ภัณฑารักษ์หน้านิ่งกับยัยตัวแสบผู้ไขปริศนาภาพวาด•ตอนที่ 18

ความเงียบที่ดังที่สุด

ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
กลิ่นไออุ่นของน้ำยาฆ่าเชื้อผสมกับกลิ่นจางๆ ของดอกไม้ป่าที่วางอยู่ในแจกันริมหน้าต่าง คือสิ่งแรกที่รินรดารู้สึกตัวหลังจากค่ำคืนอันยาวนานผ่านพ้นไป "ถ้าคุณยังทำหน้าบึ้งใส่ฉันแบบนั้น แผลที่เย็บไว้คงจะปริแตกเพราะความเครียดของคุณแน่ๆ ค่ะ ภัณฑารักษ์หน้าตาย" น้ำเสียงแหบพร่าแต่แฝงความขี้เล่นดังขึ้นจากเตียงผู้ป่วย รินรดาสะดุ้งเล็กน้อยจากการภวังค์ความคิด ก่อนจะปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบตึงเป็นระเบียบตามสัญชาตญาณของการเป็นภัณฑารักษ์ผู้ควบคุมทุกสถานการณ์ เธอยืนขึ้นจากเก้าอี้ข้างเตียง จัดเสื้อสูทสีเทาเข้มให้เข้าที่เรียบร้อย ปรายตามองหญิงสาวเจ้าของเรือนร่างระหงที่นอนพิงหมอนอยู่บนเตียง พายในยามที่ไร้ซึ่งเสื้อผ้ากันกระสุนหรือร่องรอยของการวิ่งหนีตายดูเปราะบางกว่ายามปกติ แต่ดวงตากลมโตคู่นั้นยังคงแพรวพราวและจ้องมองเธอราวกับกำลังสนุกสนานกับการได้เห็นคนฟอร์มจัดกำลังดิ้นรน "ฉันไม่ได้เครียด ฉันแค่กำลังคำนวณว่าค่ารักษาพยาบาลของคุณในฐานะพยานปากเอกและ... คนที่ชอบหาเรื่องใส่ตัว จะทำให้งบประมาณในส่วนของฉันเสียหายไปเท่าไหร่" รินรดาตอบเสียงเรียบ พยายามรักษาช่องว่างระหว่างเธอกับคนเจ็บให้มากที่สุด แม้ว่าเมื่อคืนนี้ มือคู่นี้เพิ่งจะกุมแผลกดทับที่ข้างลำตัวของพายเพื่อห้ามเลือดด้วยความตื่นตระหนกจนลืมมาดผู้ดีไปเสียสนิท พายหัวเราะเบาๆ ในลำคอ แต่ก็ต้องนิหน้าด้วยความเจ็บแปล๊บที่แผล เธอขยับตัวเล็กน้อยเพื่อเปลี่ยนท่านั่ง รินรดารีบก้าวเข้าไปโดยสัญชาตญาณ มือเรียวภายใต้ถุงมือผ้าสำลีเอื้อมไปช่วยปรับระดับพนักพิงให้อย่างเบามือ ความใกล้ชิดฉับพลันทำให้กลิ่นกายเฉพาะตัวของรินรดา—กลิ่นหอมสะอาดของกระดาษเก่าและชาขาว—ลอยวนอยู่รอบตัวพาย ดวงตาสองคู่ประสานกันในระยะประชิด ความเงียบงันเข้ามาแทนที่บทสนทนา แต่เป็นความเงียบที่ "ดังที่สุด" เท่าที่ทั้งคู่เคยสัมผัส มันไม่ใช่ความเงียบที่น่าอึดอัด หากแต่เป็นพื้นที่อัดแน่นด้วยแรงดึงดูดประหลาดที่ไม่อาจปฏิเสธได้ "ปากแข็งจังนะคะ" พายกระซิบเสียงแผ่ว ดวงตาพราวระยับมองลึกลงไปในดวงตานิ่งสนิทของรินรดา "เมื่อคืนตอนที่คุณร้องไห้โฮแล้วบอกให้ฉันอย่าตาย... เสียงดังกว่าตอนที่กำลังคุยเรื่องงบประมาณพิพิธภัณฑ์ตั้งเยอะ" เลือดในกายของรินรดาร้อนผ่าวขึ้นมาวูบหนึ่ง