึ้นสบตาคนที่ทาบทับอยู่เหนือตน แววตาเย็นชาและมั่นใจในตัวเองเมื่อครู่เจือความสั่นไหวเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิด "คุณ... เสี่ยงเกินไปแล้ว คาเล็บ รีด ถ้าก๊าซสำรองนั่นไม่พอ เราคงกลายเป็นขยะอวกาศไปแล้ว"
คาเล็บโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนกระจกหมวกเกือบจะสัมผัสกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนของนายทหารหนุ่มทำให้แผ่นกระจกขึ้นฝ้าเป็นวงจางๆ รอยยิ้มหยันที่มุมปากปรากฏขึ้นเล็กน้อยท่ามกลางความมืด
"ถ้าผมไม่ทำแบบนั้น วิศวกรอัจฉริยะอย่างคุณคงไม่มีโอกาสได้มาต่อปากต่อคำกับผมในตอนนี้หรอก วอล์คเกอร์" คาเล็บกระซิบเสียงต่ำ นัยน์ตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นของอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบายเป็นคำพูด "เราปลอดภัยแล้ว... สำหรับตอนนี้"
อีไลจาห์นิ่งงันไปชั่วขณะ หัวใจที่เคยด้านชาต่อความตายกลับเต้นแรงขึ้นด้วยเหตุผลอื่น—เหตุผลที่อันตรายยิ่งกว่าการขาดออกซิเจนในห้วงอวกาศ เขากำลังจะอ้าปากเอ่ยคำพูดบางอย่างเพื่อทำลายความเงียบอันชวนอึดอัดนี้
แต่ทว่า...
*แกร๊ก...*
เสียงโลหะขูดขีดกันเบาๆ ดังขึ้นจากมุมมืดของห้องควบคุมสำรอง—ห้องที่ควรจะร้างผู้คนและถูกตัดขาดจากระบบเครือข่ายทั้งหมด
คาเล็บชะงักกึก สัญชาตญาณทหารตื่นตัวทันที มือข้างที่ว่างเอื้อมไปแตะที่ปืนเลเซอร์ข้างเอวโดยอัตโนมัติ ดวงตาคมกริบหันขวับไปยังความมืดมิดเบื้องหน้า ขณะที่อีไลจาห์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย
ท่ามกลางความเงียบงันของสถานีอวกาศที่ลอยเคว้งอยู่กลางดวงดาว แสงไฟฉุกเฉินกะพริบครั้งสุดท้ายก่อนจะดับลง เผยให้เห็นเงาร่างปริศนาของใครบางคนกำลังยืนอยู่ตรงหน้าต่างกระจกบานใหญ่ เชื่อมต่อกับระบบคอมพิวเตอร์หลักที่ถูกบล็อกไว้... และหน้าจอควบคุมกำลังแสดงข้อความแปลกประหลาดที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน
*ระบบระบายอากาศถูกสั่งปิดโดย: [รหัสลับผู้ดูแลระบบระดับสูงสุด]*
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าความมืดมิดในห้วงอวกาศนี้ไปด้วยกันนะครับ — เนบิวลาสตาร์
วิศวกรดาวดับกับผู้คุมกฎแห่งสุญญากาศ•ตอนที่ 13
วินาทีที่ออกซิเจนลดต่ำ
ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรดาวดับกับผู้คุมกฎแห่งสุญญากาศ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!