กลิ่นแชมเปญชั้นดีเจือจางด้วยกลิ่นอายอับชื้นของคราบน้ำมันบนผืนผ้าใบโบราณ... นั่นคือสิ่งแรกที่รินรดาสัมผัสได้เมื่อก้าวเท้าผ่านประตูเหล็กดัดลายวิจิตรของคฤหาสน์ริมน้ำ คาร์ลอสไม่ได้จัดงานเลี้ยงนี้ขึ้นเพื่อความสำราญ แต่มันคือสนามประลอง และพวกเธอกำลังเดินเข้าสู่รังของเสือร้ายโดยสวมเพียงหน้ากากขนนกสีดำอำพรางใบหน้า
ภายใต้สูททักซิโด้เข้ารูปสีดำสนิทที่ตัดเย็บอย่างประณีต รินรดายืนตัวตรงราวกับเสาหินอ่อน ร่างกายสง่างามแต่เย็นชา เจ้าระเบียบทุกกระเบียดนิ้ว แม้แต่รอยยับเล็กๆ บนปกเสื้อก็ไม่อาจเล็ดลอดสายตาเธอไปได้ ทว่าหัวใจใต้ความนิ่งขรึมนั้นกลับเต้นผิดจังหวะ—ไม่ใช่เพราะความหวาดกลัวต่ออิทธิพลของคาร์ลอส แต่เป็นเพราะผู้หญิงที่ยืนอยู่เบื้องข้างต่างหาก
"คุณรินคะ... ขยับหน้ากากลงมาอีกนิดสิคะ เดี๋ยวความสวยเฉียบขาดนี่จะไปบาดตาแขกเหรื่อผู้ทรงเกียรติในงานเข้าจนหมด"
เสียงกระซิบแหบพร่าเย้าแหย่ดังขึ้นข้างใบหู พร้อมกับปลายนิ้วอุ่นจัดที่เอื้อมมาจัดปีกหน้ากากขนนกบนใบหน้าของเธออย่างถือวิสาสะ พายในชุดราตรีผ้าซาตินสีแดงเพลิงผ่าสูงเผยให้เห็นเรียวขากลึงยาว ท่อนบนดีไซน์เกาะอกเน้นสัดส่วนโค้งเว้าเย้ายวนสะกดทุกสายตาในห้องโถงใหญ่ รัศมีของความพราวเสน่ห์และความร้ายกาจแผ่ซ่านออกมาจนผู้ชายหลายคนในงานเหลียวมองตาค้าง
รินรดาปัดมือซุกซนนั้นออกทันทีด้วยใบหน้าไร้ระลอกคลื่น แม้หัวใจจะกระตุกวูบกับสัมผัสเมื่อครู่ก็ตาม
"เก็บมือของคุณไว้ลูบไล้เบาะรถตอนที่เราหนีตายดีกว่าค่ะคุณพาย หรือถ้าคุณยังอยากรักษานิ้วเรียบร้อยครบสิบเส้น ก็ช่วยทำตัวให้สมกับเป็นสายลับจำเป็น ไม่ใช่สาวสังคมที่กำลังหาเหยื่อเต้นรำ"
รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ สายตาดุคมกริบกวาดมองไปรอบห้องโถงสไตล์บาโรกที่มีผู้คนสวมหน้ากากแฟนซีเดินขวักไขว่ แสร้งทำเป็นเสพงานศิลป์ราคาแพงที่แขวนประดับบนผนัง
พายหัวอกเบาๆ ในลำคอ ดวงตาคู่สวยใต้หน้ากากพราวระยับด้วยประกายความสนุกสนาน เธอขยับเข้าหารินรดาจนไหล่ชนกัน กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมอำพันลอยแตะจมูกจนคนมาดนิ่งเผลอกลั้นหายใจ
"หึงเหรอคะ?" พายเอียงคอถามด้วยน้ำเสียงกวนประสาท น้ำเสียงหวานหยดแต่แฝงแววท้าทาย "ก็คุณเล่นแต่งตัวเป็นมาเฟียสาวหน้าตาย เคร่งขรึมจนคนอื่นเขาไม่กล้าเข้าใกล้ ฉันก็ต้องทำหน้าที่กระจายความสนใจให้เราเดินสืบข้อมูลได้ง่ายขึ้นสคะ... หรือว่า ที่คุณทำหน้าบึ้งอยู่ตอนนี้ เพราะตบะแตกกับชุดราตรีสีแดงของฉันกันแน่?"
