เศษซากกระจกที่แตกกระจายเกลื่อนพื้นห้องจัดแสดงสะท้อนแสงไฟนีออนสีส้มจากเพดานวับวับวาววาว ราวกับดวงตาของอสูรกายที่กำลังแยกเขี้ยวใส่ผู้บุกรุก รินรดาไม่เปิดโอกาสให้สัญชาตญาณความกลัวได้ทำงาน มือเรียวบางภายใต้ถุงมือหนังสีดำกระชากแขนเสื้อสูทของพายให้หลบเข้าหลังเสาหินอ่อนแกรนิตขนาดใหญ่ได้อย่างเฉียดฉิว เสียงฝีเท้าหนักหน่วงของหน่วยรักษาความปลอดภัยส่วนตัวที่สวมหน้ากากกันแก๊สพิษกรูเข้ามาล้อมรอบพื้นที่ราวกับฝูงไฮยีน่าที่ได้กลิ่นเลือด
"บอกแล้วไงคะว่ารสนิยมการเปิดตัวของแขกบ้านนี้มันแย่เสียจนน่าเอาหัวโขกฝา" พายกระซิบชิดริมหูของภัณฑารักษ์สาว ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงท่ามกลางกลิ่นอายอันตราย แม้สถานการณ์จะบีบคั้นจนแทบหยุดหายใจ แต่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์และแววตาพราวระยับของนักสืบสาวตัวแสบกลับไม่ได้บ่งบอกถึงความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันคือความท้าทายที่ถูกปลุกเร้าจนถึงขีดสุด
รินรดาขบกรามแน่น สายตาคมกริบกวาดมองประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว เธอขยับตัวถอยหนีเล็กน้อยเพื่อสร้างระยะห่าง แต่พื้นที่แคบหลังเสาหินกลับทำให้แผ่นหลังชนเข้ากับอกอุ่นของคนด้านหลังอย่างช่วยไม่ได้ "ถ้าคุณยังพูดมากและทำตัวรุ่มร่ามในสถานการณ์แบบนี้ ฉันจะปล่อยให้พวกมันหิ้วตัวคุณไปเป็นคนแรกค่ะ คุณพาย"
"ใจร้ายจังเลยนะคะ คุณภัณฑารักษ์หน้าตาย" พายหัวเราะในลำคอเบาๆ มือซ้ายแกล้งขยับเข้าโอบเอวคอดกิ่วของรินรดาไว้หลวมๆ เพื่อพิงแอบหลบมุมจากแสงไฟฉายที่กวาดผ่าน "แต่เชื่อฉันเถอะค่ะ ว่าถ้าฉันโดนหิ้วไป คนที่จะนอนไม่หลับกระสับกระส่ายเพราะคิดถึงฉัน ก็คือคนที่ยืนตัวแข็งทื่อแล้วแกล้งทำเป็นดุฉันอยู่ตอนนี้แหละ"
คำพูดกวนประสาทนั้นทำเอารินรดารู้สึกร้อนผ่าวที่พวงแก้มอย่างห้ามไม่อยู่ หัวใจที่ควรจะเต้นเป็นจังหวะปกติกลับกระหน่ำรัวราวดรัมเมอร์ตกมัน ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อกองกำลังติดอาวุธตรงหน้า แต่เป็นเพราะสัมผัสแนบชิดและไออุ่นจากคนที่ฉวยโอกาสฉวยความได้เปรียบในยามวิกฤตต่างหาก รินรดาอยากจะหันไปฟาดสักเพပ်ะให้หายหมั่นไส้ แต่เสียงฝีเท้าที่หยุดชะงักลงตรงหน้าเสาหินต้นที่พวกเธอยืนอยู่ทำให้ต้องกลืนก้อนความโกรธลงคออย่างจำใจ
"ท่านคาร์ลอสสั่งให้เคลียร์พื้นที่ให้เรียบร้อย ถ้าเจอตัวหนอนแมลงที่แอบเข้ามาสอดแนม... จัดการได้เลย ไม่ต้องรอให้รายงาน" เสียงทุ้มต่ำลอดผ่านหน้ากากกรองอากาศของหัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยดังขึ้น สั่งการด้วยความเด็ดขาดและไร้ความปรานี
ในวินาทีที่แสงไฟฉายสาดส่องเข้ามาใกล้ซอกเสาที่พวกเธอซ่อนตัว รินรดากลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ ร่างกายเกร็งเครียดเตรียมพร้อมที่จะพุ่งออกไปปะทะ แต่มือเรียวของพายกลับเอื้อมขึ้นมาปิดปากเธอไว้เบาๆ พร้อมกับดึงรั้งร่างของเธอให้แนบชิดติดกับอกของตนเองยิ่งขึ้น กลิ่นน้ำหอมเจือจางผสมกับกลิ่นอายความตื่นเต้นเฉพาะตัวของพายโชยเข้าจมูก ปลุกเร้าประสาทสัมผัสทุกส่วนจนรินรดาลืมหายใจ ดวงตาคู่สวยสบเข้ากับดวงตาพราวระยับที่มองตรงมาในความมืด ความใกล้ชิดนี้มันอันตรายเกินไป... อันตรายเสียยิ่งกว่ากระบอกปืนที่จ่ออยู่ด้านนอกเสียอีก
