"ถ้าคุณยังก้าวเข้ามาใกล้กว่านี้อีกก้าวเดียว ฉันจะถือว่าคุณมีเจตนาคุกคามเจ้าหน้าที่รัฐและอาศัยอำนาจมิชอบ"
น้ำเสียงของรินรดาไม่ได้สั่นเลยแม้แต่น้อย มันเรียบนิ่งและเยียบเย็นราวกับสายน้ำในคืนเหมันต์ แม้ว่าแผ่นหลังของเธอจะแนบชิดติดกับผนังกระจกเย็นเฉียบของห้องจัดแสดงนิทรรศการชั้นใต้ดิน และเบื้องหน้าคือเงาร่างสูงโปร่งของบุคคลที่สาม—ผู้ที่เพิ่งปรากฏตัวขึ้นจากความมืดมิดพร้อมรอยยิ้มมุมปากที่ฉาบด้วยยาพิษ
บุคคลผู้นั้นก้าวพ้นเงามืดออกมาเต็มตัว แสงไฟนีออนสีส้มสลัวสาดกระทบกรอบหน้าคมคายและดวงตาสีอำพันที่พราวระยับด้วยความสนุก
"คาร์ลอส..." พายพึมพำลอดไรฟัน มือเรียวของนักสืบสาวกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว ร่างเพรียวขยับเข้าไปขวางหน้าภัณฑารักษ์รุ่นพี่ไว้ครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ แม้ปากจะชอบต่อปากต่อคำกับรินรดาแค่ไหน แต่ในยามวิกฤต สัญชาตญาณนักล่าของพายกลับทำงานเร็วกว่าสมองเสียอีก "ว่าไงคะท่านนักสะสมผู้ทรงเกียรติ แอบย่องเบาเข้าพิพิธภัณฑ์ยามวิกาลแบบนี้ งานอดิเรกแปลกดีนี่คะ หรือว่าภาพวาดชิ้นนั้นมันร้อนจนคุณนอนไม่หลับ?"
คาร์ลอสหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นก้องกังวานในความเงียบสงบ เขายกมือขึ้นจัดปกเสื้อสูทราคาแพงอย่างใจเย็น ราวกับว่าพวกเขาไม่ได้กำลังยืนเผชิญหน้ากันในสถานการณ์อันตราย แต่กำลังจิบชาพูดคุยกันในห้องรับแขก
"ปากเก่งไม่เปลี่ยนเลยนะคุณนักสืบตัวแสบ..." คาร์ลอสปรายตามองพายด้วยแววตาสมเพชแกมเอ็นดู ก่อนจะเลื่อนสายตาคมกริบไปหยุดอยู่ที่รินรดา "แต่ดูเหมือนคุณรินรดาจะสงบเสงี่ยมกว่าเดิมนะ หรือเพราะว่า... ความลับที่ซ่อนอยู่หลังภาพวาดรูปนั้น มันกำลังจะกัดกินคุณจนไม่เหลือแม้แต่เสียงกรีดร้องล่ะ?"
บรรยากาศในห้องอับชื้นและเย็นยะเยือกขึ้นทันตาเห็น แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากตัวของคาร์ลอส รินรดากัดริมฝีปากแน่น เธอกวาดสายตาคมมองรอบตัวเพื่อหาทางหนีทีไล่ ขณะเดียวกันก็ขยับตัวออกห่างจากผนังกระจกอย่างระแวดระวัง
แต่ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยอัคคีภัยก็กรีดร้องลั่นอาคาร พร้อมกับระบบสปริงเกอร์บนเพดานที่พ่นละอองน้ำฝนจำลองลงมาอย่างกะทันหัน!
