แรงสั่นสะเทือนจากค้อนโลหะที่กระแทกเข้ากับสลักเกลียวไทเทเนียมสะท้อนก้องผ่านกระดูกกะโหลกศีรษะโดยตรง เสียงนั้นทึบตันและหนักหน่วงในความเงียบงันระดับสุญญากาศ ซึ่งถูกส่งผ่านเข้ามาทางโครงสร้างโลหะของชุดอวกาศและกระดูกสันหลังของอีไลจาห์ วอล์คเกอร์
เบื้องหน้าของเขาคือแผงรับแสงอาทิตย์ขนาดยักษ์ของสถานีโคจรเซนทัวร์ พื้นผิวกระจกสะท้อนความเวิ้งว้างสีดำสนิทของห้วงอวกาศลึกและแสงสีฟ้าจัดจ้าจากดาวเคราะห์แม่ที่อยู่เบื้องล่าง ความกว้างใหญ่ไพศาลของความว่างเปล่านี้ชวนให้รู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่บนขอบเหวที่ไร้ก้นบึ้ง และหากก้าวพลาดเพียงนิดเดียว ความมืดมิดก็จะกลืนกินเขาไปตลอดกาล
"อย่าเพิ่งขยับตัว, อีไลจาห์"
เสียงทุ้มต่ำผ่านระบบสื่อสารภายในหมวกนักบินดังขึ้น น้ำเสียงของคาเล็บ รีด เรียบนิ่งและเต็มไปด้วยการควบคุม แต่คนฟังกลับสัมผัสได้ถึงความตึงเครียดที่ซ่อนอยู่ใต้ถ้อยคำนั้น
อีไลจาห์หยุดมือที่กำลังขันน็อตตัวสุดท้าย เขากวาดสายตาผ่านกระจกหมวกนิเวศน์ มองเห็นเงาสะท้อนของคาเล็บในชุดอวกาศสีขาวสะอาดตา กำลังยึดเกาะกับคานยึดโครงสร้างห่างออกไปสามเมตร สายโยงนิรภัยที่ทำจากเส้นใยคาร์บอนคอมโพสิตสะท้อนแสงไฟกะพริบสีแดง-เขียว เป็นเส้นใยบางๆ เพียงเส้นเดียวที่เชื่อมโยงพวกเขากับความเป็นความตาย
"ถ้าผมไม่ขยับ แผงวงจรนี้ก็จะละลายกลายเป็นเศษเหล็กภายในรอบโคจรหน้า, ผู้กอง" อีไลจาห์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดกลัว แต่แฝงไว้ด้วยความดื้อรั้นที่คาเล็บคุ้นเคยดี "ระเบียบของสถานีไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรับมือกับพายุสุริยะนอกฤดูกาล... และคุณก็รู้ดีกว่าใคร ว่าถ้าเรามัวแต่ทำตามขั้นตอนทางราชการ เราคงกลายเป็นขยะอวกาศไปตั้งแต่เมื่อวานแล้ว"
คาเล็บถอนหายใจยาวผ่านระบบสื่อสาร เสียงลมหายใจของอีกฝ่ายดังสม่ำเสมอในหูฟังของเขา มันเป็นเสียงที่อีไลจาห์มักจะเผลอFocusถึงอยู่บ่อยครั้ง—เสียงที่แสดงถึงความมีชีวิตชีวาเพียงอย่างเดียวท่ามกลางความหนาวเหน็บอันเป็นนิรันดร์
"ผมไม่ได้ห่วงกฎระเบียบของสถานี, วอล์คเกอร์" คาเล็บขยับตัวเข้าใกล้ชิดขึ้นอีกนิดจนเงาของร่างทั้งสองทับซ้อนกันบนแผงโซลาร์เซลล์ "ผมกำลังห่วงคนที่มีหน้าที่ซ่อมแซมมันต่างหาก ถ้าคุณตกลงไปในเขตเงาแรงโน้มถ่วง ไม่มีใครดึงคุณกลับมาได้ทันหรอก... แม้กระทั่งตัวผมเอง"
คำพูดนั้นแฝงนัยยะลึกซึ้งเกินกว่าเรื่องงาน มันคือความเปราะบางที่ผู้กองหนุ่มผู้เคร่งครัดไม่เคยเอ่ยปากบอกใคร แต่มันกลับถูกถ่ายทอดออกมาท่ามกลางบรรยากาศที่ไร้ซึ่งแรงโน้มถ่วง เคมีระหว่างพวกเขามักจะเป็นเช่นนี้เสมอ—ความขัดแย้งระหว่างการยึดมั่นในกรอบกฎหมายกับสัญชาตญาณดิบในการเอาตัวรอด ที่ดึงดูดเข้าหากันราวกับแรงโน้มถ่วงมหาศาลของหลุมดำ
อีไลจาห์หันหน้าผ่านกระจกหมวกไปสบตากับคาเล็บ แม้จะถูกกั้นด้วยกระจกหนาและชั้นฟิลเตอร์กรองแสง แต่นัยน์ตาคู่คมของนายทหารหนุ่มก็ยังคงฉายแววบางอย่างที่ทำให้หัวใจของวิศวกรหนุ่มกระตุกวูบอย่างประหลาด มันไม่ใช่ความกลัวความตาย แต่มันคือความกลัวที่จะสูญเสียอีกฝ่ายไปในความมืดมิด
"คุณเป็นคนสั่งให้ผมออกมาข้างนอกเองนะ, รีด" อีไลจาห์มุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อยในรอยยิ้มที่อีกฝ่ายมองไม่เห็น "หรือว่าตอนนี้คุณเริ่มกลัวที่จะต้องอยู่ตามลำพังในห้องควบคุมแล้วล่ะ?"