เมื่อกลุ่มผู้บุกรุกเดินเลี่ยงไปอีกฝั่งของห้องโถง พายจึงค่อยๆ ลดมือลง แต่ยังคงไม่ยอมปล่อยเอวบางออกจากอ้อมแขน รินรดาผลักอกอีกฝ่ายออกเบาๆ ด้วยใบหน้าที่ขึ้นสีแดงเรื่อ พยายามปรับน้ำเสียงให้ราบเรียบและเย็นชาที่สุดเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหวที่ตีรวนอยู่ในอก
"เลิกฉวยโอกาสเสียทีค่ะ เราต้องหาทางออกไปจากที่นี่ก่อนที่คาร์ลอสจะรู้ตัวว่าเรายังอยู่"
"แหม ฉันก็แค่ตรวจเช็คความปลอดภัยให้คุณเองนะคะ" พายไหล่งับรอยยิ้มทะเล้น แต่แววตาคู่สวยกลับเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นเมื่อมองลึกเข้าไปในดวงตาของภัณฑารักษ์สาว "แต่ดูเหมือนว่า... เจ้าของพิพิธภัณฑ์คนนี้จะเริ่มระแคะระแคะเรื่องที่เรากำลังขุดคุ้ยเขาแล้วล่ะค่ะ รินรดา"
ในขณะเดียวกัน ที่ห้องทำงานวีไอพีชั้นบนสุดของคลังศิลปะ คาร์ลอสยืนกอดอกจ้องมองภาพจากกล้องวงจรปิดผ่านหน้าจอแท็บเล็ตเครื่องหรู รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก ดวงตาคมปลาวาฬหรี่ลงด้วยความครุ่นคิด ภาพของภัณฑารักษ์สาวผู้เย่อหยิ่งและนักสืบจอมจุ้นที่กำลังหลบซ่อนตัวอยู่ในมุมอับของห้องจัดแสดงสะท้อนอยู่ในแววตาที่เต็มไปด้วยเล่ห์กล
"ปล่อยให้พวกมันเล่นสนุกไปก่อน..." คาร์ลอสเอ่ยกับความว่างเปล่า น้ำเสียงทุ้มต่ำเต็มไปด้วยอำนาจมืด "ยิ่งพวกมันพยายามขุดคุ้ยความลับของภาพวาดชิ้นนั้นมากเท่าไหร่ หลุมฝังศพของพวกมันก็จะยิ่งลึกขึ้นเท่านั้น"
เขากดปุ่มสื่อสารบนโต๊ะทำงาน สั่งการเสียงเฉียบขาด "เปิดระบบล็อกนิรภัยชั้นที่สาม ตัดสัญญาณสื่อสารทั้งหมดในตึกซะ... แล้วต้อนหนูสองตัวนั้นเข้ามาในห้องเก็บภาพวาดใต้ดิน ฉันจะต้อนรับพวกมันด้วยตัวเอง"
ตัดกลับมาที่ห้องโถงจัดแสดง รินรดายังไม่ทันได้ก้าวขาออกจากการซ่อนตัว จู่ๆ เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานก็ดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับประตูเหล็กกล้าบานยักษ์ที่เลื่อนปิดลงมาจากเพดานอย่างรวดเร็ว ปิดตายทุกเส้นทางเข้าออกจนหมดสิ้น ความมืดมิดเข้าปกคลุมพื้นที่รอบตัวในชั่วพริบตา เหลือเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีแดงที่กะพริบวับวาบสาดส่องใบหน้าของทั้งคู่ให้ดูพร่าเลือนและชวนขนหัวลุก
พายคว้ามือขวาของรินรดาไว้แน่น กระชับสัมผัสให้มั่นคงท่ามกลางความโกลาหล "ดูท่าทาง... คาร์ลอสจะไม่ได้แค่สงสัยเราเล่นๆ แล้วล่ะค่ะ คุณภัณฑารักษ์"
รินรดากระชับมือกลับเล็กน้อย ความกลัวถูกแทนที่ด้วยความเด็ดเดี่ยว เธอมองตรงไปยังประตูเหล็กบานใหญ่ที่ปิดสนิทเบื้องหน้า ก่อนจะหันมาสบตากับคนข้างกายที่พร้อมจะลุยไปด้วยกันทุกสถานการณ์ "ถ้าเขาอยากเล่นเกมไล่ล่า... เราก็แค่ต้องทำให้เขาเห็นว่า ใครกันแน่ที่จะเป็นฝ่ายถูกล่าในตอนสุดท้ายค่ะ"
ทว่า ก่อนที่ทั้งคู่จะได้ขยับตัว เสียงปรบมือช้าๆ แต่อลังการก็ดังขึ้นมาจากความมืดเบื้องหลัง พร้อมกับเสียงฝีเท้าของบุคคลที่สามที่ก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าพวกเธออย่างเงียบเชียบ...
ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับความสัมพันธ์ที่กำลังก่อตัวขึ้นท่ามกลางอันตรายนี้นะคะ
ภัณฑารักษ์หน้านิ่งกับยัยตัวแสบผู้ไขปริศนาภาพวาด•ตอนที่ 7
เกมไล่ล่าที่เริ่มระอุ
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์หน้านิ่งกับยัยตัวแสบผู้ไขปริศนาภาพวาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!