"บ้าเอ๊ย!" พายสบถเสียงดัง น้ำเย็นจัดสาดกระเซ็นลงบนเส้นผมและเสื้อผ้าจนเปียกปอนในพริบตา ทัศนวิสัยภายในห้องพร่ามัวลงทันทีท่ามกลางม่านละอองน้ำ
"ตามฉันมา!" รินรดาไม่รอช้า มือเรียวคว้าข้อมือของพายไว้แน่นแล้วออกแรงดึงให้วิ่งฝ่าความโกลาหลพุ่งตรงไปยังประตูฉุกเฉิน ท่ามกลางเสียงฝีเท้าของคาร์ลอสที่ก้าวไล่หลังมาอย่างกระชั้นชิด เสียงหัวเราะเยาะของเขายังคงตามหลอนประสาท แต่วินาทีนี้ไม่มีเวลาให้หวาดกลัวอีกต่อไปแล้ว
ทั้งคู่พุ่งตัวทะลุกระจกประตูหนีไฟออกมาสู่ลานจอดรถใต้ดินของพิพิธภัณฑ์ ลมพายุข้างนอกพัดกระหน่ำรุนแรง เม็ดฝนเม็ดโตสาดซัดเข้ามาตามช่องลมจนเปียกปอนไปหมด เสียงฟ้าผ่าคำรามกึกก้องสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ
รินรดากระชากประตูรถยนต์ซีดานสีดำคันเก่งของเธอออกอย่างไร้ความปรานี ก่อนจะผลักพายให้เข้าไปข้างใน แล้วตัวเองก็ตามเข้าไปด้วยความรวดเร็ว ปิดประตูและกดล็อกอัตโนมัติเสียงดัง *คลิก*
ภายในห้องโดยสารแคบๆ มีเพียงแสงไฟสลัวจากแผงหน้าปัดรถและเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของคนทั้งคู่ กลิ่นอายความชื้นจากสายฝนผสมผสานกับกลิ่นน้ำหอมจางๆ ประจำตัวของรินรดา ลอยวนเวียนอยู่ในอากาศที่อบอุ่นขึ้นมาเล็กน้อยจากเครื่องปรับอากาศ
ไม่มีใครพูดอะไรอยู่หลายวินาที มีเพียงเสียงเม็ดฝนที่โหมกระหน่ำซัดสาดหลังคาเหล็กดังสนั่นหวั่นไหว ราวกับโลกภายนอกถูกตัดขาดจากความเป็นจริงโดยสิ้นเชิง
พายยกมือขึ้นปัดปอยผมที่เปียกลู่แนบแก้มเนียน ลมหายใจยังคงหอบสะท้อนรุนแรงจากเหตุการณ์เฉียดตายเมื่อครู่ ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองคนขับที่นั่งนิ่งอยู่หลังพวงมาลัย เสื้อสูทและเสื้อเชิ้ตสีขาวของรินรดาเปียกชุ่มจนแนบไปกับสัดส่วนโค้งเว้า เผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดชวนมองภายใต้เนื้อผ้าบางเบา
รินรดานั่งนิ่ง มือทั้งสองข้างยังคงกำพวงมาลัยแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ใบหน้าสวยเฉี่ยวก้มมองต่ำเพื่อซ่อนประกายความหวาดหวั่นที่ยังหลงเหลืออยู่ในแววตา เธอนิ่งเงียบราวกับรูปปั้นหินอ่อน แต่แผ่นอกที่กระเพื่อมไหวอย่างรวดเร็วกลับฟ้องชัดว่าเธอกำลังตื่นตระหนกไม่แพ้กัน
"คุณ... รินรดา" พายเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าทุกครั้ง ความกวนประสาทหายวับไปกับสายฝน เหลือเพียงความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ก้นบึ้งของหัวใจ
รินรดาไม่ตอบ เธอยังคงเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเซียว พายจึงตัดสินใจขยับตัวเข้าหาอีกฝ่ายอย่างช้าๆ ร่างเพรียวโน้มตัวข้ามคอนโซลกลางที่กั้นระหว่างเบาะคนขับและเบาะผู้โดยสาร มือเรียวยื่นไปแตะเบาๆ ที่หลังมือของรินรดาที่ยังกำพวงมาลัยอยู่
สัมผัสอุ่นจากปลายนิ้วของพายทำให้รินรดาสสะดุ้งเล็กน้อย เธอหันขวับมามอง
ดวงตากลมโตของทั้งคู่ประสานกันในระยะประชิด ความใกล้ชิดที่มากเกินไปทำให้ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่บนผิวแก้มของกันและกัน กลิ่นอายความตื่นเต้น ความหวาดกลัว และความรู้สึกบางอย่างที่อัดอั้นมานานนับสัปดาห์กำลังปะทุขึ้นในพื้นที่จำกัดแห่งนี้
พายมองลึกเข้าไปในดวงตาสีนิลคู่สวยที่สะท้อนภาพของเธอเอง หัวใจเต้นรัวระรัวยิ่งกว่าเสียงฝนด้านนอก ร่างบางขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดโดยไม่รู้ตัว ปลายจมูกแทบจะชนกันอยู่รอมร่อ ความเย่อหยิ่งและมาดนิ่งของภัณฑารักษ์สาวละลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงแววตาสั่นไหวที่ยอมจำนนต่อบรรยากาศอันเร้าอารมณ์
รินรดาลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สายตาของเธอเลื่อนลงมามองริมฝีปากอิบอิ่มที่เผยอน้อยๆ ของพายโดยไม่รู้ตัว ความคิดในหัวตีกันยุ่งเหยิง ร่างกายบอกให้ถอยห่าง แต่หัวใจกลับร้องสั่งให้พุ่งเข้าหา
พายหลับตาลงครึ่งหนึ่ง แพขนตางอนยาวทาบลงบนพวงแก้ม นัยน์ตาคู่นั้นส่งสัญญาณเชิญชวนอย่างชัดเจน มือที่จับหลังมือรินรดาอยู่เปลี่ยนเป็นเลื่อนขึ้นมาสัมผัสกรอบหน้าเนียนนุ่มแผ่วเบา ร่างกายของทั้งคู่โน้มเข้าหากันโดยแรงโน้มถ่วงแห่งความเสน่หา
ระยะห่างลดลงเหลือเพียงลมหายใจกั้น...
