กลิ่นอายจางๆ ของน้ำมันสนและกระดาษเก่าคละคลุ้งอยู่ในห้องเก็บภาพใต้ดินของแกลเลالี่ แต่สิ่งที่อบอวลยิ่งกว่าคือความเงียบงันที่กดดันจนแทบได้ยินเสียงจังหวะหัวใจของคนทั้งคู่
"คุณกำลังโกหก, พาย"
น้ำเสียงของรินรดาเรียบสนิทราวกับผิวน้ำในบึงลึก ไร้ซึ่งระลอกคลื่นแห่งความโกรธเกรี้ยว แต่มันกลับคมกริบเสียจนบาดลึกเข้าไปถึงขั้วหัวใจ คนตัวสูงในชุดสูทเข้ารูปยืนกอดอกพิงชั้นวางผลงานศิลปะ ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะลงกับข้อศอกเป็นจังหวะเนิบนาบ ทว่าดวงตาสีนิลคู่นั้นกลับจับจ้องตรงมาที่ร่างบางซึ่งยืนอยู่หลังโต๊ะทำงานอย่างไม่ยอมละสายตา
พายสะดุ้งเล็กน้อย เผลอกัดริมฝีปากล่างโดยไม่รู้ตัว เธอพยายามซ่อนเอกสารแผ่นสำคัญที่เพิ่งดึงออกมาจากแฟ้มของคาร์ลอสไว้เบื้องหลังลำตัว รอยยิ้มทะเล้นที่มักจะประดับอยู่บนใบหน้าเสมอยามเผชิญหน้ากับภัณฑารักษ์สาวมาดนิ่งในยามนี้กลับมลายหาย Sไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความอึดอัดที่เกาะกุมลำคอ
"โกหกอะไรกันคะคุณริน... ฉันเนี่ยนะจะกล้าโกหกภัณฑารักษ์คนเก่งผู้ตรวจเช็กความจริงได้ทุกกระเบียดนิ้ว" พายฝืนหัวเราะแห้งๆ ออกมา น้ำเสียงที่เคยสดใสกลับสั่นพร่าโดยไม่ตั้งใจ "คุณก็คิดมากไปเองอีกแล้วนะ"
"คิดมากงั้นเหรอคะ?" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นเยียบจนพายต้องลอบกลืนน้ำลายลงคอ ร่างระหงก้าวเข้ามาประชิดทีละน้อย ทุกย่างก้าวเปี่ยมด้วยความกดดันและสง่างามราวกับเสือดาวกำลังต้อนเหยื่อเข้ามุม "เอกสารซื้อขายภาพวาดเซ็ตสุดท้ายจากคาร์ลอส... คุณตั้งใจซ่อนมันจากฉันใช่ไหมพาย"
พายถอยหลังจนสะโพกชนเข้ากับขอบโต๊ะ ไรทางหนีทีไล่เมื่อรินรดายื่นมือข้างหนึ่งยันชั้นวางของไว้ กักตัวเธอไว้ในวงแขน กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมความเย็นยะเยือกที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของรินรดาโชยปะทะจมูก ชวนให้สติกระเจิดกระเจิงจนแทบคิดคำแก้ตัวไม่ออก
"ฉันแค่... ไม่อยากให้คุณต้องเอาตัวเข้าไปเสี่ยงกับตาแก่บ้านั่นอีก" พายจำต้องยอมจำนนด้วยหลักฐานและสายตาคุกคามคู่นั้น เธอยอมละมือจากการซ่อนเอกสารแล้ววางมันลงบนโต๊ะเบาๆ แววตาที่มองอีกฝ่ายเต็มไปด้วยความห่วงใยที่ปกปิดไม่มิด "คุณก็รู้ว่าคาร์ลอสมันไม่ได้เล่นตามกติกา ถ้ามันรู้ว่าเราเจอเบาะแสเรื่องภาพวาดปลอมชุดนั้น มันไม่ปล่อยคุณไว้แน่ๆ ริน"
รินรดาชะงักไปชั่วขณะเมื่อได้ยินสรรพนามที่หลุดออกมาจากปากคนตรงข้าม และยิ่งเมื่อได้เห็นแววตาที่ฉายความกังวลอย่างจริงใจคู่นั้น ความเย็นชาที่เธอพยายามสร้างขึ้นเพื่อเกราะกำบังก็พังทลายลงในเสี้ยววินาที ทว่าความดื้อรั้นและศักดิ์ศรีของภัณฑารักษ์สาวก็ยังคงค้ำคออยู่
"แล้วใครใช้ให้คุณมาตัดสินใจแทนฉันล่ะคะ?" รินรดาเอ่ยเสียงเบาลง แต่ยังคงมีความดุดันเจืออยู่ ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนักสืบสาว "คุณคิดว่าฉันปกป้องตัวเองไม่ได้หรือไง ถึงต้องทำตัวเป็นฮีโร่แล้วเก็บงำความเสี่ยงไว้คนเดียวแบบนี้"
"ฉันไม่ได้ทำตัวเป็นฮีโร่!" พายเถียงกลับทันควัน ความหงุดหงิดผสมปนเปกับความน้อยใจพุ่งพล่านจนต้องเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายตรงๆ "ฉันแคร์คุณ! คุณไม่เข้าใจหรือไงริน... ถ้าคุณเป็นอะไรไปเพราะคดีบ้าๆ นี่ คนที่จะอยู่ไม่ได้คือฉันต่างหากเล่า!"
