ความเงียบงันภายในห้องโถงจัดแสดงนิทรรศการใต้ดินของคฤหาสน์คาร์ลอสหนักอึ้งเสียจนบลัดดี้แมรี่รู้สึกได้ถึงจังหวะการเต้นของชีพจรที่ชีพจรของตนเองกำลังเต้นระส่ำแข่งกับความตึงเครียดในอากาศ แสงไฟสลัวสีอำพันสาดส่องลงบนกรอบรูปภาพวาดโบราณ แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตากลับไม่ใช่ผืนผ้าใบแคนวาสราคาแพงมหาศาลเหล่านั้น หากแต่เป็นเงาร่างสูงโปร่งที่ก้าวออกมาจากมุมมืดของเสาหินอ่อน
คาร์ลอสไม่ได้ส่งเสียงทักทาย รอยยิ้มที่ปรากฏบนริมฝีปากของเขามีความเยือกเย็นและน่าสะพรึงกลัวราวกับปีศาจที่กำลังรอคอยเหยื่อเดินเข้าสู่กรงขังด้วยความสมัครใจ
"ไม่คิดเลยว่าหนูตกใจง่ายอย่างพวกคุณ จะกล้าเดินลึกเข้ามาในถ้ำของเสือ" เสียงทุ้มต่ำของคาร์ลอสเอ่ยขึ้น พร้อมกับก้าวเท้าเข้ามาใกล้เรื่อยๆ แววตาคมกริบกวาดมองสำรวจรินรดาและพายที่ยืนอยู่เคียงข้างกัน
รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนแทบห้ามเลือดไว้ไม่อยู่ มือเรียวที่ซ่อนอยู่ใต้ชายเสื้อสูทเนี้ยบกริบสั่นเทาเล็กน้อย ความหวาดกลัวเริ่มกัดกินหัวใจของภัณฑารักษ์สาวผู้เย่อหยิ่งและเจ้าระเบียบคนนี้ แต่เธอก็ยังพยายามเชิดหน้าขึ้นสูง ไม่ยอมแสดงความอ่อนแอให้ศัตรูเห็น ทว่าในวินาทีที่เธอกำลังจะก้าวถอยหลังเพื่อประเมินสถานการณ์ พายกลับเอื้อมมือมาคว้าข้อมือของเธอไว้แน่น ความอบอุ่นจากฝ่ามือของนักสืบสาวจอมกวนส่งผ่านความมั่น and ความกล้าหาญมาให้เธออย่างน่าประหลาด
"ถ้ำเสือเหรอคะ?" พายแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่สวยพราวระยับด้วยความท้าทาย แม้สถานการณ์ตรงหน้าจะอันตรายถึงชีวิต แต่ริมฝีปากบางกลับคลี่ยิ้มเยาะหยัน "ฉันนึกว่ากรงสุนัขจรจัดเสียอีก ถึงได้ส่งเสียงเห่าหอนน่ารำคาญตั้งแต่ทางเข้า"
คาร์ลอสชะงักฝีปากรอยยิ้มจางหายไปจากใบหน้า ดวงตาคมวาวโรจน์ด้วยความโกรธกรำ "ปากเก่งไม่เบานี่ แม่นักสืบ... หวังว่าตอนที่ฉันกระชากหน้ากากความอวดดีของเธอออก หล่อนจะยังส่งเสียงเจื้อยแจ้วแบบนี้ได้นะ"
สิ้นคำสั่ง มือหนาของคาร์ลอสก็ตบลงเบื้องล่างเป็นสัญญาณ ทันใดนั้น เงาร่างของบอดี้การ์ดร่างยักษ์นับสิบคนก็ก้าวพรวดพราดออกมาจากมุมมืดปิดตายทางออกทุกด้าน บรรยากาศกดดันพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด ความตายอยู่ใกล้แค่เอื้อม รินรดารู้สึกได้ทันทีว่าพวกเธอพลาดแล้ว พลาดที่ประเมินอำนาจมืดของคาร์ลอสต่ำเกินไป
"พาย..." รินรดาครางชื่ออีกฝ่ายเบาหวิว น้ำเสียงที่เคยราบเรียบและเย็นชาสั่นเครืออย่างปิดไม่มิด หันไปมองหน้าหญิงสาวข้างกายด้วยความรู้สึกผิดที่ดึงอีกคนเข้ามาเสี่ยงอันตรายด้วย
พายหันกลับมาสบตารินรดา นัยน์ตาคู่คมที่เคยฉายแววหยอกล้อและกวนประสาทในทุกๆ วัน บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความจริงจังและประกายความคลั่งรักที่ร้อนแรงยิ่งกว่าไฟ นิ้วเรียวที่กุมข้อมือเธออยู่บีบกระชับแน่นขึ้นราวกับต้องการส่งผ่านความมั่นใจทั้งหมดที่มี
"บอกแล้วไงคะ ว่าฉันไม่มีวันยอมให้ใครมาทำร้ายคุณเด็ดขาด... ต่อให้ต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม" พายกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่นราวกับคำสาบานท่ามกลางห่ากระสุน
รินรดารู้สึกเหมือนหัวใจกระตุกวูบ ความอบอุ่นไหลซ่านเข้าสู่หัวใจที่เคยด้านชาและปิดตายมานานแสนนาน ภายใต้สถานการณ์ที่ความเป็นความตายแขวนอยู่บนเส้นด้าย รินรดากลับเพิ่งตระหนักได้ว่า... เธอกลัวการสูญเสียผู้หญิงคนนี้มากกว่าความตายเสียอีก กฎแห่งความระมัดระวังและกำแพงในใจที่เธอสร้างขึ้นมาตลอดชีวิตพังทลายลงในพริบตา
นี่คือช่วงเวลาที่รินรดาต้องตัดสินใจครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต... การเปิดใจยอมรับความรู้สึกที่แท้จริง ต้องแลกมาด้วยการก้าวเข้าสู่เขตอันตรายที่อาจไม่มีวันได้หวนกลับ
"ถ้าอย่างนั้น..." รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาพาย แววตาสั่นระริกเปลี่ยนเป็นความแน่วแน่เด็ดเดี่ยว เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำเอาพายถึงกับเบิกตากว้างด้วยความคาดไม่ถึง "ถ้าเราผ่านคืนนี้ไปได้... ฉันจะยอมตอบตกลงในสิ่งที่เธอเคยขอ"
พายชะงักงายไปชั่วขณะ ก่อนที่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์และประกายความดีใจจะฉายชัดขึ้นในแววตา "พูดแล้วนะคะ ห้ามคืนคำเด็ดขาด ภัณฑารักษ์คนสวย!"