เธอรีบชักมือกลับราวกับโดนของร้อน ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างควบคุมไม่ได้ แม้จะพยายามพ่นคำแก้ตัวออกมาอย่างรวดเร็ว "ฉันไม่ได้ร้องไห้ ฉันแค่... ฝุ่นเข้าตา และฉันไม่อยากให้คดีนี้สะดุดเพราะพยานปากสำคัญอย่างคุณตายคาที่ต่างหาก" "ค่ะ ฝุ่นในห้องไอซียูคงจะเยอะมากสินะคะ" พายลากเสียงยาวอย่างหยอกล้อ มุมปากยกยิ้มร้ายกาจ "ยอมรับเถอะค่ะรินว่าคุณเป็นห่วงฉัน ใจคุณเต้นแรงจนฉันได้ยินมันตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ตอนที่คุณกอดฉันไว้แน่นเพื่อถ่ายเทความอบอุ่นน่ะ" รินรดากัดริมฝีปากแน่น เธอก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อสร้างระยะห่าง แต่สายตาคมกริบของพายกลับตรึงเธอไว้กับที่ ความรู้สึกบางอย่างที่ถูกกดทับไว้ใต้ความเยือกเย็นมาตลอดกำลังพังทลายลงทีละน้อย ความสัมพันธ์ที่เคยมีเส้นแบ่งระหว่าง "ภัณฑารักษ์จอมระเบียบ" กับ "นักสืบจอมกวน" บัดนี้ถูกหลอมรวมเข้าด้วยกันด้วยรอยแผลเป็นและความไว้วางใจที่เดิมพันด้วยชีวิต "คุณนี่มัน..." รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามหาคำมาต่อกรกับคนปากดี แต่พายกลับส่งสายตาที่เปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งจริงจังจนเธอต้องชะงัก "ขอบคุณนะคะ... ที่ดูแลฉัน" เสียงของพายอ่อนลง ไร้ซึ่งความกวนประสาท มีเพียงความจริงใจที่สะท้อนอยู่ในแววตา "ทั้งๆ ที่คุณเลือกที่จะเดินหนีปัญหาและปล่อยให้ฉันเผชิญหน้ากับคนของคาร์ลอสคนเดียวก็ได้ แต่คุณก็เลือกที่จะวิ่งเข้ามา" รินรดานิ่งงัน หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอเริ่มรัวเร็วจนน่ารำคาญ เธอยกมือขึ้นกอดอกเพื่อพยายามเรียกความมั่นคงกลับคืนมา "ฉันไม่ได้ทำเพื่อคุณ ฉันทำเพื่อภาพวาดชิ้นนั้นต่างหาก ความลับของคาร์ลอสยังอยู่ในหัวของคุณ ถ้าคุณตาย ฉันก็ไม่ได้คำตอบ" พายยิ้มรับคำแก้ตัวนั้นอย่างรู้ทัน เธอรู้ดีว่าใต้ความแข็งกระด้างและคำพูดเชือดเฉือน รินรดามีหัวใจที่อ่อนโยนและเปราะบางแค่ไหน "ค่ะ ตามใจคุณเลยภัณฑารักษ์" พายขยับตัวเข้าหาอีกนิดแม้จะเจ็บแผล "งั้นในเมื่อฉันยังไม่ตาย และคุณก็ยังต้องดูแลฉันในฐานะพยาน... เรามาเริ่มบทเรียนการดูแลพยาบาลส่วนตัวบทต่อไปกันดีกว่าไหมคะ?" รินรดากลอกตาขึ้นฟ้าด้วยความเหนื่อยหน่ายระคนเอ็นดู "บทเรียนอะไรอีก ฉันไม่ใช่พยาบาลของคุณนะพาย" "แต่คุณต้องป้อนข้าวฉันค่ะ" พายชี้ไปที่ถาดอาหารโรงพยาบาลบนโต๊ะข้างเตียงด้วยใบหน้าออดอ้อนที่ดูเจ้าเล่ห์ไม่เบา "มือข้างขวาฉันขยับไม่ได้เพราะสายน้ำเกลือ ส่วนมือข้างซ้าย... อืม เจ็บแผลค่ะ ขยับไม่ได้เหมือนกัน" "คุณโกหกหน้าตายมากพาย เมื่อกี้คุณเพิ่งจะใช้มือซ้ายเกยผมตัวเองอยู่หยกๆ" "อ้าวเหรอคะ สงสัยภาพหลอนจากพิษบาดแผลแน่เลย งั้น... สงสัยฉันคงต้องรบกวนให้คุณป้อนจริงๆ แล้วล่ะค่ะ ไม่อย่างนั้นฉันอาจจะหมดแรงตายคาเตียงนี้จริงๆ ก็ได้นะ" พายทำหน้าตาน่าสงสารแบบจอมปลอมสุดฤทธิ์ รินรดายืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง มองหน้าคนเจ็บที่ลอยหน้าลอยตาท้าทาย เธอพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะตัดสินใจเดินไปหยิบชามโจ๊กบนโต๊ะด้วยท่าทางจำยอม เธอก้าวกลับมาที่ข้างเตียง ตักโจ๊กคำเล็กขึ้นมาเป่าเบาๆ แล้วยื่นไปตรงหน้าพายด้วยใบหน้าบึ้งตึง "อ้าปากค่ะ" รินรดาเอ่ยเสียงห้วน พายยิ้มกว้าง รับโจ๊กคำนั้นเข้าปากด้วยความเต็มใจ ดวงตาคู่สวยมองสำรวจใบหน้าของรินรดาที่ไม่ยอมละสายตาไปไหน บรรยากาศรอบตัวอบอวลไปด้วยความหวานล้ำที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นท่ามกลางความเงียบของห้องพักผู้ป่วย ความตึงเครียดจากคดีปริศนาราวกับถูกลืมเลือนไปชั่วขณะ เหลือเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งสองที่ดังประสานกันในความเงียบงัน ทว่า... ช่วงเวลาแห่งความสงบสุขนั้นช่างแสนสั้น *ปัง!* เสียงประตูห้องพักผู้ป่วยถูกผลักเปิดออกอย่างแรงจนกระแทกผนังเสียงดังสนั่น รินรดาสะดุ้งสุดตัวจนช้อนในมือเกือบหล่นลงพื้น พายหุบยิ้มทันที แววตาขี้เล่นเปลี่ยนเป็นความคมกริบทันควัน ทั้งสองหันไปมองยังผู้มาใหม่พร้อมกันด้วยความตกใจ ชายร่างสูงในชุดสูทสั่งตัดพิเศษยืนสงบนิ่งอยู่ตรงกรอบประตู ใบหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึก แต่ดวงตาคู่นั้นกลับเต็มไปด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นที่ทำให้อุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันตาเห็น คาร์ลอส... ก้าวเข้ามาในห้องช้าๆ พร้อมกับช่อดอกไม้สีดำสนิทในมือ "ขอโทษที่รบกวนเวลาอัน Aromatic ของพวกคุณนะครับ... พอดีผมแวะมาเยี่ยมพยานปากเอกของผมหน่อย" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นไปกับช่วงเวลาอันเปราะบางและท้าทายนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์หน้านิ่งกับยัยตัวแสบผู้ไขปริศนาภาพวาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%