"คุณถอยออกไปได้แล้วค่ะ พาย"
รินรดากล่าวเสียงเรียบ ทว่าลมหายใจของเธอกลับติดขัดเมื่อแผ่นหลังสัมผัสเข้ากับผนังห้องเก็บงานศิลปะที่เย็นเฉียบ เธอพยายามขยับตัวหนี แต่ท่อนแขนเรียวของหญิงสาวอีกคนกลับตรึงกั้นไว้ราวกับกรงขังที่มองไม่เห็น กลิ่นน้ำหอมจางๆ กลิ่นยาสูบอ่อนๆ และความอุ่นร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างกายของพายกำลังทำให้สติสัมปชัญญะของภัณฑารักษ์สาวที่ขึ้นชื่อว่านิ่งสงบดั่งผิวน้ำ สั่นคลอนอย่างรุนแรง
"จะให้ถอยไปไหนคะ? ในเมื่อข้างหลังคุณมันคือทางตัน... หรือว่าคุณอยากให้ฉันรุกเข้ามามากกว่านี้ล่ะ รินรดา?"
พายโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน สายตาคู่นั้นไม่ได้มีความล้อเล่นอย่างที่ปากพูด แต่มันวาววับไปด้วยความดุดันและหวงแหนอย่างเปิดเผย รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น เธอกำลังถูก 'นักล่า' ต้อนจนมุม ทั้งที่ความจริงแล้วพื้นที่ตรงนี้คือห้องทำงานของเธอเอง
"คุณน่ะ... เสียมารยาทที่สุด" รินรดาเฟ้นหาคำพูดมาโต้ตอบเพื่อรักษามาดเดิม แต่เสียงของเธอกลับสั่นพร่า
"เสียมารยาทหรือห่วงใย เลือกเอาดีๆ นะคะ" พายลดเสียงต่ำลง ดวงตาคมกริบกวาดมองไปทั่วบริเวณห้องโถงกว้างที่เงียบเชียบก่อนจะกลับมาสบตาคนในอ้อมแขน "ตั้งแต่ก้าวเข้ามาในปีกซ้ายของพิพิธภัณฑ์ ฉันสัมผัสได้ถึงสายตาคู่หนึ่งที่ไม่ได้มาจากรูปวาดในห้องนี้ มันจ้องคุณ... ตั้งแต่คุณก้าวเท้าเข้าประตูมา"
รินรดาชะงัก เธอพยายามจะหันไปมองรอบๆ แต่พายใช้มือข้างหนึ่งเชยคางเธอไว้บังคับให้หันกลับมาสบตากัน
"อย่าหัน" พายสั่งเสียงเฉียบขาด "ถ้าคุณหันไปตอนนี้ มันจะรู้ตัวว่าเราไหวตัวทัน"
บรรยากาศในห้องศิลปะแปรเปลี่ยนจากความตึงเครียดของ 'คู่กัด' กลายเป็นความระแวดระวังถึงขีดสุด เงาของรูปวาดรูปบุคคลในยุคเรอเนซองส์ที่แขวนอยู่บนผนังดูราวกับมีชีวิตขึ้นมาจริงๆ ในจังหวะที่ไฟเพดานกะพริบถี่ๆ ก่อนจะดับลงชั่วขณะ ความมืดมิดเข้าปกคลุมจนรินรดาเผลอคว้าชายเสื้อสูทของพายไว้แน่นตามสัญชาตญาณ
ทันใดนั้น พายก็ก้าวเข้าประชิดตัวรินรดาจนไร้ช่องว่าง ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดข้างใบหูของภัณฑารักษ์สาวจนขนลุกชัน
"เงียบไว้นะคะ..." พายกระซิบชิดริมฝีปาก "หัวใจคุณเต้นแรงมาก... เต้นแรงจนฉันเกือบจะลืมไปเลยว่ากำลังถูกใครจ้องอยู่"
รินรดาพยายามบังคับหัวใจที่กำลังเต้นเร่าให้สงบลง เธอไม่ได้กลัว 'ผู้บุกรุก' อย่างที่ควรจะเป็น แต่เธอกำลังกลัว 'ความใกล้ชิด' นี้มากกว่า พายไม่ได้แค่ปกป้องเธอจากสายตาปริศนา แต่นักสืบสาวกำลังใช้ร่างกายของตนเองเป็นเกราะกำบัง และถือโอกาสนี้รุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวของเธออย่างไม่เกรงใจ
"ปล่อยได้แล้วค่ะ..." รินรดาพึมพำเมื่อแสงไฟเริ่มกลับมาสว่างขึ้นอีกครั้ง แม้จะพูดแบบนั้น แต่เธอกลับไม่ได้ขยับตัวออกห่าง
พายถอนหายใจยาว ก่อนจะยอมถอยหลังออกไปหนึ่งก้าว ทิ้งให้รินรดารู้สึกเหมือนสูญเสียจุดยึดเหนี่ยวในพริบตา แต่นักสืบสาวยังคงทำหน้าตาเรียบเฉย พลางหยิบปากกาสีเงินออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วหมุนเล่นในมือราวกับเป็นอาวุธคู่กาย
"ในเมื่อมันอยากจ้องนัก เราก็ควรให้มันเห็นอะไรที่น่าสนใจกว่าเดิมดีไหมคะ?" พายยิ้มมุมปาก เป็นยิ้มที่ดูอันตรายและเจ้าเล่ห์จนรินรดาต้องถอยกรูด
"คุณจะทำอะไร?"