"จับตัวพวกมันไว้!" เสียงคำรามของคาร์ลอสสั่งการลั่นห้อง บอดี้การ์ดร่างยักษ์พุ่งเข้าประชิดตัวในพริบตา
พายไม่รอช้า เธอใช้มือข้างหนึ่งดึงรินรดาเข้าหาตัวให้แนบชิดกับอกอุ่นเพื่อปกป้อง ขณะที่มืออีกข้างชักอาวุธปืนพกขนาดเล็กออกมาจากเสื้อแจ็คเก็ตอย่างรวดเร็ว ปราดเปรียวและเด็ดเดี่ยว การต่อสู้ตะลุมบอนท่ามกลางแสงไฟสลัวเริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือด เสียงหมัดกระทบเนื้อและเสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นห้องโถงศิลปะ
รินรดาซบหน้าลงกับลาดไหล่ของพาย รับรู้ถึงกลิ่นกายหอมละมุนผสมกลิ่นอายอันตราย หัวใจของเธอเต้นระรัวไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความผูกพันและแรงดึงดูดอันมหาศาลที่ผูกมัดพวกเธอเข้าไว้ด้วยกัน แม้กระสุนนัดหนึ่งจะเฉียดผ่านศีรษะพวกเธอไปอย่างฉิวเฉียดจนได้ยินเสียงลมตีผ่าน แต่พายก็ยังคงโอบกอดปกป้องเธอไว้แน่น ไม่ยอมให้รอยขีดข่วนใดๆ แตะต้องตัวรินรดาได้เลยแม้แต่น้อย
ทว่า ในจังหวะชุลมุนที่พายกำลังหันไปจัดการบอดี้การ์ดที่พุ่งเข้ามาด้านหลัง เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่และเสียงไซเรนตำรวจก้องกังวานมาจากชั้นบนของคฤหาสน์ทะลุกำแพงลงมา!
คาร์ลอสหน้าถอดสีทันทีเมื่อรู้ว่าตำรวจบุกเข้าค้นคฤหาสน์แล้ว เขากัดฟันกรวดด้วยความแค้น ก่อนจะชักปืนพกสั้นเล็งตรงมาที่รินรดาและพายที่กำลังยืนพิงกันอยู่ "พวกแกไม่มีวันได้ออกไปจากที่นี่หรอก!"
"ระวังค่ะ!" พายตะโกนลั่น พร้อมกับผลักรินรดาล้มลงไปหลบหลังเสาหินอ่อนด้วยกัน แต่วินาทีที่เสียงปืนดังสนั่นขึ้นพร้อมกับประกายไฟวาบ พายก็ผนวกแรงเหวี่ยงร่างของตัวเองบังรินรดาไว้ใต้ร่างอย่างมิดชิด
ปัง!
กระสุนนัดนั้นฝังลงบนพื้นหินอ่อนเฉียดร่างของพวกเธอไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตร แต่ทว่า... ท่ามกลางควันจางๆ และเสียงฝีเท้าตำรวจที่ใกล้เข้ามาทุกที ประตูเหล็กนิรภัยด้านหลังที่ควรจะถูกล็อกไว้ กลับค่อยๆ เลื่อนเปิดออกเองอย่างช้าๆ เผยให้เห็นร่างของบุคคลที่สาม... บุคคลที่ไม่น่าจะมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ได้มากที่สุดในเวลานี้ ก้าวเหยียบย่างเข้ามาพร้อมรอยยิ้มปริศนาที่ทำให้ลมหายใจของทุกคนต้องสะดุด!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับความสัมพันธ์อันร้อนแรงนี้ด้วยกันนะคะ
ภัณฑารักษ์หน้านิ่งกับยัยตัวแสบผู้ไขปริศนาภาพวาด•ตอนที่ 12
กฎของความไว้ใจ
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์หน้านิ่งกับยัยตัวแสบผู้ไขปริศนาภาพวาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!