เสียงคำรามทุ้มต่ำของระบบระบายความร้อนระดับวิกฤตดังระงับอยู่เบื้องหลัง แข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นระรัวในอกซ้ายของผม คาเล็บ รีด
นิ้วมือที่สวมถุงมือกันความร้อนกึ่งโปร่งแสงกำลังสั่นเทาเล็กน้อย—ไม่ใช่ด้วยความหวาดกลัวต่อความตาย แต่มันคือความร้าวราญที่เกิดจากการตระหนักรู้ว่า ปลายกระบอกปืนในมือขวาของผมเวลานี้ กำลังเล็งตรงไปยังจุดศูนย์กลางมวลของร่างสูงโปร่งที่ยืนอยู่หลังแผงควบคุมหลัก
อีไลจาห์ วอล์คเกอร์ ไม่ได้หันกลับมามองเขาด้วยซ้ำ วิศวกรหนุ่มยังคงรัวนิ้วลงบนคีย์บอร์ดโฮโลแกรมสีฟ้าอมเขียวอย่างบ้าคลั่ง แสงสะท้อนจากบรรทัดโค้ดนับพันวิ่งผ่านแววตาสีเทาเข้มที่ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น มีเพียงความเด็ดเดี่ยวเยือกเย็นและดื้อรั้นจนน่าโมโห
"คุณกำลังทำลายหลักฐานทั้งหมด อีไลจาห์" เสียงของผมแหบพร่า แต่เฉียบคมพอจะตัดผ่านเสียงคำรามของเครื่องปฏิกรณ์ที่กำลังจะเกินขีดจำกัด "หยุดมือแล้วถอยออกมาจากคอนโซลซะ นั่นคือคำสั่ง"
อีไลจาห์หยุดมือลงชั่วขณะ ลลมหายใจผ่อนออกทางจมูกเบาๆ คล้ายกำลังเยาะหยันความเข้มงวดไร้สาระในยามวิกฤตนี้ เขายอมหันกลับมาเผชิญหน้ากับผม ช้าๆ ดวงตาคู่นั้นไม่ได้มองที่ปากกระบอกปืน แต่มันมองทะลุผ่านเกราะสนามแม่เหล็กเข้ามาสำรวจลึกลงในดวงตาของผมโดยตรง
"คำสั่งของใครล่ะครับ ผู้กองคาเล็บ?" เสียงทุ้มต่ำติดจะแหบแห้งเอ่ยขึ้น รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของอีกฝ่าย "คำสั่งของคนที่นั่งเสวยสุขอยู่บนดาวอาณานิคมเบื้องล่าง? หรือคำสั่งของระบบกฎหมายที่พร้อมจะโยนความผิดให้สถานีนี้กลายเป็นแพეรับบาป เพื่อกลบเกลื่อนความจริงเรื่องรอยร้าวในโครงสร้างที่พวกมันพยายามซุกไว้ใต้พรมมานานหลายปี"
"หน้าที่ของผมคือการรักษาความสงบและบังคับใช้กฎระเบียบของสภาอวกาศ" ผมกัดฟันแน่น ข้อมือที่ถือปืนมั่นคงขึ้นอีกระดับ แม้เหงื่อกาฬจะเริ่มซึมตามไรผม "ถ้าคุณลบฐานข้อมูลการทดสอบนั้นทิ้ง ทุกชีวิตบนสถานีนี้จะกลายเป็นผู้ต้องหาคดีก่อวินาศกรรมทันที คุณก็รู้ดี"
"และถ้าผมไม่ลบมัน..." อีไลจาห์ก้าวเข้ามาหาผมทีละก้าวอย่างไม่เกรงกลัวปากกระบอกปืน ปลายกระบอกปืนเกือบจะสัมผัสกับเนื้อผ้าของเสื้อชูชีพวิศวกรสีส้มอิฐ "ความจริงที่ว่าบริษัทแม่จงใจลดสเปกวัสดุก่อสร้างเพื่อประหยัดงบ ก็จะถูกฝังกลบไปพร้อมกับซากปรักหักพังของสถานีแห่งนี้... รวมถึงพวกเราทุกคนด้วย"
ความเงียบงันอันน่าอึดอัดเข้าปกคลุมพื้นที่รอบตัว มีเพียงเสียงเตือนภัยระดับสามที่ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยแรงดึงดูดทางจิตวิทยาที่บีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นอายของโอโซนและเหงื่อจากการทำงานหนักผสมผสานกันในอากาศปิดทึบของห้องควบคุมหลัก
ผมมองลึกเข้าไปในดวงตาของอีไลจาห์ วิศวกรหนุ่มคนนี้ฉลาดเป็นกรด และมักจะมองเห็นเกมกระดานล่วงหน้าไปหลายก้าวเสมอ ในขณะที่ผมถูกหล่อหลอมมาให้เชื่อฟังคำสั่งและโครงสร้างอำนาจ อีไลจาห์กลับมองเห็นเพียงความเน่าเฟะที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความสมบูรณ์แบบของสถาปัตยกรรมอวกาศ