"ล่อเสือออกจากถ้ำไงคะ" พายก้าวเดินไปที่รูปวาดฝีมือคาร์ลอสที่วางตั้งอยู่บนขาหยั่งตรงกลางห้อง เธอทำท่าทีเหมือนกำลังวิเคราะห์ภาพวาดนั้นอย่างจริงจัง ก่อนจะหันมาส่งสายตาให้รินรดา "คุณช่วยทำเป็นโกรธฉันหน่อยสิคะ... เอาให้สมจริงที่สุด แบบที่พวกไฮโซชอบทำเวลาที่งานศิลปะโดนวิจารณ์น่ะ"
รินรดาเข้าใจทันที เธอปรับสีหน้าให้เย็นชาและเย่อหยิ่งดั่งเช่นทุกครั้งที่ต้องเผชิญหน้ากับคนไม่รู้จัก เธอเดินไปหยุดตรงหน้าพายด้วยท่วงท่าที่สง่างาม
"คุณไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องผลงานชิ้นนี้ พาย!" รินรดาขึ้นเสียงแสร้งทำเป็นโกรธจัด "ถอยออกไป ก่อนที่ฉันจะสั่งให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเชิญคุณออกไปจากพิพิธภัณฑ์!"
พายแสร้งหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะกังวานและกวนประสาท "โธ่ รินรดา แค่ภาพวาดเน่าๆ ของคาร์ลอสเนี่ยนะ? ฉันเห็นแล้วยังขำเลย รสนิยมต่ำกว่าที่คิดนะคะเนี่ย"
ในขณะที่ทั้งคู่ปะทะฝีปากกันอย่างเผ็ดร้อน พายไม่ได้ละสายตาจากกระจกเงาบานใหญ่ที่ติดอยู่ตรงมุมห้อง ซึ่งสะท้อนให้เห็นภาพความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติหลังม่านกำมะหยี่สีแดงสดตรงทางเข้า
เงาดำสายหนึ่งขยับไหวอย่างรวดเร็ว
"มาแล้วสินะ" พายพึมพำเบาๆ จนแทบไม่ได้ยิน ก่อนจะคว้าข้อมือของรินรดาแล้วดึงเข้าหาตัวอีกครั้งอย่างแรงจนแผ่นหลังของเธอกระแทกเข้ากับอกอุ่น
"ว้าย!"
พายไม่ได้ฟังเสียงอุทานนั้น แต่นักสืบสาวกลับใช้อีกมือหนึ่งชักมีดพับขนาดเล็กออกมาแล้วปาไปปักเข้าที่ผืนผ้ากำมะหยี่นั่นอย่างแม่นยำในระยะไกล เสียงร้องอุทานด้วยความตกใจดังมาจากหลังม่าน ก่อนที่ฝีเท้าหนักๆ จะวิ่งหนีหายไปในความมืด
รินรดาหอบหายใจถี่ เธอหันไปสบตาคนในอ้อมแขนที่ยังคงโอบกอดเธอไว้แน่น ดวงตาของพายในตอนนี้ดูดุดันและไร้ความขี้เล่นโดยสิ้นเชิง
"คุณ... รู้ตัวตั้งแต่เมื่อไหร่ว่ามันอยู่ตรงนั้น?" รินรดาถามเสียงสั่น
พายไม่ตอบ แต่กลับโน้มใบหน้าลงมาจนชิดริมฝีปากของรินรดาอีกครั้ง คราวนี้ไม่มีแววหยอกล้อ มีเพียงความกดดันที่ทำให้อารมณ์ของรินรดากระเจิงไปหมด
"ฉันไม่ได้รู้แค่ว่ามันอยู่ไหน" พายเว้นจังหวะ สายตาจดจ้องไปที่ริมฝีปากของรินรดาอย่างหิวกระหาย "ฉันยังรู้ด้วยว่า... ตั้งแต่แรก คุณไม่ได้กลัวไอ้คนที่แอบดูนั่นเลย แต่คุณกำลังกลัวฉันต่างหาก... จริงไหมคะ?"
รินรดาอ้าปากจะเถียง แต่ก่อนที่เธอจะได้พูดอะไร ประตูบานใหญ่ของห้องจัดแสดงก็ถูกผลักเข้ามาโดยคาร์ลอส พร้อมกับเสียงฝีเท้าของบอดี้การ์ดนับสิบคนที่กรูกันเข้ามาล้อมกรอบพวกเธอไว้
"ดูเหมือนเราจะได้รับแขกคนสำคัญเข้าแล้วนะคะ" พายพึมพำโดยไม่ละสายตาจากรินรดา ก่อนจะเหยียดยิ้มให้ผู้มาเยือน "ว่าไงคะคุณคาร์ลอส... คืนนี้กะจะมาเก็บกวาดขยะ หรือว่ามาจบเรื่องที่ค้างคาไว้กันแน่?"
บลัดดี้แมรี่ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามความเข้มข้นมาจนถึงบรรทัดนี้ พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ
ภัณฑารักษ์หน้านิ่งกับยัยตัวแสบผู้ไขปริศนาภาพวาด•ตอนที่ 5
ใครกันแน่ที่จ้องมอง
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์หน้านิ่งกับยัยตัวแสบผู้ไขปริศนาภาพวาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!