"คุณจะดื้อไปถึงไหนคะ รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความหงุดหงิดระคนอ่อนใจดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องพักประจำพิพิธภัณฑ์ แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องกระทบโครงหน้าคมคายของพาย ที่ตอนนี้กำลังยืนขวางประตูทางออกไว้ด้วยร่างเพรียวระหงในชุดสูทสีเข้มยับยู่ยี่จากการคลี่คลายคดีมืดเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน หล่อนปัดปอยผมที่ชื้นเหงื่อออกจากกรอบหน้าอย่างลวกๆ ดวงตาสีเข้มคู่นั้นจ้องมองผู้หญิงอีกคนที่ยังคงยืนกอดอกแน่นอยู่หลังโต๊ะทำงาน
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ภัณฑารักษ์สาวผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเยือกเย็นและระเบียบวินัยขั้นสุด ตอนนี้กลับมีรอยร้าวปรากฏบนความนิ่งเรียบนั้นอย่างชัดเจน ไหล่บางไหวริกด้วยแรงอารมณ์ที่ถูกกดทับไว้ใต้สูทเשียบกริบมาตลอดทั้งวัน
"ฉันไม่ได้ดื้อ พาย และนี่ก็ดึกมากแล้ว คุณควรกลับห้องของคุณไปเสียที" รินรดาตอบเสียงแข็ง พยายามบังคับน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทว่ามือเรียวที่จิกเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวกลับทรยศความตั้งใจนั้นสิ้นเชิง
พายแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มมุมปากที่มักใช้กวนประสาทปรากฏขึ้นชั่วแวบก่อนจะเลือนหายไป ถูกแทนที่ด้วยแววตาจริงจังที่สั่นไหวเล็กน้อย หล่อนก้าวเท้าเข้ามาประชิดทีละก้าวอย่างไม่เกรงกลัวรัศมีเย็นชาที่อีกฝ่ายพยายามแผ่ออกมา
"กลับห้องงั้นเหรอคะ? ทั้งๆ ที่รู้ว่าคุณกำลังแบกโลกทั้งใบไว้คนเดียวเนี่ยนะ คาร์ลอสเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว หลักฐานในภาพวาดนั่นเกือบจะฆ่าคุณทางอ้อมอยู่แล้ว ริน... ทำไมคุณถึงดื้อด้านชอบแบกทุกอย่างไว้คนเดียวตลอดเลยฮึ"
"เพราะมันไม่ใช่เรื่องของคุณ!" รินรดวาดเสียงใส่โดยไม่รู้ตัว ความอดทนที่สะสมมาตลอดสามสัปดาห์ขาดผึงลงราวกับเส้นด้ายที่ถูกดึงจนสุดแรง หล่อนก้าวพรวดเข้ามาประชิดตัวนักสืบสาวจนแทบจะชนกัน แววตาสั่นระริกด้วยหยาดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ "คุณเป็นแค่... เป็นแค่คนที่เข้ามาวุ่นวายในชีวิตฉัน เป็นแค่คนปากเสียที่คอยกวนประสาทฉันทุกวัน ทำไมคุณต้องมาทำเป็นห่วง ทำไมต้องเข้ามาทำลายความสงบในโลกของฉันด้วย!"
พายชะงักไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะคำต่อว่าที่รุนแรง แต่เป็นเพราะหยาดน้ำตาที่เอ่อคลอขึ้นในดวงตานفคู่สวยของภัณฑารักษ์สาวคนเก่ง ผู้หญิงที่ต่อให้เผชิญหน้ากับมาเฟียค้างานศิลปะระดับโลกก็ไม่เคยแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น แต่วันนี้... เธอกลับกำลังร้องไห้อยู่ตรงหน้าหล่อน
บรรยากาศในห้องพักกว้างขวางพลันแคบลงถนัดตา กลิ่นอายกอธิคโรมานซ์จากเฟอร์นิเจอร์ไม้โบราณและกลิ่นน้ำหอมจางๆ ประจำตัวของทั้งคู่ผสมผสานกันในอากาศที่เริ่มร้อนรุ่ม หัวใจของสองสาวเต้นรัวเร็วจนแทบจะทะลุกรอบอก ไร้ซึ่งคำพูดใดๆ มีเพียงเสียงลมหายใจที่กระชั้นชิดขึ้นเรื่อยๆ เป็นเครื่องยืนยันว่ากำแพงที่ทั้งคู่สร้างขึ้นได้พังทลายลงแล้ว
พายขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนรảoรดาต้องเงยหน้าขึ้นมอง ปลายจมูกของทั้งคู่แทบจะชนกัน สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างกายของกันและกันในคืนที่เหน็บหนาว
"เพราะฉันรักคุณไงคะ..."
เสียงกระซิบแผ่วเบาแต่ชัดเจนดังลอดริมฝีปากของนักสืบสาว ท่ามกลางความเงียบงัน รินรดาเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบราวกับถูกกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วิ่งพล่านไปทั่วร่าง คำสารภาพที่ซ่อนเร้นไว้ใต้ท่าทียียวนกวนประสาทมาตลอดถูกเปิดเผยออกมาอย่างไร้การป้องกัน
รินรดาอ้าปากค้าง สมองขาวโพลน คำพูดโต้แย้งที่เตรียมไว้มลายหายสิ้น "คุณ... พาย คุณพูดบ้าอะไร..."
"ฉันไม่ได้บ้าค่ะ ริน" พายเอื้อมมือออกไปอย่างช้าๆ ปลายนิ้วอุ่นแตะลงบนแก้มเนียนนุ่มที่เปื้อนคราบน้ำตาอย่างแผ่วเบาราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะแตกสลาย รินรดาสะดุ้งเล็กน้อยแต่ไม่ได้ถอยหนี ดวงตาสคมกริบของนักสืบสาวมองลึกลงไปในดวงตาคู่สวยที่สั่นระริก "ฉันเหนื่อยที่จะต้องวิ่งไล่ตามเกมของคุณ เหนื่อยที่จะต้องแกล้งทำเป็นกัดกันทั้งที่ใจจริงอยากจะดึงคุณมาไว้ในอ้อมแขนตั้งแต่ครั้งแรกที่สบตา..."
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นโครมครามจนเจ็บหน้าอก ความรู้สึกอัดอั้นทั้งมวลเปลี่ยนเป็นความโหยหาที่พุ่งพล่าน ร่างกายที่เคยแข็งขืนค่อยๆ อ่อนยวบลงภายใต้สัมผัสอ่อนโยนที่หาได้ยากยิ่งจากคนตรงหน้า
"คุณมัน... คนฉวยโอกาส..." รินรดากระซิบเสียงสั่น เปลือกตาปิดลงช้าๆ เมื่อปลายนิ้วเรียวของพายเกลี่ยหยาดน้ำตาที่ข้างแก้มออกให้อย่างทะนุถนอม
"ถ้ารู้ตัวช้ากว่านี้ ฉันคงฉวยโอกาสมากกว่าแค่คำพูดแน่ค่ะ" พายยิ้มบางๆ แววตาทอประกายความคลั่งรักอย่างปิดไม่มิด
และในวินาทีนั้นเอง ก่อนที่รินรดาจะทันได้โต้เถียงอะไรกลับไป พายก็โน้มใบหน้าลงมาปิดกั้นคำพูดทั้งหมดด้วยเรียวปากอุ่นร้อน
สัมผัสแรกแผ่วเบาและลังเล ราวกับจะทดสอบว่านี่คือความจริงหรือความฝัน ทว่าเมื่อรินรดาไม่ผลักไส ซ้ำยังเผลอเผยริมฝีปากออกด้วยความตกใจ ความยับยั้งชั่งใจทั้งหมดก็พังทลายลงในพริบตา พายรวบเอวบางเข้าหาตัวแนบแน่น มืออีกข้างประคองท้ายทอยของภัณฑารักษ์สาวให้แหงนรับสัมผัสที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
จูบที่เริ่มต้นด้วยความโหยหาแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนและลึกซึ้ง รินรดาส่งเสียงครางแผ่วในลำคอ มือเรียว2ข้างขยุ้มปกเสื้อสูทของอีกฝ่ายแน่นเพื่อยึดเหนี่ยวร่างกายที่อ่อนระทวย รสชาติของความรัก ความกลัว และความปรารถนาหลอมรวมกันในจูบที่ไม่มีใครยอมใคร ไร้ซึ่งช่องว่างระหว่างกันและกัน เนิ่นนานท่ามกลางความเงียบสงบของราตรีกาล
ทุกความตึงเครียด ทุกปริศนาร้าย และทุกความหวาดระแวงถูกละลายหายไปในสัมผัสอันดูดดื่มนี้ เป็นค่ำคืนที่ทั้งสองยอมจำนนต่อหัวใจของตัวเองอย่างสมบูรณ์แบบ
ทว่า... ในจังหวะที่ลมหายใจกำลังจะขาดห่วง และริมฝีปากเพิ่งจะผละออกจากกันเพียงเล็กน้อยเพื่อตักตวงอากาศ ท่ามกลางความมืดสลัวของห้องโถงพิพิธภัณฑ์ด้านนอก...
*แอ๊ด...*
เสียงบานประตูไม้โบราณถูกผลักเปิดออกช้าๆ พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ก้าวเข้ามาอย่างไม่เกรงใจใคร ตามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบที่เอ่ยทักทายขึ้นกลางความมืด
"ดูเหมือนว่าฉันจะมาขัดจังหวะเวลาสวีทหวาน... ของพวกคุณสินะคะ ภัณฑารักษ์คนสวย"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นไปกับช่วงเวลาอันเปราะบางและท้าทายนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ภัณฑารักษ์หน้านิ่งกับยัยตัวแสบผู้ไขปริศนาภาพวาด•ตอนที่ 19
จูบที่ไม่มีใครต้านทาน
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์หน้านิ่งกับยัยตัวแสบผู้ไขปริศนาภาพวาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!