ริมฝีปากของพายเฉียดเข้าใกล้ริมฝีปากของรินรดาจนสัมผัสได้ถึงความอุ่นร้อน รินรดาหลับตาลงช้าๆ ยอมปล่อยให้สัญชาตญาณดิบเถื่อนครอบงำความมีเหตุผลทั้งหมดที่มี...
ทว่า—ในวินาทีที่ริมฝีปากกำลังจะแตะกันอย่างไร้ที่ติ รินรดาก็พลันลืมตาโพรงขึ้น!
สติที่ขาดผึ่งไปชั่วขณะถูกดึงกลับมาด้วยเสียงเตือนในหัว ภัณฑารักษ์สาวใช้มือข้างหนึ่งดันไหล่บางของพายออกห่างอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเบือนหน้าหนีไปมองนอกกระจกที่ฝนยังคงตกหนัก
พายสะดุ้งเฮือก ลืมตาขึ้นมองด้วยความตกใจและงุนงง ใบหน้าสวยหวานขึ้นสีแดงจัดด้วยความเขินอายปนหงุดหงิด "นี่คุณ...!"
"ตั้งสติซะพาย..." รินรดาเอ่ยเสียงแหบพร่า พยายามบังคับน้ำเสียงให้กลับมานิ่งสนิทและเย็นชาดังเดิม แม้ว่าหัวใจจะยังเต้นโครมครามจนแทบทะลุออกมานอกอก "เรากำลังทำอะไรอยู่..."
พายเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกตึงandเค้นฉายชัดบนใบหน้าสวย "แล้วไงคะ? หรือว่าคุณกลัว... กลัวว่าตัวเองจะรู้สึกมากกว่าที่ควรจะเป็นกับยัยตัวแสบคนนี้ล่ะ?"
รินรดาหันกลับมามองพายด้วยแววตาเรียบนิ่ง แต่ในความนิ่งนั้นกลับซ่อนคลื่นอารมณ์อันรุนแรงที่ยากจะคาดเดา เธอยังไม่ทันได้เอ่ยคำพูดใดเพื่อโต้แย้ง สายตาก็พลันเหลือบไปเห็นเงาดำทะมึนที่ทาบทับลงบนกระจกหน้ารถ
ท่ามกลางม่านฝนหนาทึบและแสงไฟสลัวจากเสาไฟริมทาง เงาร่างของใครบางคนกำลังยืนจังก้าอยู่หน้ารถซีดานคันนี้
รินรดากับพายเบิกตากว้างพร้อมกันเมื่อเงาร่างนั้นยกมือขึ้นเคาะกระจกหน้ารถสามครั้งอย่างจงใจ—*ก๊อก ก๊อก ก๊อก*—พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่ปรากฏขึ้นผ่านกระจกฝ้าเปียกชื้น ก่อนที่บุคคลปริศนาจะกดรหัสลับเปิดประตูรถเข้ามานั่งที่เบาะหลังอย่างไร้ซุ่มเสียง!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและลุ้นระทึกไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
ภัณฑารักษ์หน้านิ่งกับยัยตัวแสบผู้ไขปริศนาภาพวาด•ตอนที่ 10
ในรถที่ติดฝน
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์หน้านิ่งกับยัยตัวแสบผู้ไขปริศนาภาพวาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!