ภัณฑารักษ์หน้านิ่งกับยัยตัวแสบผู้ไขปริศนาภาพวาด•ตอนที่ 11

ศัตรูที่คาดไม่ถึง

ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
กลิ่นอายความอับชื้นของเบาะหนังผสมกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงลอยอวลอยู่ในพื้นที่แคบๆ ทว่าสิ่งที่หนาแน่นยิ่งกว่าคือแรงกดดันที่แทบจะบีบขั้วหัวใจให้แหลกสลาย *ก๊อก ก๊อก ก๊อก* เสียงเคาะกระจกสามครั้งยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ขณะที่ร่างโปร่งในชุดสูทเข้ารูปของใครบางคนที่เพิ่งแทรกตัวเข้ามานั่งเบาะหลังอย่างไร้ซุ่มเสียงกำลังขยับยิ้ม รินรดากลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ สันหลังเรียวตรงแนบชิดกับพนักพิงเบาะคนขับราวกับถูกตรึงไว้ด้วยคตินิยมความสมบูรณ์แบบที่กำลังพังทลายลงในวินาทีนี้ ส่วนพาย... นักสืบสาวปากเก่งที่มักจะมีวาทศิลป์คมกายไว้ฟาดฟันกับเธอเสมอ กลับนิ่งงันไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตฉายแววตื่นตะลึงระคนประหลาดใจเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน “ไม่คิดเลยนะคะว่าพวกคุณจะต้อนรับการมาเยือนของแขกไม่ได้รับเชิญด้วยความเงียบงันขนาดนี้” น้ำเสียงนุ่มทุ้มแต่แฝงไว้ด้วยกระแสเยียบเย็นเอ่ยขึ้นจากเบาะหลัง รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอกวาดสายตาผ่านกระจกมองหลังเพื่อสบตากับผู้มาเยือน แสงไฟสลัวจากเสาไฟฟ้าริมถนนสาดส่องผ่านกระจกเปียกฝ้า เผยให้เห็นใบหน้าเรียบเฉยที่คุ้นเคยเป็นอย่างดี—ใบหน้าที่มักจะปรากฏอยู่ตามเอกสารทางราชการและรายงานการเบิกจ่ายงบประมาณของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ “คุณ...” รินรดารำพันออกมาเบาหวิว ราวกับเสียงนั้นถูกสูบหายไปในลำคอ “ทำไมถึงเป็น...” “สวัสดีค่ะคุณภัณฑารักษ์คนเก่ง และคุณนักสืบผู้ไม่เคยปล่อยให้ใครลอยนวล” น้ำเสียงนั้นราบเรียบ ทว่าเปี่ยมด้วยอำนาจเบ็ดเสร็จ “น่าเสียดายนะคะที่ความอยากรู้อยากเห็นของพวกคุณมันล้ำเส้นเกินกว่าที่ท่านประธานคาร์ลอสจะมองข้ามได้” พายแค่นหัวเราะในลำคอทันที ความตื่นตระหนกเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความกรุ่นโกรธที่พุ่งพล่านขึ้นมาจนดวงตาเป็นประกายวาววับ หญิงสาวหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับบุคคลที่นั่งอยู่ด้านหลังอย่างไม่เกรงกลัว แม้สถานการณ์จะเสียเปรียบจนมองไม่เห็นทางออก “หึ สายลับสองหน้าอย่างคุณนี่เองสินะคะที่คอยส่งข่าวให้คาร์ลอสระแคะระคายแผนของเราทุกฝีก้าว” พายเหยียดยิ้ม พลอยให้บรรยากาศในรถตึงเครียดขึ้นอีกหลายเท่า “มิน่าล่ะ... ทุกครั้งที่เราขุดคุ้ยหลักฐานสำคัญ ถึงได้มีเงาตามเช็ดตามล้างอยู่เรื่อย ที่แท้หนอนตัวใหญ่ก็ซุกตัวอยู่ใต้จมูกของท่านภัณฑารักษ์ผู้แสนจะเจ้าระเบียบนี่เอง” รินรดานิ่งเงียบ ไม่ใช่เพราะเถียงไม่ออก แต่หัวใจของเธอกำลังสั่นไหวด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนกว่านั้น คนที่เธอไว้ใจ คนที่เดินตรวจตราห้องจัดแสดงเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาแรมปี กลับกลายเป็นหมากตัวสำคัญในเกมมืดของคาร์ลอส—นักสะสมงานศิลปะผู้ทรงอิทธิพลที่จ้องจะฮุบทุกอย่างโดยไม่สนวิธีการ ความเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาในอก