เสียงประทุของสนามแม่เหล็กแรงดันสูงดังลอดผ่านแผงวงจรควบคุมหลัก สั่นสะเทือนสะเก็ดความเย็นเยียบให้ร่วงหล่นลงสู่พื้นโลหะสีด้าน อีไลจาห์ วอล์คเกอร์ ไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากหน้าจอโฮโลแกรมสามมิติที่ฉายภาพโครงสร้างคานรับน้ำหนักของสถานีเซกเตอร์ 7 เขายังคงปล่อยให้ปลายนิ้วที่สวมถุงมือไนลอนเสริมคาร์บอนไฟเบอร์ลากผ่านเส้นกราฟความล้าของโลหะผสมไทเทเนียมอย่างแม่นยำ ราวกับกำลังบรรเลงบทเพลงซิมโฟนีบนซากปรักหักพัง
"ถ้าคุณยังตอกสลักเกลียวตัวนั้นด้วยแรงบิดระดับสิบสองนิวตันเมตรเหมือนเมื่อกี้ ผมเกรงว่าเราคงจะได้ใช้ชีวิตร่วมกันในฐานะดาวเทียมขยะรอบดาวเคราะห์น้อยเร็วกว่ากำหนด"
เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักแน่นที่หยุดลงห่างจากไหล่ของเขาไม่ถึงฟุต ผู้กองคาเล็บ รีด ยืนกอดอกอยู่ในชุดเครื่องแบบสนามสีดำสนิท ไหล่กว้างของนายทหารผู้คุมกฎตั้งตรงราวกับเสาเข็ม ดวงตาสีเทาเข้มหJุดมองหน้าจอโฮโลแกรมที่สะท้อนร่องรอยการซ่อมแซมเร่งด่วน ซึ่งเต็มไปด้วยรอยเชื่อมที่ยังไม่เย็นสนิทดี
อีไลจาห์ถอนหายใจยาว ชำเลืองมองผู้ชายที่เปรียบเสมือนเงาตามติดในทุกตารางนิ้วของพื้นที่อับอากาศนี้ เขากดปิดหน้าต่างข้อมูลชั่วคราวก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้า
"แรงบิดระดับสิบสองคือค่ามาตรฐานความปลอดภัยตามคู่มือวิศวกรรมสากลครับ ผู้กองรีด... แต่ดูเหมือนว่าสมองส่วนควบคุมระเบียบของคุณจะลืมไปว่า เหล็กกล้าเกรด A ในสุญญากาศนี้ มันสูญเสียความยืดหยุ่นไปสิบหเปอร์เซ็นต์ตั้งแต่เกิดเหตุระเบิดเมื่อสามวันก่อนแล้ว ถ้าผมไม่อัดมันด้วยแรงเผื่อสำรอง โครงสร้างนี้ก็จะพับลงมาทับห้องทำงานของคุณเป็นคนแรก"
คาเล็บไม่สะทกสะท้าน มุมปากหยักลึกยกขึ้นเล็กน้อยในแบบที่อีไลจาห์อธิบายไม่ถูกว่าเป็นรอยยิ้มเยาะหรือความเหนื่อยล้า นัยน์ตาคู่นั้นกวาดมองไปรอบห้องเครื่องยนต์หลักที่เงียบงัด มีเพียงเสียงหึ่งต่ำๆ ของเครื่องกำเนิดพลังงานฟิวชั่นที่คอยย้ำเตือนถึงความเป็นความตายที่คั่นอยู่แค่เส้นผม
"ผมไม่ได้ถูกจ้างมาให้ฟังคุณบรรยายเรื่องฟิสิกส์วัสดุศาสตร์ วอล์คเกอร์" คาเล็บก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นอายของโอโซนและโลหะเย็นๆ จากตัวนายทหารลอยปะปนกับกลิ่นกาแฟดำจางๆ ที่อีกฝ่ายพกติดตัวเสมอ "หน้าที่ของผมคือการมั่นใจว่า คุณจะไม่แอบซ่อนรหัสผ่านเข้าถึงระบบระบายอากาศหลักเหมือนตอนที่อยู่ที่ดาวอังคาร"
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกดูดออกไปจนแทบหายใจไม่ออก สายตาของทั้งคู่ประสานกันนิ่งนาน ท่ามกลางความต่างขั้วที่ชัดเจนราวกับขั้วแม่เหล็กไฟฟ้า—คนหนึ่งคือวิศวกรผู้พร้อมจะแหกทุกกฎเพื่อความอยู่รอด อีกคนคือผู้คุมกฎผู้พร้อมจะตายคาหน้าที่เพื่อรักษาความถูกต้อง
อีไลจาห์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาสีฟ้าจัดหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความระ2แวง "ถ้าผมอยากจะฆ่าทุกคนบนสถานีนี้จริง ๆ ผู้กอง... ผมคงไม่ต้องรอให้ถึงวันนี้หรอกครับ แค่ปล่อยให้วาล์วระบายความร้อนตัวนั้นรั่วอีกสิบนาที คุณก็คงได้ไปนั่งคุยกับบรรพบุรุษบนสวรรค์โดยไม่ต้องมาคอยยืนจู้จี้ผมแบบนี้แล้ว"
