สถาปนิกสาวกับผู้กำกับเวทีคนคูล•ตอนที่ 8

คลื่นใต้น้ำจากคนเก่า

ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
เสียงปรบมือระลอกสุดท้ายในโรงละครมืดสนิทดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่ไฟสปอตไลท์ดวงใหญ่จะถูกหรี่ลงจนเหลือเพียงแสงสีส้มสลัวสาดกระทบโครงสร้างเหล็กด้านบน กลิ่นอายของไม้เก่า สีทาฉาก และความชื้นจางๆ ลอยอบอวลอยู่ในบรรยากาศหลังม่านที่เพิ่งผ่านการซ้อมใหญ่อย่างดุเดือด พิมพ์รตากำลังก้มหน้าก้มตาตรวจแก้แบบแปลนโครงสร้างฉากเซ็ตสุดท้ายบนแท็บเล็ตในมือ นิ้วเรียวเลื่อนขยายหน้าจอเพื่อเช็กระยะความลาดเอียงของทางลาดที่เธอเพิ่งออกแบบให้เข้ากับสรีระการเคลื่อนไหวของนักแสดงตามคำขอของธนัชชาเมื่อวานนี้ แต่สมองของเธอกลับไม่ยอมโฟกัสกับเส้นตารางสถาปัตยกรรมตรงหน้าเลยสักนิด... ภาพสัมผัสอุ่นนุ่มที่เอวบางจากเหตุการณ์เมื่อคืนยังคงวนเวียนอยู่ในโสตประสาทอย่างน่าหงุดหงิด "ถ้ายังเอาแต่จ้องหน้าจอจนตาจะทะลุแบบนั้น ระวังแปลนตึกของคุณจะพังไม่เป็นท่าก่อนที่ละครเวทีจะเปิดม่านนะคะ สถาปนิกคนเก่ง" เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูดังขึ้นเหนือศีรษะ พร้อมกับกลิ่นหอมจางๆ ของน้ำหอมกลิ่นวานิลลาเจือกลิ่นอายฟิตเนสที่ลอยมาแตะจมูก พิมพ์สะดุ้งเล็กน้อยแต่ยังคงตีสีหน้าเรียบเฉย ปิดหน้าจอแท็บเล็ตแล้วเงยหน้าขึ้นสบตาผู้กำกับการแสดงสาวที่ยืนกอดอกพิงเสาเหล็กอยู่ด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เป็นเอกลักษณ์ "ฉันกำลังเช็กความถูกต้องค่ะคุณผู้กำกับ ไม่เหมือนใครบางคนที่ชอบแก้งานหน้ากองจนคนอื่นต้องปวดหัวตามแก้สถาปัตยกรรมแทบไม่ทัน" พิมพ์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อไม่ให้เสียเปรียบเชิงสนทนา ธนัชชาหัวเราะในลำคอเบาๆ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาแฟชั่นกวาดมองสำรวจร่างบางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยสายตาแพรวพราว "ก็เพราะงานมันท้าทาย... และคนตรวจแบบก็น่าแกล้ง ถึงได้สนุกจนไม่อยากหยุดยังไงล่ะคะ" "คุณธนัชชา!" พิมพ์กัดริมฝีปากล่างเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้ ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงขยันทำให้หัวใจเธอเต้นผิดจังหวะได้ตลอดเวลาเสียจริง ก่อนที่สถาปัตยกรรมสาวจะได้ตอกกลับด้วยคำพูดจิกกัดตามสไตล์ เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมบทสนทนาดังมาจากทางประตูด้านหลังเวทีก็ดึงความสนใจของทั้งคู่ให้หันไปมองพร้อมกัน ร่างสูงโปรดิวเซอร์สาวสุดแซ่บอย่างมีนตรากำลังเดินเข้ามาพร้อมกับใครบางคน... ผู้ชายในชุดสูทเนี๊ยบเฉียบที่ดูแปลกแยกจากบรรยากาศมอมแมมหรี่แสงของโรงละครอย่างสิ้นเชิง ธนัชชาที่กำลังยิ้มแย้มเมื่อครู่ ชะงักกึก สีหน้าและแววตาที่เคยพราวระยับเปลี่ยนเป็นเรียบตึงในเสี้ยววินาที รอยยิ้มเลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอย เหลือเพียงความเย็นชาที่แผ่ออกมาจากตัวเธอจนพิมพ์รู้สึกได้ "ธันย์... ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ ยังติสต์แตกทำละครเวทีอยู่เหมือนเดิมสินะ" ชายหนุ่มแปลกหน้าส่งยิ้มกว้างเดินตรงดิ่งเข้ามาหาธนัชชาโดยไม่สนใจสายตาใคร ดวงตาของเขาแพรวพราวและเต็มไปด้วยความคุ้นเคยอย่างเปิดเผย ร่างสูงหยุดยืนตรงหน้าผู้กำกับสาวห่างกันเพียงไม่กี่ก้าว พิมพ์ยืนมองสถานการณ์ตรงหน้าด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตีรันวนอยู่ในอก... ความหงุดหงิดอย่างไร้เหตุผลพุ่งพล่านขึ้นมาอย่างรวดเร็วจนเธอต้องเผลอขยกำมือเข้าหากันแน่นโดยไม่รู้ตัว ผู้ชายคนนี้คือใคร? แล้วทำไมท่าทีของธนัชชาถึงเปลี่ยนไปเป็นคนละคนแบบนั้น? มีนตราที่เดินตามหลังมาทำหน้าไม่ถูก รีบปรี่เข้าไปกระซิบข้างหูพิมพ์เพื่อสลายบรรยากาศมาคุ "อุ๊ย... ตายแล้วคุณพิมพ์ นี่คือ 'กรณ์' แฟนเก่าสมัยเรียนมหาวิทยาลัยของธันย์เองค่ะ อยู่ๆ ก็โผล่มาหลังกอง ฉันก็ไม่ทันตั้งตัวเหมือนกัน" คำว่า *'แฟนเก่า'* กระแทกเข้าโสตประสาทของพิมพ์เต็มแรง ราวกับมีกระแสไฟอ่อนๆ วิ่งพล่านไปทั่วร่าง ความรู้สึกร้อนรุ่มตีตื้นขึ้นมาที่ลำคออย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ได้เป็นอะไรกับธนัชชาเสียหน่อย... แล้วทำไมเธอจะต้องรู้สึกเหมือนโดนแยบยองพื้นที่ส่วนตัวแบบนี้ด้วยล่ะ? ธนัชชาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ปั้นหน้าเรียบเฉยใส่คนที่ยืนอยู่ตรงหน้า น้ำเสียงที่เอמהเอ่ยออกมาเย็นชาจนติดจะห้วน "ฉันไม่คิดว่าจะเจอคุณที่นี่นะกรณ์ มีธุระอะไรไม่ทราบ ถึงได้ถ่อสังขารมาถึงโรงละครซอกแซกแบบนี้" "โห... ทักทายกันด้วยความรักความคิดถึงแบบนี้ สมเป็นธันย์จริงๆ" กรณ์หัวเราะในลำคออย่างไม่สะทกสะท้าน สายตาเจ้าชู้กวาดมองไปทั่วเวที ก่อนจะหันกลับมามองธนัชชาด้วยแววตาเป็นประกาย "พอดีฉันได้ยินว่าโปรเจกต์นี้ใหญ่มาก แล้วธันย์เป็นผู้กำกับ... ในฐานะคนเคยๆ กัน ฉันก็เลยแวะมาแสดงความยินดีหน่อยไม่ได้หรือไง" พิมพ์ยืนฟังบทสนทนานั้นด้วยใบหน้าที่นิ่งสนิท เธอกวาดตามองรอยยิ้มของกรณ์แล้วรู้สึกขัดหูขัดตาอย่างบอกไม่ถูก มือบางยกขึ้นกอดอกโดยอัตโนมัติ รังสีความไม่พอใจแผ่ออกจากร่างบางจนมีนตราที่ยืนข้างๆ ต้องแอบถอยหลังไปก้าวหนึ่งเพื่อความปลอดภัย "ถ้ามาแค่แสดงความยินดี งั้นก็เชิญรับคำยินดีแล้วกลับไปได้เลยค่ะ ทางเรามีคิวซ้อมต่อ ไม่อยากเสียเวลา" ธนัชชาสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเฉียบขาดไม่ไว้หน้าใครทั้งสิ้น เธอเกลียดที่สุดคือการถูกขุดคุ้ยอดีตต่อหน้าคนปัจจุบันที่เธอ... กำลังสนใจเป็นพิเศษ ธนัชชาเหลือบสายตาคมกริบมามองพิมพ์รตาแวบหนึ่งโดยอัตโนมัติ ราวกับกลัวว่าสถาปนิกสาวจะเข้าใจผิดอะไรบางอย่าง แต่สิ่งที่เธอเห็นในแววตาคู่สวยนั้นกลับไม่ใช่ความเข้าใจผิด... แต่มันคือประกายไฟแห่งความหงุดหงิดที่ลุกโชนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด กรณ์หันมามองพิมพ์รตาที่ยืนหน้านิ่งเป็นรูปปั้นหิน ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสนใจ "อ้าว... แล้วนี่ใครเหรอธันย์? สถาปนิกคนใหม่ที่จ้างมาออกแบบฉากเหรอ สวยคมเป๊ะขนาดนี้ ไม่น่ามาจมปลักกับงานละครเวทีเหนื่อยๆ เลยนะ มาทำงานบริษัทฝั่งฉันดีกว่าไหม รับรองว่าสบายกว่าเยอะ" คำพูดจาจาบจ้วงและสายตาแทะโลมที่กรณ์ใช้มองพิมพ์ ทำให้เส้นความอดทนของธนัชชาขาดผึ่งในทันที "ถอนคำพูดของคุณไปซะ กรณ์!" ธนัชชาก้าวเข้าไปประชิดตัวแฟนเก่าด้วยความโกรธเกรี้ยว รังสีอำมหิตแผ่กระจายรอบตัวจนอุณหภูมิในโรงละครลดฮวบลงทันตาเห็น "อย่ามาลามปามคนของฉัน และอย่ามาทำตัวน่ารำคาญในพื้นที่ทำงานของฉันด้วย!" คำว่า *'คนของฉัน'* พุ่งกระแทกเข้าโสตประสาทของพิมพ์รตาเต็มๆ ทำให้หัวใจที่กำลังเต้นเร่าด้วยความหงุดหงิดเมื่อครู่ กระตุกวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เลือดในกายสูบฉีดจนร้อนผ่าวมารวมกันอยู่ที่พวงแก้มขาวเนียน กรณ์ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นปฏิกิริยาเกรี้ยวกราดเกินเบอร์ของอดีตคนรัก แต่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ก็ยังคงประดับอยู่บนมุมปาก "โอho... แรงหึงยังพุ่งปรี๊ดเหมือนเดิมเลยนะธันย์ แสดงว่าที่ผ่านมา... ฉันยังอยู่ในใจเธอมาตลอดสินะ?" "หลงตัวเองเกินไปแล้วค่ะคุณกร!" พิมพ์รตาที่ทนฟังต่อไม่ไหว ก้าวเท้าเข้ามาแทรกกลางระหว่างคนทั้งคู่ด้วยท่าทางสง่างาม ใบหน้าสวยเฉียบเชิดขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาคู่คมจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยรังสีความเหนือกว่าที่เฉียบคมบาดลึก "ถ้าไม่มีธุระเรื่องงาน กรุณาเชิญออกไปค่ะ โรงละครแห่งนี้ต้อนรับเฉพาะคนที่มีมารยาทและรู้กาลเทศะเท่านั้น... ไม่ใช่พื้นที่สำหรับคนว่างงานมาขุดคุ้ยอดีตไร้สาระ" ธนัชชาเบิกตากว้างเล็กน้อยด้วยความคาดคิดไม่ถึง เธอมองแผ่นหลังบางของสถาปนิกสาวที่ก้าวออกมาปกป้องเธอกลายๆ หัวใจที่เคยแข็งกระด้างกลับไหววับด้วยความรู้สึกอิ่มเอมที่อธิบายไม่ถูก กรณ์หันมามองพิมพ์ด้วยแววตาตกตะลึง ก่อนจะหัวเราะแห้งๆ ออกมา "ปากคอเราะร้ายสมกันดีนี่... โอเคๆ ฉันไม่กวนก็ได้ ไว้ค่อยคุยกันนะธันย์" ชายหนุ่มยกมือยอมแพ้แล้วหันหลังเดินกลับออกไปทางเดิมอย่างไม่แคร์สื่อ เมื่อร่างของกรณ์ลับตาไปจากโรงละคร บรรยากาศรอบตัวก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง มีนตราแกล้งทำเป็นกระแอมกระไอมแล้วเดินเลี่ยงหายไปตรวจความเรียบร้อยฝั่งเวทีด้านนู้นอย่างรู้ความ เหลือเพียงธนัชชาและพิมพ์รตาที่ยืนเผชิญหน้ากันท่ามกลางแสงสลัวของสปอตไลท์ พิมพ์สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติ ก่อนจะหันไปมองผู้กำกับสาวที่ยืนมองเธอด้วยสายตาแปลกๆ สายตาที่เต็มไปด้วยความระAมระวังและความหวานล้ำที่ซ่อนอยู่ลึกๆ "มองทำไมคะ หน้าฉันมีแปลกตารางอะไรติดอยู่หรือไง" พิมพ์เอ่ยเสียงเรียบพยายามกลบเกลื่อนความรุ่มร้อนในอก ธนัชชาไม่ตอบ เธอก้าวเข้าไปประชิดร่างบางทีละก้าวอย่างเชื่องช้า จนกระทั่งพิมพ์ต้องถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับเสาเหล็กเย็นเฉียบ มือเรียวของธนัชชายกขึ้นวางทาบลงบนเสาเหล็กกั้นขนาบข้างร่างบางไว้ ไม่ให้มีทางหนี ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ใกล้แค่เอื้อม แววตาคมกริบของธนัชชาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของสถาปนิกสาวราวกับจะอ่านใจ "เมื่อกี้..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบชิดริมหูจนพิมพ์ขนลุกซู่ "คุณบอกว่าฉันเป็น... 'คนของฉัน' งั้นเหรอคะคุณสถาปนิก?" พิมพ์หน้าแดงก่ำขึ้นมาทันที เธอพยายามเบือนหน้าหนีแต่ถูกปลายนิ้วอุ่นของธนัชชาแตะปลายคางมนให้หันกลับมาสบตากันตรงๆ "ฉัน... ฉันไม่ได้พูดแบบนั้นสักหน่อย คุณหูฝาดไปเองต่างหาก!" พิมพ์เสียงแข็งปฏิเสธกลบเกลื่อนความเขินอายที่กำลังแผดเผา ธนัชชาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาระยิบระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ "หูฝาดเหรอคะ? แต่หูฉันดีมากนะ... และฉันก็จำได้แม่นว่าใครแถวนี้ออกโรงปกป้องฉันซะดุเดือดเชียว หึงเหรอคะ... หึ?" พิมพ์เม้มปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน เธอกำลังจะอ้าปากเถียงกลับเพื่อให้พ้นสถานการณ์ชวนใจสั่นนี้ แต่ทว่า... เสียงฝีเท้าฝรุ่มเฟร่าและเสียงเอะอะโวยวายดังขึ้นจากหน้าประตูโรงละครอีกครั้ง ขัดจังหวะความหวานล้ำที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว "คุณธันย์คะ! แย่แล้วค่ะ! ทีมงานฝ่ายฉากเกิดอุบัติเหตุตอนยกเซ็ตฉากใหญ่ด้านหลัง..." เสียงตะโกนด้วยความตื่นตระหนกของทีมงานสาวที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา ทำให้ธนัชชาและพิมพ์รตาผละออกจากกันในทันทีด้วยความตกใจ! ธนัชชาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ เธอกัดฟันกรอดก่อนจะหันไปมองหน้าพิมพ์รตาที่ตอนนี้สีหน้าเปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดในโหมดสถาปนิกมืออาชีพทันที "เกิดอะไรขึ้น!" ธนัชชาตะโกนถามเสียงดัง "โครงสร้างเหล็กหลักของฉากใหญ่ที่เพิ่งประกอบเสร็จ... มันทรุดตัวลงมาทับอุปกรณ์เสียหายหมดเลยค่ะ!" พิมพ์รตาเบิกตากว้าง ความตกใจวาบขึ้นในอก... แบบแปลนที่เธอตรวจอย่างละเอียดเมื่อครู่ ทำไมถึงทรุดตัวลงได้? ธนัชชาหันขวับมามองสถาปนิกสาวทันที นัยน์ตาคมกริบฉายแววระแวงสงสัยระคนเป็นห่วง ขณะที่พิมพ์รตากำหมัดแน่นด้วยความโกรธ *หรือนี่จะไม่ใช่อุบัติเหตุธรรมดา...* ________________________________________ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความฟินปนระทึกในตอนนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าจะชอบเคมีที่เริ่มเดือดพล่านของทั้งคู่ค่ะ! — ดอกเดซี่ริมทาง
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสาวกับผู้กำกับเวทีคนคูล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%