คล้ายมีเข็มเล่มเล็กๆ นับร้อยกำลังทิ่มแทงลงบนความเชื่อมั่นที่เธอพยายามรักษามาตลอดชีวิต “อย่าใช้คำว่า ‘หนอน’ ให้มันดูน่าเกลียดเลยค่ะคุณนักสืบ” อีกฝ่ายยกมือขึ้นจัดปกเสื้อให้เข้าที่อย่างใจ ริมฝีปากบางเฉียบแย้มยิ้มหยัน “ในโลกของศิลปะและผลประโยชน์ มีเพียงผู้ชนะกับผู้ที่ถูกกำจัดทิ้งก็เท่านั้น คุณรินรดาก็น่าจะเข้าใจดีไม่ใช่หรือคะ ว่าการปกป้องภาพวาดชิ้นนั้นมันไม่มีค่าอะไรเลยเทียบกับความปลอดภัยของตัวคุณเอง” “คุณกล้าดียังไงมาขู่พวกเราในเขตพื้นที่พิพิธภัณฑ์แบบนี้” รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ น้ำเสียงที่เปล่งออกมาแม้จะราบเรียบเย็นชาตามแบบฉบับภัณฑารักษ์มืออาชีพ แต่กลับสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความโกรธที่อัดแน่นอยู่ข้างใน “คิดว่าทำแบบนี้แล้วคาร์ลอสจะช่วยปกป้องคุณพ้นจากความผิดฐานสมคบคิดงั้นเหรอคะ หลักฐานการเงินทั้งหมดฉันส่งให้ตำรวจหมดแล้ว!” รอยยิ้มบนใบหน้าของสายลับคนสนิทจางหายไปในทันที แววตาคู่คมฉายแวววาวโรจน์ขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเสียงหัวเราะเบาๆ ที่ชวนให้รู้สึกขนลุก “คุณรินรดานี่ช่างมั่นใจในตัวเองเสียจริงนะคะ... คิดจริงๆ หรือคะว่าหลักฐานที่คุณเก็บไว้ในมือถือเครื่องนั้น มันจะส่งไปถึงมือตำรวจได้จริงๆ ก่อนที่ระบบเครือข่ายของพิพิธภัณฑ์จะล่มลง?” พายเบิกตากว้าง หันขวับไปมองรินรดาโดยสัญชาตญาณ รินรดารีบควานหามือถือในกระเป๋าเสื้อสูททันที หน้าจอดับสนิท ปราศจากสัญญาณใดๆ แม้แต่ขีดเดียว! “บ้านน่า...” รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความเย็นเยียบแล่นพล่านจากปลายนิ้วลามขึ้นมาถึงต้นคอ “เกมมันจบแล้วค่ะคุณรินรดา” เสียงกระซิบจากเบาะหลังดังขึ้นชิดติดใบหูของเธอยิ่งขึ้น จนรินรดารู้สึกถึงลมหายใจอุ่นที่รดรินอยู่ตรงต้นคอ “ทางเดียวที่จะรอดออกไปจากที่นี่ได้ คือส่งมอบรหัสผ่านนิรภัยของห้องเก็บภาพวาดลับให้ฉันซะดีๆ ไม่อย่างนั้น... อย่าหาว่าฉันไม่เตือนนะคะว่าคุณอาจจะไม่เห็นแสงตะวันในวันพรุ่งนี้” บรรยากาศในรถอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงฝนที่ยังคงโปรยปรายกระทบหลังคารถดังซ่า รินรดากลั้นหายใจ ดวงตาคู่สวยฉายแววเด็ดเดี่ยว เธอไม่มีวันยอมจำนนต่อคนทรยศเด็ดขาด ต่อให้ต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม มือเรียวเตรียมจะกดปุ่มส่งสัญญาณฉุกเฉินที่ซ่อนไว้ใต้คอนโซลรถ ทว่าก่อนที่ปลายนิ้วของเธอจะสัมผัสโดนเป้าหมาย— *แกร๊ก!* เสียงปลดล็อกประตูด้านนอกดังขึ้นพร้อมกับแรงกระชากที่ทำให้ตัวรถโคลงเคลงเล็กน้อย ประตูฝั่งข้างคนขับถูกเปิดผางออกอย่างไร้ความปรานี สายฝนสาดซัดเข้ามาพร้อมกับเงาร่างสูงใหญ่ของใครบางคนที่ก้าวเข้ามาในรถด้วยท่าทีคุกคาม ดวงตาคมกริบภายใต้แสงไฟสลัวกวาดมองคนทั้งสามในรถด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นที่ทำให้รินรดาและพายต้องหยุดหายใจไปพร้อมๆ กัน —เพราะร่างที่ก้าวเข้ามาใหม่นั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นคาร์ลอส... ที่ยืนรอพวกเธออยู่ตรงนี้ด้วยตัวเอง!
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์หน้านิ่งกับยัยตัวแสบผู้ไขปริศนาภาพวาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%