"คุณกำลังทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนไร้เหตุผลที่สุดในปารีส... หรือบางที อาจจะในรอบทศวรรษนี้เลยด้วยซ้ำ พาย"
รินรดากระแทกแก้วกาแฟพอร์ซเลนสีขาวลงบนเคาน์เตอร์หินอ่อน ส่งเสียงกระทบดัง *กริ๊ก* คมชัดท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงานส่วนตัวในพิพิธภัณฑ์ หล่อนไม่ได้สบตาอีกฝ่าย แต่สายตากลับจดจ้องอยู่กับรอยยับเล็กๆ บนปกเสื้อสูทสีเทาชาร์โคลของตัวเอง—รอยยับที่เกิดจากอ้อมกอดแน่นหนาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนในห้องพักของพาย
บรรยากาศรอบตัวยังคงอบอวลด้วยกลิ่นอายของกาแฟคั่วเข้มผสมผสานกับกลิ่นโคโลญจน์จางๆ ที่คุ้นเคย ความเงียบไม่ได้แปลว่าความว่างเปล่า แต่มันคือแรงกดดันมหาศาลที่เกิดจากความจริงซึ่งพยายามซุกซ่อนมาตลอดสามสิบตอน
"โอ้ ระดับคุณรินรดา ภัณฑารักษ์ผู้เย็นชาและไร้ที่ติเนี่ยนะ จะยอมรับว่าตัวเองไร้เหตุผล?"
เสียงทุ้มติดจะกวนประสาทดังขึ้นจากมุมห้อง พายทิ้งตัวพิงขอบชั้นวางหนังสือโบราณ แขนเรียวไขว้กอดอก ดวงตาคู่คมพราวระยับด้วยประกายความขี้เล่นที่จงใจยั่วเย้า แม้ริมฝีปากบางเฉียบจะยกยิ้ม แต่หัวใจของนักสืบสาวกลับเต้นระรัวจนแทบทะลุออกมานอกอก—เพราะหล่อนรู้ดีว่าภายใต้ท่าทีตีฝีปากนี้ ทั้งคู่ต่างกำลังยืนอยู่บนเส้นแบ่งที่เปราะบางที่สุด
คืนที่ผ่านมา... มันไม่ใช่แค่เรื่องของภาพวาดลึกลับของคาร์ลอส หรือหลักฐานชิ้นสำคัญที่เชื่อมโยงคดีฆาตกรรมอำพราง แต่มันคือการทลายกำแพงน้ำแข็งที่รินรดาสร้างขึ้นมาปกป้องตัวเองนับแรมปี และพายก็เป็นเพียงคนเดียวที่กล้าพอจะทุบมันจนแหลละเอียด
"อย่ามาทำเป็นพูดดีนะ พาย" รินรดาหันขวับมาเผชิญหน้า ดวงตาสีเข้มฉายแวววาวโรจน์ด้วยความหงุดหงิดระคนเขินอาย หล่อนเกลียดการสูญเสียการควบคุม และเกลียดที่สุดคือการที่ผู้หญิงตรงหน้าอ่านใจหล่อนได้ทะลุปรุโปร่ง "คุณรู้ดีว่าเรากำลังเล่นกับไฟ คาร์ลอสยังลอยนวล หลักฐานในแฟ้มนั้นยังไม่เพียงพอจะมัดตัวเขา และสถานะของเรา..."
"สถานะ?" พายทวนคำ เสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอหลุดออกมาอย่างนึกขัน ก่อนที่ร่างโปร่งจะผละออกจากชั้นหนังสือ ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวรินรดาอย่างรวดเร็ว ชนิดที่อีกฝ่ายถอยหนีไม่ทัน "คุณรินรดากลัวอะไรคะ? กลัวว่าคนอื่นจะรู้ว่าภัณฑารักษ์ผู้เคร่งขรึมคนนี้ แอบร้องไห้ซบไหล่นักสืบตกอับอย่างฉันเมื่อคืนนี้เหรอ?"
"ฉันไม่ได้ร้องไห้!" รินรดาโต้กลับทันควัน ใบหน้าสวยเฉียบขึ้นสีแดงจัดอย่างปิดไม่มิด หล่อนยกมือขึ้นหมายจะผลักอกอีกฝ่ายให้ออกห่าง แต่พายกลับไวishกว่า คว้าข้อมือเรียวไว้ได้ทัน พร้อมกับรวบเอวบางเข้าหาตัวอย่างแนบชิด
ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนแทบเป็นศูนย์ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนรินรดาต้องกักเก็บเสียงสะท้อนในลำคอ ดวงตากลมโตสบประสานกับนัยน์ตาพราวเสน่ห์ที่เวลานี้ไร้ซึ่งรอยล้อเล่น มีเพียงความจริงจังและคลื่นอารมณ์ระลอกใหญ่ที่ซัดสาดอยู่ภายใน
"ปากแข็งจังนะคะ" พายกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงเปลี่ยนจากทีเล่นทีจริงเป็นความนุ่มนวลลึกล้ำที่ทำเอารินรดาขนลุกซู่ "ทั้งที่เมื่อคืน... คุณบอกฉันว่าไม่อยากให้ฉันไปไหนเลยแท้ๆ"
คำพูดนั้นทำให้รินรดาชะงัก เลือดในกายสูบฉีดจนร้อนผ่าว ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนย้อนกลับมาในหัวเป็นฉากๆ—ความเปราะบางที่หล่อนไม่เคยแสดงให้ใครเห็น น้ำตาหยดแรกที่ร่วง 3 บนลาดไหล่ของพาย และคำสารภาพโง่ๆ ที่หลุดออกจากปากในยามที่สติสัมปชัญญะพ่ายแพ้ต่อความอ่อนล้า
หล่อนเกลียดตัวเองที่ซื่อ直เกินไปในคืนนั้น แต่เกลียดมากกว่าที่ตอนนี้... หล่อนยังคงคิดเหมือนเดิมไม่ผิดเพี้ยน
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วท่ามกลางความใกล้ชิดที่อันตรายต่อหัวใจ หล่อนรู้ดีว่าการยอมรับความรู้สึกในตอนนี้หมายถึงการกระโจนลงสู่ห้วงเหวแห่งความเสี่ยง ทั้งคาร์ลอสที่ยังจ้องจะเล่นงาน และเส้นทางอาชีพที่ค้ำคออยู่ แต่หากจะต้องเก็บงำความรู้สึกนี้ไว้ใต้หน้ากากจอมปลอมต่อไป... หล่อนคงอึดอัดตายเสียก่อน
"ถ้าฉันบอกว่า..." รินรดาเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงที่พยายามบังคับให้ราบเรียบที่สุด แม้เสียงสั่นพร่าจะทรยศก็ตาม "ถ้าฉันบอกว่าฉันไม่ได้ล้อเล่นเรื่องเมื่อคืนล่ะ พาย?"
