ภัณฑารักษ์หน้านิ่งกับยัยตัวแสบผู้ไขปริศนาภาพวาด•ตอนที่ 9

รอยยิ้มที่อันตรายกว่าคดี

ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
กลิ่นอายความเย็นเยียบของไวน์ชั้นเลิศยังคงอบอวลอยู่บนปลายลิ้น ทว่าสิ่งที่บาดลึกลงไปยิ่งกว่ารสฝาดเฝื่อนนั้น คือประโยคเชือดเฉือนที่ยังคงก้องกังวานอยู่ในความเงียบงัน รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือภายใต้โต๊ะทำงานตัวยาว เธอเป็นภัณฑารักษ์ผู้รักษาภาพลักษณ์ความเยือกเย็นและไร้ที่ติมาตลอดชีวิต แต่คำพูดของคาร์ลอสเกี่ยวกับ 'คนทรยศ' เมื่อครู่ กลับสั่นคลอนเกราะกำบังอันเปราะบางของเธอจนแทบแตกละเอียด ดวงตาคู่คมกวาดมองไปรอบห้องจัดแสดงที่บัดนี้ไร้ผู้คน เหลือเพียงเธอและ... ใครอีกคน “ยังทำหน้าเหมือนหุ่นยนต์ไขลานที่แบตฯ ใกล้หมดอยู่อีกเหรอคะ, คุณภัณฑารักษ์” เสียงกระซิบแหบพร่าแต่นุ่มนวลดังขึ้นจากด้านหลัง ชิดเสียจนรินรดาสลัดความตื่นตระหนกแทบไม่ทัน เธอสะดุ้งสุดตัวเมื่อหันไปพบกับใบหน้าของพายที่อยู่ห่างกันเพียงคืบ ดวงตากลมโตคู่สวยพราวระยับด้วยประกายความเจ้าเล่ห์ รอยยิ้มมุมปากของนักสืบสาวตัวแสบไม่ได้มีความเกรงกลัวต่อบรรยากาศตึงเครียดรอบตัวเลยแม้แต่น้อย ราวกับว่าความตายหรืออันตรายตรงหน้าเป็นเพียงเรื่องเล่นสนุกในบ่ายวันหนึ่ง “คุณพาย... เข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วใครอนุญาตให้คุณเดินเข้ามาในเขตกั้นพิเศษนี่คะ” รินรดาปรับน้ำเสียงให้กลับมาแข็งกร้าวและเย็นชาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับก้าวถอยหลังเพื่อเว้นระยะห่าง แต่ทว่า... แผ่นหลังของเธอกลับชนเข้ากับชั้นวางจัดแสดงวัตถุโบราณเสียแล้ว ไม่มีทางหนี พายไม่ได้ตอบคำถามนั้น เธอกลับเลือกที่จะสาวเท้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีก กลิ่นกายหอมกรุ่นจางๆ คล้ายดอกไม้ป่าผสมกลิ่นฝนแรกจู่โจมประสาทสัมผัสของรินรดาจนเผลอกลั้นหายใจ พายยกมือขึ้นข้างหนึ่ง วางทาบลงบนชั้นวางไม้เนื้อแข็งเหนือหัวไหล่ของรินรดา กักขังร่างเพรียวบางในชุดสูทเนี้ยบกริบไว้ในอ้อมแขนโดยสมบูรณ์ “ไม่ต้องสนใจหรอกค่ะว่าฉันเข้ามาทางไหน... สนใจสถานการณ์ ‘จนมุม’ ของตัวเองตอนนี้จะดีกว่าไหมคะ, คุณรินรดา” พายเอียงคอเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของภัณฑารักษ์สาวราวกับต้องการจะค้นหาความลับทั้งหมดที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังม่านตาคู่นั้น “หรือว่า... เย็นชากับทุกคนจนเคยตัว พอเจออะไรที่มันร้อนแรงเข้าหน่อย เลยทำตัวไม่ถูกไปซะแล้วล่ะคะ?” รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเจ้ากรรมเต้นรัวระทึกจนดังแข่งกับเสียงนาฬิกาโบราณบนผนัง เธอเกลียดความรู้สึกพ่ายแพ้ ยิ่งเป็นความพ่ายแพ้ต่อสายตาเจ้าเล่ห์และรอยยิ้มเย้ายวนของคนตรงหน้าด้วยแล้ว มันยิ่งทำให้เธอต้องเค้นเอาความเย่อหยิ่งทั้งหมดที่มีมาต้านทานไว้ “ฉันไม่ได้จนมุมค่ะ และกรุณาถอยออกไป—มันไม่งามที่คุณจะมาประชิดตัวฉันในสถานที่ทำงานแบบนี้” “ไม่งามเหรอคะ?” พายหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจ “แต่ฉันว่ามัน ‘กำลังดี’ เลยต่างหากล่ะคะ คุณดูสิ... ปากบอกว่าไม่ แต่ใบหูของคุณแดงก่ำลามไปถึงต้นคอแล้วนะคะ, คุณภัณฑารักษ์คนเก่ง” คำทักนั้นทำให้รินรด้ารู้สึกเหมือนถูกกระชากหน้ากากออกทีละชั้น ความร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้มจนเธอต้องรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนอาการเสียอาการที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในชีวิตการทำงาน ทว่ามือเรียวเล็กของพายกลับเอื้อมมาแตะที่ปลายคางมนอย่างนุ่มนวล บังคับให้เธอกลับมาสบตาอีกครั้ง แรงสัมผัสเพียงแผ่วเบานั้นกลับทรงพลังเสียจนเข่าของรินรดาแทบทรุด “อย่าหลบตาฉันสิคะ... ริน” พายจงใจลดเสียงลงกระซิบข้างใบหู น้ำเสียงเปลี่ยนจากทีเล่นทีจริงเป็นความจริงจังที่แฝงไว้ด้วยความคลั่งรักอย่างปิดไม่มิด “คุณกำลังแบกรับอะไรไว้คนเดียวอีกแล้วใช่ไหม? เรื่องไวน์แก้วนั้น... เรื่องของคาร์ลอส... คุณคิดจะเอาตัวเข้าแลกเพื่อปกป้องภาพวาดพวกนี้อีกนานแค่ไหน?” รินรดาชะงัก ประโยคต่อว่าที่เตรียมไว้กลืนหายลับไปในลำคอ ดวงตาคู่คมไหววับด้วยความตกใจที่อีกฝ่ายอ่านความคิดของเธอทะลุปรุโปร่ง ร่างกายที่เคยเกร็งขึงค่อยๆ ผ่อนคลายลงทีละน้อยภายใต้ความอบอุ่นจากปลายนิ้วที่ยังคงประคองคางเธอไว้ “คุณ... รู้ได้ยังไงคะ” น้ำเสียงของรินรดาแผ่วเบาลงโดยไม่รู้ตัว ความเย็นชาที่เคยสร้างเป็นกำแพงพังทลายลงในพริบตา เหลือเพียงความเปราะบางที่เธอไม่เคยเปิดให้ใครเห็นมาก่อน พายระบายยิ้มอ่อนโยน—รอยยิ้มที่แทบไม่เคยปรากฏให้ใครได้เห็น เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความห่วงใยและ... ความหลงใหลที่รinรดาไม่กล้าแม้แต่จะจินตนาการ “เพราะฉันมองคุณตลอดเวลายังไงล่ะคะ” พายกระซิบตอบด้วยน้ำเสียงพร่าสั่น ชวนให้หัวใจกระหน่ำเต้นไม่เป็นจังหวะ “และฉันไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนมาทำร้ายคนที่ฉัน—” *แอ๊ด...* เสียงบานประตูไม้สักหนักอึ้งที่ปิดสนิทถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ ทำลายบรรยากาศเงียบงันและช่วงเวลาอันเปราะบางลงทันที รินรดาสดุ้งสุดตัวและผลักร่างของพายออกเบาๆ ทว่าด้วยความรีบร้อนทำให้ทั้งคู่ยังคงยืนชิดกันอยู่ดี แสงไฟสลัวจากโถงทางเดินสาดส่องเข้ามา เผยให้เห็นเงาร่างสูงโปรดของใครบางคนก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ที่ธรณีประตู “ขอโทษที่ขัดจังหวะความหวานนะคะ... แต่ดูเหมือนว่าพวกคุณจะลืมไปแล้วสินะคะ ว่าคดีนี้... เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ เท่านั้นเอง” เสียงหวานใสแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งเอ่ยขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มปริศนาของบุคคลที่สามที่ก้าวพ้นเงานืดออกมา เผยให้เห็นใบหน้าคุ้นเคยที่ทำให้ทั้งรินรดาและพายต้องเบิกตากว้างด้วยความคาดไม่ถึง บลัดดี้แมรี่ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมลุ้นไปกับความสัมพันธ์ที่ทั้งฟินและอันตรายนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์หน้านิ่งกับยัยตัวแสบผู้ไขปริศนาภาพวาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%