ภัณฑารักษ์หน้านิ่งกับยัยตัวแสบผู้ไขปริศนาภาพวาด•ตอนที่ 2

กฎเหล็กของคนคุมพิพิธภัณฑ์

ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
"ถอยไปค่ะ คุณพาย พื้นที่ตรงนี้ไม่ใช่สนามเด็กเล่น และดิฉันไม่มีเวลามาเล่นเกมไล่จับกับใคร" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น มือเรียวภายใต้ถุงมือสีดำสนิทขยับจัดระเบียบแฟ้มเอกสารบนโต๊ะไม้โอ๊กขนาดใหญ่ในห้องทำงานส่วนตัวที่ปิดตาย หญิงสาวไม่ได้ปรายตามองผู้บุกรุกที่ยืนพิงกรอบประตูด้วยท่าทางกวนประสาทแม้แต่น้อย พายหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะสดใสที่ฟังดูขัดกับบรรยากาศกดดันในพิพิธภัณฑ์ยามวิกาลอย่างสิ้นเชิง เธอเดินนวยนาดเข้ามาใกล้ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ประจำตัวของนักสืบสาวแทรกซึมผ่านไอเย็นของเครื่องปรับอากาศ "สนามเด็กเล่นเหรอคะ? แหม... งั้นที่นี่คงเป็นห้องพักครูที่ดุที่สุดในโลกเลยสินะ คุณรินรดาคะ เลิกทำหน้าเหมือนยักษ์ขู่เด็กได้แล้วค่ะ ฉันไม่ได้มาเพื่อป่วน แต่มาเพื่อช่วย" "ช่วย?" รินรดาแค่นหัวเราะพลางวางปากกาลง เสียงกระทบของมันกับโต๊ะฟังดูเยือกเย็นไม่ต่างจากสายตาของเธอ "คุณเกือบจะทำให้ฉันหัวใจวายเมื่อกี้ ลืมไปแล้วหรือไงคะว่าฉันบอกว่าอะไร... 'ห้ามหันไปมองข้างหลัง' แต่คุณกลับวิ่งพรวดพราดเข้ามาตอนที่ฉันกำลังจดจ่อกับภาพวาดนั่น" พายชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาขี้เล่นเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมาทอประกายระยับเหมือนเดิม เธอขยับเข้าไปใกล้จนช่องว่างระหว่างทั้งคู่แทบไม่มีเหลือ "ที่ฉันวิ่งเข้ามา เพราะฉันเห็นเงาค่ะ ไม่ใช่เงาของคุณ... แต่มันมี 'อะไรบางอย่าง' เคลื่อนไหวอยู่หลังภาพวาดรูปหญิงสาวในชุดกอธิคที่แขวนอยู่ในโถงหลักตอนที่มันควรจะไม่มีใครอยู่" "นั่นคือจิตหลอนของคุณเองค่ะ" รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สูทเข้ารูปเน้นสัดส่วนสง่างามแต่ดูห่างเหิน เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยของพาย "กฎเหล็กของที่นี่คือการรักษาความเงียบและความเป็นระเบียบ คุณกำลังรุกล้ำความเป็นส่วนตัวและกฎระเบียบของฉัน กรุณาออกไปก่อนที่ฉันจะเรียกฝ่ายรักษาความปลอดภัย" พายไม่ยอมขยับ แต่กลับโน้มตัวลงไปบนโต๊ะ กวาดสายตามองเอกสารที่รินรดากำลังตรวจสอบอยู่ เธอหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมา นิ้วเรียวไล้ไปตามรอยหยักของขอบกระดาษที่ดูเหมือนจะถูกฉีกอย่างรีบร้อน "คุณกำลังหาที่มาของสัญลักษณ์รูปกุหลาบดำที่สลักอยู่หลังกรอบรูปสินะคะ?" พายเอ่ยขึ้นลอยๆ "คุณรินคะ ถ้าคุณจะปิดบังข้อมูล ก็ควรจะเก็บมันให้มิดชิดกว่านี้ ไม่ใช่ปล่อยให้มันวางหราอยู่บนโต๊ะแบบนี้... หรือว่าจริงๆ แล้ว คุณแค่อยากให้ฉันสังเกตเห็น?" รินรดาเม้มปากแน่น ความโกรธปนความประหม่าแล่นพล่านในอก เธอขยับเข้าไปคว้าข้อมือพายหวังจะดึงกระดาษคืน ทว่าพายกลับพลิกตัวหลบอย่างคล่องแคล่ว แรงปะทะทำให้ทั้งคู่ถลาไปชิดกับชั้นหนังสือขนาดใหญ่ พายต้อนรินรดาจนมุม