"ผมไม่เคยกลัวอะไรทั้งนั้น... ยก trừความดื้อรั้นอย่างไร้เหตุผลของคุณ" คาเล็บสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเจือความระ1ขุ่นเคืองที่จงใจซ่อนความห่วงใยไว้
มือสวมถุงมือหนาของคาเล็บเอื้อมออกไปคว้าจับที่ข้อศอกของอีไลจาห์ เพื่อช่วยพยุงฐานยืนในสภาพไร้น้ำหนัก แรงสัมผัสแม้จะถูกกั้นด้วยฉนวนหลายชั้น แต่มันกลับส่งผ่านความอบอุ่นและความมั่นคงมาถึงตัวอีไลจาห์ได้อย่างน่าประหลาด ในห้วงสุญญากาศที่ไร้ซึ่งทิศทาง มือคู่นี้คือหลักยึดเดียวที่แท้จริง
"เสร็จแล้วครับ" อีไลจาห์เคาะประแจลงบนโครงสร้างครั้งสุดท้าย ไฟสถานะสีเขียวบนแผงโซลาร์เซลล์สว่างวาบขึ้นทันที บ่งบอกว่าระบบจ่ายพลังงานสำรองกลับมาทำงานเต็มรูปแบบแล้ว รังสีความร้อนอุ่นๆ จากแผงวงจรแผ่ซ่านกระทบถุงมืออวกาศ ตัดกับความหนาวเย็นรอบตัว
แต่ในจังหวะที่ทั้งคู่กำลังจะผละตัวออกจากจุดซ่อมแซมเพื่อเตรียมตัวกลับเข้าสู่แอร์ล็อก ระบบเรดาร์เตือนภัยส่วนบุคคลที่ติดอยู่บนต้นแขนของคาเล็บก็ส่งเสียง *บี๊บ* แหลมสูงถี่ๆ พร้อมกับสัญญาณไฟสีแดงกะพริบวาบ
หน้าจอแสดงผลโฮโลแกรมขนาดเล็กฉายภาพสแกนพื้นที่รอบนอกสถานี และมันกำลังแสดงวัตถุแปลกปลอมขนาดใหญ่ที่กำลังเคลื่อนที่เข้ามาด้วยความเร็วสูงจากมุมอับของเรดาร์
"อีไลจาห์... หยุดนิ่ง" คาเล็บเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นคำสั่งเด็ดขาดในทันที สีหน้าภายใต้หมวกอวกาศเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดจริงจัง "เราไม่ได้อยู่กันแค่สองคนข้างนอกนี้"
อีไลจาห์ขมวดคิ้ว เขาหันมองตามทิศทางที่เรดาร์ชี้ และที่นั่น—ท่ามกลางเงาสลัวของเสาอากาศสื่อสารหลักของสถานีเซนทัวร์ มีเงาดำทะมึนของยานสำรวจรุ่นเก่าลำหนึ่งลอยเคว้งคว้างอย่างไร้ทิศทาง ยานลำนั้นไม่มีสัญญาณตอบรับใดๆ และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ สัญลักษณ์ที่สลักอยู่ข้างลำตัวยาน... มันคือตราสัญลักษณ์ของโครงการวิจัยลับที่ถูกทางการประกาศว่าปิดตัวไปเมื่อสิบปีก่อน—โครงการเดียวกับที่เคยพรากครอบครัวและอดีตทั้งหมดไปจากชีวิตของอีไลจาห์
ประตูแอร์ล็อกของยานลำนั้นค่อยๆ แง้มเปิดออกช้าๆ ในความเงียบสงบของห้วงอวกาศ ราวกับกำลังเชื้อเชิญให้พวกเขาก้าวเข้าสู่ความลับที่ถูกฝังกลบเอาไว้
"ผู้กอง..." อีไลจาห์กระซิบผ่านคลื่นวิทยุ เสียงของเขาแหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด "นั่นมัน... ยาน *ไกอา-01* ของพ่อผมนี่"
—
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าความมืดมิดในห้วงอวกาศนี้ไปด้วยกันนะครับ — เนบิวลาสตาร์
วิศวกรดาวดับกับผู้คุมกฎแห่งสุญญากาศ•ตอนที่ 12
การสำรวจนอกเขต
ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรดาวดับกับผู้คุมกฎแห่งสุญญากาศ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!