ภัณฑารักษ์หน้านิ่งกับยัยตัวแสบผู้ไขปริศนาภาพวาด•ตอนที่ 6

ความลับใต้กรอบรูป

ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
กลิ่นอายความเย็นเยียบของค่ำคืนไม่ได้มาจากเครื่องปรับอากาศในห้องจัดแสดงนิทรรศการปิดตาย หากแต่ลอยมาจากรอยยิ้มเยาะที่มุมปากของคาร์ลอส ผู้ชายที่ทำตัวราวกับเป็นเจ้าของทุกตารางนิ้วของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ รินรดายืนตัวตรงหลังตู้กระจกนิรภัย แววตาของภัณฑารักษ์สาวนิ่งสนิทราวกับผืนน้ำไร้ระลอกคลื่น แต่ปลายนิ้วที่ประสานกันไว้หน้ากระโปรงทรงแคบกลับจิกเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว “คุณมาผิดที่แล้วค่ะ คุณคาร์ลอส” เสียงทุ้มต่ำติดจะเย็นชาเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบที่กดดัน “ที่นี่ไม่มีของเล่นราคาแพงที่คุณกำลังตามหา” “งั้นเหรอครับคุณรินรดา” คาร์ลอสหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้ามาใกล้โดยไม่เกรงกลัวสายตาคมกริบที่พร้อมจะเชือดเฉือน “แต่สายข่าวของผมบอกว่า... เบาะแสชิ้นสำคัญที่สุดกำลังนอนสงบนิ่งอยู่ใต้กรอบรูปเก่าๆ ในห้องทำงานของคุณต่างหากล่ะ” “อุ๊ย! พูดจาแบบนี้หมายความว่าจะปล้นกันโต้งๆ เลยสินะคะ?” เสียงใสติดจะกวนประสาทดังแทรกขึ้นท่ามกลางความตึงเครียด พายก้าวออกมาจากมุมมืดของเสาหิน มือเรียวปัดฝุ่นเบาๆ ที่ไหล่เสื้อสูทก่อนจะยักคิ้วให้ผู้มาเยือนอย่างไม่เกรงกลัว ดวงตากลมโตเป็นประกายซุกซนแต่คมกริบราวกับแมวป่า “น่าเสียดายจังค่ะที่ตำรวจแถวนี้เขาไม่ต้อนรับโจรโรคจิต... โดยเฉพาะโจรที่รสนิยมต่ำจนต้องมาขโมยงานศิลปะคนอื่นกินเนี่ย” คาร์ลอสชะงัก รอยยิ้มบนใบหน้ากระตุกวูบเมื่อเจอฤทธิ์เดชของนักสืบสาวฝีปากกล้า “ปากเก่งนักนะคุณนักสืบ ระวังตัวไว้เถอะ... ของบางอย่าง ถ้ารู้มากไปอาจจะไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ดูตอนจบ” “ขอบคุณที่เป็นห่วงค่ะ แต่พอดีฉันชอบดูตอนจบแบบที่คนร้ายดิ้นพล่านมากกว่าซะด้วยสิคะ” พายยิ้มหวานหยด ย่างสามขุมเข้าไปขวางหน้าคาร์ลอสไว้ หล่อนไม่ได้ถอยหลังหนีแม้แต่น้อยเมื่อร่างสูงใหญ่ก้าวประชิด กลับเชิดหน้าขึ้นสบตาตรงๆ ชนิดที่เรียกว่าไม่เกรงกลัวอิทธิพลใดๆ ทั้งสิ้น รินรดามองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่ตีรันกันอยู่ในอก ทั้งหงุดหงิดที่คนตรงหน้าชอบทำอะไรเสี่ยงอันตราย และ... ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะทุกครั้งที่เห็นแผ่นหลังบางๆ นั้นก้าวออกมาปกป้อง “ถอยไปค่ะพาย” รินรดาก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างทั้งสองคน ร่างระหงภายใต้สูทเ、อียบกริบแผ่รังสีความกดดันออกมาไม่แพ้กัน เธอมองหน้าคาร์ลอสด้วยแววตาแข็งกร้าว “ถ้าคุณยังไม่ irc ออกไปจากที่นี่ก่อนที่ฉันจะกดสัญญาณเตือนภัย ให้รู้ไว้เลยค่ะว่าคุณจะไม่ได้แม้แต่เศษกระดาษติดมือกลับไป” คาร์ลอสแค่นHหัวเราะอย่างขัดใจ เขากวาดตามองผู้หญิงสองคนที่ยืนขวางทางอยู่ด้วยความรู้สึกเสียดาย ก่อนจะยกมือขึ้นยอมแพ้กลายๆ “ก็ได้ครับ... วันนี้ผมแค่มาทักทายเฉยๆ แต่จำไว้เถอะว่าความลับใต้กรอบรูปนั้นน่ะ มันไม่ได้ซ่อนอะไรสวยงามอย่างที่คุณคิดหรอกคุณรินรดา” สิ้นคำพูด ร่างสูงใหญ่ก็หมุนตัวเดินกลับออกไปทางประตูทางออก ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและกลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่ยังคงลอยวนอยู่ในอากาศ ทันทีที่เสียงประตูปิดลง พายก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่แล้วหันขวับมาหารินรดา ท่าทีขี้เล่นเมื่อครู่หายวับไปกับตา เหลือเพียงแววตาดุดันที่ไม่ยอมแพ้กัน “คุณนี่มันบ้าจริงๆ รินรดา! ทำไมถึงชอบทำตัวเป็นฮีโร่ลุยเดี่ยวอยู่เรื่อย รู้ไหมว่าตานั่นมันอันตรายแค่ไหน!” “คนที่บ้ากว่าน่าจะเป็นคุณมากกว่านะคะพาย!” รินรดาตอกกลับเสียงแข็ง ดวงตาสองคู่จ้องประสานกันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ “ใครใช้ให้คุณพุ่งตัวออกไปรับหน้าแทนฉันเมื่อกี้ล่ะคะ? ฉันจัดการเองได้!” “จัดการเหรอ? ด้วยการยืนให้เขาจ้องหน้าจนมุมเนี่ยนะ?” พายก้าวเข้าไปประชิดตัวภัณฑารักษ์สาว ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง ความโกรธผสมปนเปกับความห่วงใยทำให้ลมหายใจของทั้งคู่ร้อนผ่าวรดกัน “คุณมันพวกหัวรั้น เย็นชา และไม่เคยฟังใครเลยรินรดา!” “แล้วคุณมันก็พวกชอบทำอะไรตามอำเภอใจ ไร้ระเบียบ และน่ารำคาญที่สุด!” รินรดาตอบโต้ทันควัน ปากเรียวสวยเม้มเข้าหากันอย่างขัดใจ ทว่าหัวใจกลับเต้นรัวแรงขึ้นทุกทีเมื่อพบว่าใบหน้าของนักสืบสาวอยู่ใกล้เสียจนเผลอโฟกัสไปที่ริมฝีปากที่กำลังขยับเถียงฉอดๆ นั้น พายชะงักไปชั่วขณะเมื่อเห็นแววตาไหววับของอีกฝ่าย ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก “ปากเก่งจังเลยนะคะ... ไหนบอกว่าจัดการเองได้ ทำไมตอนนี้หน้าแดงแจ๋เลยล่ะคะคุณภัณฑารักษ์?” “ฉันไม่ได้หน้าแดง!” รินรดาปฏิเสธเสียงแข็ง รีบเบือนหน้าหนีเพื่อซ่อนความร้อนผ่าวบนพวงแก้ม แต่กลับถูกมือเรียวของพายคว้าปลายคางมนไว้ บังคับให้หันกลับมาสบตากันตรงๆ “อย่ามาโกหกเลยค่ะ...” เสียงกระซิบแผ่วเบาดังอยู่ใกล้แค่ริมหีบปาก พายโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด แววตาซุกซนเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งจนคนถูกมองต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก “แต่ช่างเรื่องเถียงกันก่อนเถอะค่ะ... เพราะดูเหมือนว่าเราเพิ่งจะได้ ‘เบาะแสสำคัญ’ จริงๆ จากการปะทะเมื่อกี้แล้วล่ะ” รินรดาขมวดคิ้วด้วยความสงสัย “หมายความว่ายังไงคะ?” พายไม่ได้ตอบเป็นคำพูด แต่ปลายนิ้วเรียวเอื้อมไปแตะที่กรอบรูปภาพวาดโบราณที่แขวนอยู่บนผนังด้านหลัง ซึ่งคาร์ลอสเพิ่งจะยืนบังไว้เมื่อครู่ เธออกแรงกดเบาๆ ที่มุมกรอบ... *คลิก!* เสียงกลไกซ่อนรูปดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับแผ่นไม้ด้านหลังกรอบรูปที่ค่อยๆ เผยอเปิดออก เผยให้เห็นซองเอกสารสีน้ำตาลเก่าคร่ำคร่าที่ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียน รินรดากลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ เธอกับพายสบตากันด้วยความตระหนักรู้ว่าความลับที่ทุกคนตามหากำลังอยู่ในมือแล้ว พายค่อยๆ ดึงซองเอกสารนั้นออกมาจากช่องลับ ทว่าทันทีที่เอกสารแผ่นแรกถูกดึงออกมาให้เห็นแสงสว่าง รอยยิ้มแห่งชัยชนะบนใบหน้าของนักสืบสาวก็ต้องแข็งค้าง... ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ เมื่อสิ่งที่ปรากฏอยู่บนกระดาษแผ่นนั้น ไม่ใช่หลักฐานการทุจริต หรือแผนผังของมีค่า แต่มันคือ... ภาพถ่ายใบหน้าของคนใกล้ตัวที่สุด ที่ถูกกากบาทสีแดงไว้อย่างน่ากลัว “นะ... นี่มัน...” พายพึมพำเสียงสั่น หันไปมองหน้ารินรดาที่ตอนนี้ซีดเผือดลงถนัดตา และก่อนที่ใครจะได้ทันตั้งตัว เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นจากโถงทางเดินด้านนอก พร้อมกับเสียงกระจกหน้าต่างที่แตกละเอียดเข้ามาราวกับมีผู้บุกรุกกลุ่มใหญ่กำลังพังประตูเข้ามาโอบล้อมพวกเธอไว้ทุกด้าน! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาติดกับดักความสัมพันธ์สุดแซ่บนี้ด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์หน้านิ่งกับยัยตัวแสบผู้ไขปริศนาภาพวาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%