สิ้นคำพูดนั้น ห้องใต้ดินทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจที่กระชั้นชิดของคนทั้งคู่ พายหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายที่เผลอหลุดปากพูดความในใจออกไปจนหมดเปลือก เธอเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ไม่กล้าสู้สายตาดุดันแต่ทอประกายบางอย่างที่เธอกลัวเกินกว่าจะตีความได้ของรินรดา
รินรดานิ่งงัน หัวใจเต้นรำผิดจังหวะอยู่ใต้เสื้อสูทเนื้อดี ความตั้งใจที่จะต่อว่าอีกฝ่ายมลายหายไปสิ้นเมื่อได้ยินประโยคสารภาพที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความปากเก่ง ร่างบางขยับเข้าไปใกล้มากกว่าเดิม จนปลายจมูกแทบจะชนกัน มือเรียวที่เคยยันชั้นวางของไว้ค่อยๆ เลื่อนขึ้นมาแตะที่ปลายคางมนของพาย บังคับให้อีกฝ่ายหันกลับมาสบตากันตรงๆ
"ปากดีเสียจริงนะคะ..." รินรดากระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงอ่อนลงจนแทบกลายเป็นเสียงกระซิบ ทว่าแววตากลับพราวระยับด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะเอ่ยออกมาทั้งหมด "แต่เรื่องสำคัญแบบนี้... ครั้งหน้า... ห้ามปิดบังฉันอีก เข้าใจไหมคะ"
พายใจเต้นรำกระหน่ำจนแทบทะลุออกมานอกอก ความใกล้ชิดที่ระอุไปด้วยความร้อนรุ่มทำให้เผลอไล่สายมองริมฝีปากอิ่มที่ขยับพูดจาคาดคั้นเธอเมื่อครู่ สมองขาวโพลนจนลืมสิ้นทุกคำแก้ตัว
"ถ้าฉันไม่สัญญา..." พายยังไม่วายส่งเสียงอู้อี้ในลำคอด้วยความดื้อรั้นตามนิสัยเดิม "คุณจะทำไมฉันล่ะคะ ภัณฑารักษ์หน้า..."
คำพูดที่เหลือถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อรินรดายื่นหน้าเข้ามาประทับริมฝีปากลงบนเรียวปากของเธออย่างรวดเร็วและเด็ดขาด เป็นสัมผัสที่ไม่ได้ล่วงเกินแต่กลับหนักแน่นและตรึงร่างของนักสืบสาวไว้กับที่ราวกับถูกสะกด พายเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ร่างกายแข็งทื่อไปชั่วขณะก่อนที่หัวใจจะละลายยวบลงในอ้อมกอดของความรู้สึกที่เอ่อล้น
ในจังหวะที่รินรดาผละริมฝีปากออกมาช้าๆ ทิ้งระยะห่างเพียงลมหายใจกั้น แววตาของทั้งคู่ประสานกันอย่างมีความหมาย ลึกล้ำ และเตลิดเกินกว่าจะถอนตัวกลับ ทว่าก่อนที่บรรยากาศหวานปนพายุอารมณ์จะได้ดำเนินต่อไป
*ปัง!*
เสียงประตูกระจกห้องใต้ดินด้านบนถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ที่ก้าวเข้ามาพร้อมเพรียงกัน
"ท่านประธานบอกว่าเอกสารสำคัญหายไปแถวนี้... ค้นให้ทั่ว!" เสียงทุ้มต่ำและน่ากลัวของลูกน้องมือขวาของคาร์ลสดังก้องลงมาตามบันไดวน
พายสะดุ้งสุดตัว สติกลับคืนมาในฉับพลัน รินรดาเองก็หันขวับไปมองทางบันไดด้วยแววตาที่กลับมาคมกริบและเย็นชาดั่งเดิมในเสี้ยววินาที ร่างระหงรีบดันตัวถอยห่างจากพายอย่างรวดเร็ว พร้อมกับกวาดเอกสารบนโต๊ะซ่อนไว้ใต้กองหนังสือศิลปะเล่มหนาอย่างแนบเนียน
ทว่า ก่อนที่บุคคลผู้มาเยือนจะก้าวพ้นขอบบันไดขั้นสุดท้ายลงมาถึงห้องใต้ดิน รินรดาหันมามองพายด้วยหางตา พร้อมกับกระซิบด้วยเสียงที่เบาจนแทบไม่ได้ยินแต่เฉียบขาดที่สุด
"เรื่องของเรา... ยังไม่จบแค่นี้แน่ค่ะ พาย"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นระทึกไปกับความลับและหัวใจของพวกเธอ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ภัณฑารักษ์หน้านิ่งกับยัยตัวแสบผู้ไขปริศนาภาพวาด•ตอนที่ 22
คำโกหกที่ขาวสะอาด
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์หน้านิ่งกับยัยตัวแสบผู้ไขปริศนาภาพวาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!