"คุณกำลังเลือกเส้นทางที่ไม่มีทางออกที่ดีเลยนะ คาเล็บ" อีไลจาห์กระซิบแผ่วเบา ระยะห่างระหว่างเราเหลือเพียงแค่คืบเดียว ไออุ่นจากร่างกายของอีกฝ่ายแผ่ซ่านผ่านความเย็นเยียบของชุดอวกาศ "ถ้าคุณเลือกหน้าที่... คุณจะได้ความจงรักภักดีที่ไร้ค่าต่อองค์กรที่พร้อมจะสละคุณทิ้งได้ทุกเมื่อ แต่ถ้าคุณเลือกความจริง... คุณจะต้องกลายเป็นกบฏในสายตาของกฎหมายที่คุณเคารพมาตลอดชีวิต"
คำพูดนั้นแทงทะลุเกราะป้องกันทั้งหมดที่ผมสร้างขึ้นมาหลายปี
นิ้วที่เหนี่ยวไกของผมสั่นระริก สมองประมวลผลความเสี่ยงระหว่างการปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับที่ไร้ความปรานี กับการเปิดประตูรับความจริงที่จะทำลายล้างทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมเคยเชื่อมั่น
สถานีอวกาศแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่กลุ่มเหล็กและกระจก แต่มันคือชีวิต คือลมหายใจ และคือความรับผิดชอบที่ผมแบกรับไว้บนบ่าตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา การตัดสินใจในวินาทีนี้ ไม่ได้หมายถึงแค่การจับกุมอาชญากรหรือปล่อยให้เขาทำลายข้อมูล แต่มันคือการนิยามตัวตนของผมเองว่า แท้จริงแล้วผมเป็นใครกันแน่—นายทหารผู้ซื่อสัตย์ที่ไร้หัวใจ หรือมนุษย์ผู้ตื่นรู้ที่ยอมแลกทุกอย่างเพื่อความถูกต้อง
ผมหลับตาลงชั่วเสี้ยววินาที เพื่อกลืนก้อนความขมขื่นลงคอ ก่อนจะตัดสินใจลดปากกระบอกปืนลงต่ำช้าๆ เสียงกลไกการปลดล็อกเซฟตี้ดังคลิเบาๆ ท่ามกลางความเงียบ
อีไลจาห์ชะงักไปเล็กน้อย ร่องรอยความประหลาดใจฉายชัดขึ้นในแววตาสีเทาเข้มคู่นั้นเป็นครั้งแรก
"คุณมันคนบ้า อีไลจาห์..." ผมพึมพำเสียงลอดไรฟัน ยอมรับความพ่ายแพ้ต่อสามัญสำนึกและเสียงเรียกร้องในก้นบึ้งของหัวใจตัวเอง "แต่ให้ตายเถอะ... ผมก็เกลียดพวกมันไม่ต่างจากคุณเหมือนกัน"
รอยยิ้มมุมปากของอีไลจาห์เปลี่ยนไป มันไม่ใช่รอยยิ้มเยาะหยันอีกต่อไป แต่เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเคารพอย่างลึกซึ้ง ซึ่งหาได้ยากยิ่งในห้วงอวกาศอันเย็นชาแห่งนี้ วิศวกรหนุ่มหันกลับไปที่คอนโซล เตรียมจะกดปุ่มถ่ายโอนข้อมูลชุดสุดท้ายไปยังเครือข่ายภายนอกสถานี
ทว่า ก่อนที่ปลายนิ้วของอีไลจาห์จะสัมผัสลงบนแป้นพิมพ์ โฮโลแกรมสีแดงฉานก็สว่างวาบขึ้นกลางห้อง พร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัยระดับฉุกเฉินสูงสุดที่ดังกรีดแหลมจนแก้วหูแทบแตก
หน้าจอหลักตัดภาพไปเป็นระบบรักษาความปลอดภัยภายนอกอย่างไร้รอยต่อ และภาพที่ปรากฏขึ้นบนจอก็ทำให้เลือดในกายของผมเย็นเฉียบลงทันที
แคაფซูลหลบภัยฉุกเฉินหมายเลข 04 ซึ่งควรจะจอดเทียบท่าอยู่ในช่องบริการซ่อมบำรุง ถูกบังคับให้ดีดตัวออกจากสถานีด้วยระบบควบคุมระยะไกล—และบนหน้าจอแสดงสถานะการเชื่อมต่อระบุชัดเจนว่า รหัสผ่านที่ใช้ในการอนุมัติการปล่อยยาน ไม่ใช่รหัสของใครอื่น... แต่เป็นรหัสส่วนตัวระดับผู้บัญชาการสถานีที่สูญหายไปเมื่อสามวันก่อน
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าความมืดมิดในห้วงอวกาศนี้ไปด้วยกันนะครับ — เนบิวลาสตาร์
วิศวกรดาวดับกับผู้คุมกฎแห่งสุญญากาศ•ตอนที่ 6
ทางเลือกที่ไม่มีคำว่าถูก
ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรดาวดับกับผู้คุมกฎแห่งสุญญากาศ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!