แขนข้างหนึ่งของนักสืบสาวกั้นกรงขังร่างบางไว้กับชั้นหนังสือ "คุณนี่มัน..." รินรดาหายใจติดขัด หัวใจเต้นแรงผิดจังหวะไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะระยะห่างที่ใกล้จนรับรู้ได้ถึงลมหายใจของอีกฝ่าย "หวงตัวจังเลยนะคะ" พายกระซิบชิดใบหู น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ที่ทำให้คนฟังใจสั่น "ฟังนะคะ... กุหลาบดำนั่นไม่ใช่แค่สัญลักษณ์ แต่มันคือพิกัดของ 'รอยแยก' ในมิติคลังภาพนี้ คาร์ลอสไม่ได้ต้องการแค่ภาพวาด แต่มันต้องการ 'กุญแจ' ที่ซ่อนอยู่ในสีน้ำมันที่ถูกทาซ้ำๆ บนภาพนั้น ถ้าคุณไม่เชื่อ... ลองสังเกตดูสิคะ" พายเอื้อมมือไปคว้าโคมไฟตั้งโต๊ะแล้วหันแสงเข้าหาภาพสเก็ตช์ที่วางอยู่ข้างๆ แสงไฟตกกระทบจนเกิดเงาซ้อนทับกันอย่างประหลาด รินรดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นลายเส้นที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนผนัง มันคือแผนผังของพิพิธภัณฑ์... และมีจุดสีแดงกะพริบอยู่ใต้ห้องใต้ดินที่ถูกปิดตาย "มันไม่ได้อยู่ในภาพวาด แต่มันอยู่ใน 'ผนัง' ของห้องนี้ต่างหาก" พายยิ้มกว้างด้วยความภาคภูมิใจ รินรดาขยับกายออกห่างอย่างรวดเร็ว เธอปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยแม้ในใจจะพายุลง "คุณแค่โชคดีที่เดาถูก" "โชคดีเหรอคะ?" พายหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปปัดไรผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากของรินรดาอย่างถือวิสาสะ "ถ้าเป็นโชคดี ฉันคงไม่ทุ่มเทขนาดนี้หรอกค่ะที่รัก..." ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าหนังก็ดังก้องขึ้นจากโถงทางเดินด้านนอก มันไม่ใช่ฝีเท้าของพนักงานรักษาความปลอดภัยทั่วไป แต่เป็นจังหวะการเดินที่มั่นคงและทรงอำนาจจนน่าขนลุก รินรดาชะงักไป ใบหน้าซีดเผือดลงทันที "เขามาแล้ว..." พายหุบยิ้ม ดวงตาของเธอเปลี่ยนเป็นแววตาของนักล่า "ใครคะ? คาร์ลอสเหรอ?" ก่อนที่รินรดาจะทันได้ตอบ ประตูห้องทำงานที่ปิดสนิทอยู่ก็ค่อยๆ เลื่อนเปิดออกด้วยแรงดันบางอย่างที่มองไม่เห็น ทว่าสิ่งที่ก้าวเข้ามาไม่ใช่ร่างของชายที่พวกเธอคาดคิด หากแต่เป็นภาพสะท้อนในกระจกบานใหญ่ที่แขวนอยู่ข้างผนัง... ร่างของหญิงสาวในชุดกอธิคคนเดิมที่พายเห็น ยืนตระหง่านอยู่ในกระจก พร้อมกับมือที่ยื่นออกมาหมายจะกระชากร่างของรินรดาเข้าไปในมิติที่ไม่มีวันหวนกลับ! พายถลาเข้าไปคว้าเอวรินรดาไว้แน่นก่อนที่แรงดึงจะลากเธอหายไป ทั้งคู่ล้มลงไปกองกับพื้นห้องขณะที่กระจกบานนั้นแตกกระจายละเอียดเป็นเศษเสี้ยว ท่ามกลางความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัว เสียงกระซิบเย็นเยียบดังขึ้นจากมุมมืดของห้องว่า... "เจอตัวแล้ว... ของเล่นชิ้นใหม่ของท่านคาร์ลอส" --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความลับในครั้งนี้ไปกับบลัดดี้แมรี่นะคะ
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์หน้านิ่งกับยัยตัวแสบผู้ไขปริศนาภาพวาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%