พายชะงัก รอยยิ้มมุมปากหายวับไป ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ—นี่ไม่ใช่สิ่งที่นักสืบสาวคาดหวังว่าจะได้ยินจากผู้หญิงที่ฟอร์มจัดที่สุดในปารีส
"คุณหมายความว่า..."
"ฉันหมายความว่า..." รินรดารวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี เงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายตรงๆ มือที่ถูกกุมไว้พลิกกลับมาเป็นฝ่ายกุมมือของพายแน่นขึ้น "ฉันเหนื่อยกับการต้องวิ่งไล่ตามปริศนา และเหนื่อยกับการต้องมานั่งระวังความรู้สึกตัวเองเวลาอยู่ใกล้คุณแล้ว พาย... เราข้ามเส้นนี้กันไปแล้วจริงไหม?"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ที่ประสานกันเป็นจังหวะเดียว พายมองใบหน้าของรินรดาด้วยความรู้สึกที่เอ่อล้นจนบรรยายไม่ถูก ความซึน ปากร้าย และท่าทีเชิดหยิ่งทั้งหมดหายวับไป เหลือเพียงผู้หญิงคนหนึ่งที่ยอมวางอาวุธทุกอย่างลงตรงหน้าหล่อน
มุมปากของพายค่อยๆ ยกยิ้มขึ้นอีกครั้ง—รอยยิ้มที่ไม่ได้กวนประสาทเหมือนทุกที แต่เป็นรอยยิ้มที่อบอุ่นและเปี่ยมไปด้วยความคลั่งรักจนแทบละลาย
"ในที่สุด คุณก็ยอมพูดคำนี้ออกมาสักทีนะคะ รินรดา" พายกระซิบเสียงพร่า ปลายนิ้วเรียวไล้เกลี่ยแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา ราวกับจะย้ำเตือนว่านี่ไม่ใช่ความฝัน "รู้ไหมว่าฉันรอฟังประโยคนี้มานานแค่ไหน ตั้งแต่วันแรกที่คุณทำหน้ายักษ์ใส่ฉันที่ห้องจัดแสดงนั่นแล้วล่ะ"
"ยัยบ้า..." รินรดาหลบสายตาเล็กน้อยด้วยความเขินอาย ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน รอยยิ้มที่หาดูได้ยากปรากฏบนใบหน้าสวยสง่า ทำเอาพายถึงกับเคลิ้มตามราวกับโดนสะกด
มือเรียวของพายเลื่อนขึ้นประคองกรอบหน้าของรินรดาอย่างทะนุถนอม โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้เรื่อยๆ จนริมฝีปากแทบจะสัมผัสกัน... บรรยากาศกำลังหวานล้ำและเปี่ยมด้วยความหมาย จนดูเหมือนว่าโลกทั้งใบหยุดหมุนเพื่อพวกหล่อนสองคน
ทว่า...
*ปัง!*
เสียงประตูห้องทำงานถูกผลกระแทกเปิดออกอย่างแรง จนบานไม้ชนผนังเสียงดังสนั่น รินรดาและพายผละออกจากกันแทบจะไม่ทันด้วยความตกใจ
"ขออภัยที่ขัดจังหวะช่วงเวลาหวานชื่นนะจ๊ะ สาวๆ"
น้ำเสียงเยียบเย็นและคุ้นเคยอย่างยิ่งดังขึ้นจากกรอบประตู รินรดาหน้าถอดสีทันทีเมื่อเห็นเงาร่างสูงโปรดของชายวัยกลางคนก้าวเข้ามา พร้อมกับรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่ประดับบนใบหน้าของ **คาร์ลอส**—นักสะสมผู้ทรงอิทธิพลที่พวกหล่อนกำลังตามล่าตัวอยู่ และในมือของเขากำลังถือแฟ้มเอกสารลับชิ้นสำคัญที่สุดของพิพิธภัณฑ์ไว้
"ดูเหมือนว่า... พวกเธอจะสนุกกับการไขปริศนามากเกินไปจนลืมดูรอบตัวนะ" คาร์ลอสหัวเราะในลำคอ สายตากวาดมองทั้งคู่ด้วยแววตาร้ายกาจ "และโชคไม่ดีเลย... ที่เกมนี้ มันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ ต่างหาก"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับพวกเผลอใจคู่นี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ภัณฑารักษ์หน้านิ่งกับยัยตัวแสบผู้ไขปริศนาภาพวาด•ตอนที่ 20
เส้นแบ่งที่ข้ามพ้น
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์หน้านิ่งกับยัยตัวแสบผู้ไขปริศนาภาพวาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!