"นั่นคือเหตุผลที่ผมต้องยืนอยู่ตรงนี้ไง" คาเล็บตอบกลับทันควัน น้ำเสียงเรียบสนิทแต่แฝงแรงกดดันอันตราย "เพราะผมรู้ดีว่าคนอย่างคุณเก่งกาจแค่ไหน และก็อันตรายเพียงใดเมื่อความอัจฉริยะของคุณมันไร้ซึ่งสายจูง"
ไม่มีฝ่ายใดหลบสายตา ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงสะท้อนของปั๊มไฮดรอลิกไกลๆ ที่ดังเป็นจังหวะ หัวใจของอีไลจาห์เต้นเร็วขึ้นเล็กน้อย—ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความรู้สึกแปลกประหลาดที่พุ่งพล่านขึ้นมาในอก ความใกล้ชิดในระยะประชิดท่ามกลางความเวิ้งว้างอันหนתวเหน็บนี้ ทำให้เส้น 1แบ่งระหว่างความเป็นศัตรูและแรงดึงดูดทางจิตวิญญาณพร่าเลือนลงอย่างน่ากลัว
อีไลจาห์เบนสายตากลับไปยังแผงวงจรเพื่อทำลายความตึงเครียด เขายื่นประแจเลื่อนโลหะให้คาเล็บอย่างไร้พิธีรีตอง
"ถ้าคิดว่าผมทำงานช้าและอันตรายนัก ก็เชิญหยิบเครื่องมือแล้วมาขันน็อตตัวที่สามทางด้านซ้ายมือด้วยตัวเองเลยสิครับ ผู้กอง... พิสูจน์ให้ผมเห็นหน่อยว่าทหารราบอย่างพวกคุณทำอะไรได้มากกว่าการยืนกอดอกชี้นิ้วสั่งคนอื่นไปวันๆ"
คาเล็บนิ่งอึ้งไปชั่ววินาที ก่อนจะยอมถอดถุงมือหนังออกเผยให้เห็นมือเปล่าที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากการฝึกฝน เขาคว้าประแจมาจากมือของวิศวกรหนุ่มโดยไม่ลังเล แรงสัมผัสจากปลายนิ้วที่ปะทะกันเพียงเสี้ยววินาทีทำให้อีไลจาห์รู้สึกราวกับมีกระแสไฟฟ้าแรงดันต่ำวิ่งพล่านผ่านไขสันหลัง
ทั้งสองคนเริ่มลงมือทำงานร่วมกันอย่างเงียบเชือก ท่ามกลางสายตาที่ไม่ไว้ใจและบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบหยิบจับได้ คาเล็บทำหน้าที่ประคองโครงสร้างเหล็กหนักอึ้ง ขณะที่อีไลจาห์ใช้สมาธิขั้นสูงสุดในการเชื่อมประสานวงจรไมโครชิป ปฏิสัมพันธ์อันเงียบงันแต่สอดประสานกันอย่างน่าประหลาดเริ่มก่อตัวขึ้น ท่ามกลางแรงโน้มถ่วงจำลองที่สั่นไหวเบาๆ ตามจังหวะการหายใจของทั้งคู่
ผ่านไปเกือบชั่วโมง งานซ่อมแซมส่วนแรกก็เสร็จสิ้นลง อีไลจาห์หยิบผ้าขนหนูผืนเล็กขึ้นมาซับเหงื่อบนหน้าผาก ขณะที่คาเล็บกำลังจะเก็บเครื่องมือเข้ากล่อง สายตาของนายทหารหนุ่มก็บังเอิญเหลือบไปเห็นบางสิ่งเข้าที่ซอกหลืบด้านหลังของแผงควบคุมระบบสื่อสารสำรอง ซึ่งเป็นจุดที่ควรจะว่างเปล่าตามผังโครงสร้างเดิม
นิ้วมือที่แข็งกระด้างของคาเล็บเอื้อมไปหยิบวัตถุชิ้นนั้นออกมา มันคือไดรฟ์ข้อมูลขนาดจิ๋วสีดำสนิท ไร้รหัสประจำตัว แต่มีสัญลักษณ์รูปเฟืองไขว้กับรอยร้าว ซึ่งเป็นตราสัญลักษณ์ของกลุ่มกบฏวิศวกรวงนอกที่ถูกกวาดล้างไปเมื่อห้าปีก่อน
คาเล็บชูมันขึ้นช้าๆ สายตาคมกริบหันกลับมามองหน้าอีไลจาห์ที่กำลังหน้าถอดสี "วอล์คเกอร์... คุณช่วยอธิบายหน่อยได้ไหมครับว่า ทำไมข้อมูลลับขององค์กรใต้ดิน ถึงมาซ่อนอยู่ในแผงควบคุมที่ 'มีแค่คุณ' เป็นคนลงมือติดตั้งเมื่อสองชั่วโมงที่แล้ว?"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าความมืดมิดในห้วงอวกาศนี้ไปด้วยกันนะครับ — เนบิวลาสตาร์
วิศวกรดาวดับกับผู้คุมกฎแห่งสุญญากาศ•ตอนที่ 7
บรรยากาศที่เปลี่ยนไป
ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรดาวดับกับผู้คุมกฎแห่งสุญญากาศ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!