"ไร้สาระค่ะ" รินรดาเชิดหน้าขึ้นปฏิเสธทันควัน แม้ว่าพวงแก้มขาวเนียนจะขึ้นสีระเรื่ออย่างรวดเร็วจนต้องเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนความพิรุธ ชุดราตรีสีแดงเพลิงของพายไม่ได้แค่งดงาม แต่มันดึงดูดสายตาจนรินรดาเผลอมองสำรวจเรือนร่างนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าตั้งแต่อยู่ในรถยนต์จนกระทั่งวินาทีนี้ ความเย้ายวนที่เปิดเผยอย่างไร้ความเกรงกลัวทำให้ภัณฑารักษ์ผู้เคร่งระเบียบรู้สึกราวกับถูกไฟแผดเผาตัวตนอันสุขุมเยือกเย็นของเธอทีละน้อย
"ปากแข็งจังนะคะ" พายโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนริมฝีปากแทบจะแนบชิดกับใบหูที่ขึ้นสีแดงจัดของอีกฝ่าย "แต่สายตาเมื่อกี้ของคุณ... ที่มองไล่ตั้งแต่สะโพกลงมาถึงข้อเท้าฉันตอนอยู่หน้ากระจก... มันบอกความจริงยิ่งกว่าคำพูดเสียอีกนะคะ รินรดา"
รินรดาหันขวับกลับมา หมายจะต่อปากต่อคำเพื่อกลบเกลื่อนความวูบไหวในอก แต่ทว่าสายตาคมกลับสะดุดเข้ากับความนุ่มลึกในแววตาคู่สวยของนักสืบสาวที่จ้องมองมาอย่างจริงจัง ไร้ร่องรอยของการหยอกล้อ ชั่วขณะหนึ่ง... โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุน เสียงเพลงบรรเลงจากวงดนตรีคลาสสิกเลือนหายไป เหลือเพียงจังหวะลมหายใจอุ่นๆ ที่รดรินอยู่ใกล้ชิด
เคมีที่ดึงดูดและผลักไสระหว่างคนทั้งสองรุนแรงเสียจนรินรดารู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง เธอเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ให้กับความนิ่งเงียบที่กดดันหัวใจตัวเองเสียเอง มือเรียวใต้ถุงมือสีดำกำเข้าหากันแน่นเพื่อเรียกสติ
"เลิกเล่นลิ้นแล้วทำตามแผนค่ะ คาร์ลอสกำลังเดินมาทางนี้"
พายหรี่ตาลงเล็กน้อยเมื่อเห็นเป้าหมายก้าวเข้ามาจากระเบียงด้านใน ร่างสูงใหญ่ของนักสะสมงานศิลปะผู้ทรงอิทธิพลปรากฏกายขึ้นภายใต้หน้ากากรูปปีศาจเงิน เขากวาดสายตามองมาที่พวกเธอด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นที่ชวนให้สันหลังวาบหวิว
"ยินดีต้อนรับสู่ค่ำคืนแห่งความลับครับ 레이디스 (เลดีส์)..." เสียงทุ้มต่ำของคาร์ลอสเอ่ยทักทายขณะก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้า "ไม่นึกเลยว่างานศิลป์ชิ้นเอกของผม จะมีแขกผู้สูงศักดิ์แอบลักลอบเข้ามาชมถึงห้องลับด้านใน... โดยเฉพาะคุณภัณฑารักษ์ผู้ไม่เคยพลาดเรื่องภาพวาด"
รินรดากลับคืนสู่โหมดภัณฑารักษ์สาวผู้เยือกเย็นและไร้ความหวาดกลัวในเสี้ยววินาที เธอยกยิ้มมุมปากอย่างเย่อหยิ่ง ทัดทานแรงกดดันมหาศาลจากเจ้าบ้านได้อย่างสมบูรณ์แบบ
"ภาพวาดชิ้นนั้นมีรอยตำหนิที่น่าเกลียดค่ะคุณคาร์ลอส และฉันมาที่นี่เพื่อพิสูจน์ว่าของปลอมไม่มีวันกลายเป็นของจริงได้ ต่อให้คุณจะเอาหน้ากากราคาแพงมาสวมทับมันก็ตาม"
คาร์ลอสหัวเราะในลำคอแววตาวาวโรจน์ด้วยความขบขัน "ปากกล้าดีนี่ครับ... น่าเสียดายที่ความจริงบางอย่าง มักจะถูกฝังกลบเอาไว้ใต้ผืนผ้าใบชิ้นใหม่เสมอ และพวกคุณ... คงไม่มีโอกาสได้กลับออกไปบอกใครหรอกว่าใต้ภาพวาดนั้นซ่อนอะไรไว้"
สิ้นคำพูดของคาร์ลอส บอดี้การ์ดร่างยักษ์สี่คนก็ก้าวออกมาปิดล้อมทางออกทุกด้านทันที บรรยากาศในห้องโถงแปรเปลี่ยนเป็นความตึงเครียดถึงขีดสุด พายขยับเข้ามาประชิดแผ่นหลังของรินรดา มือเรียวแอบปลดกระดุมข้อมือเสื้อสูทเพื่อเตรียมรับมือกับการปะทะที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ทว่าในวินาทีที่สถานการณ์กำลังบีบคั้นจนแทบขาดใจ แสงไฟในคฤหาสน์ทั้งหมดก็ดับวูบลงพร้อมกัน!
ความมืดมิดกลืนกินทุกสิ่ง มีเพียงเสียงกระซิบแผ่วเบาที่ดังแนบชิดข้างริมฝีปากของรินรดาในความมืด
*"จับมือฉันไว้ให้แน่นนะคะ... รินรดา ถ้าเราตายด้วยกันคืนนี้ อย่างน้อยฉันก็ได้บอกคุณแล้วว่า..."*
ประโยคคำสารภาพที่ค้างคาถูกตัดขาดลงด้วยเสียงกรีดร้องแหลมสูงจากห้องโถงชั้นบน พร้อมกับเสียงปืนนัดแรกที่ดังสนั่นก้องกังวานไปทั่วคฤหาสน์!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความสัมพันธ์อันร้อนแรงนี้ด้วยกันนะคะ
ภัณฑารักษ์หน้านิ่งกับยัยตัวแสบผู้ไขปริศนาภาพวาด•ตอนที่ 14
ท่ามกลางงานเลี้ยงหน้ากาก
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์หน้านิ่งกับยัยตัวแสบผู้ไขปริศนาภาพวาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!