สถาปนิกสาวกับผู้กำกับเวทีคนคูล•ตอนที่ 9

ถ้อยคำประชดประชันที่แฝงความหึง

ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
กระดาษไขแผ่นบางยับยู่ยี่ในอุ้งมือของพิมพ์รตา มันไม่ใช่ความเสียหายจากอุบัติเหตุ แต่เป็นแรงอารมณ์ที่ถูกขยำทิ้งลงบนโต๊ะทำงานตัวใหญ่กลางโรงละครที่ยังสร้างไม่เสร็จดี รอยพับเหล่านั้นกรีดลึกลงไปในความรู้สึกของเธอ เช่นเดียวกับคำถามที่ยังค้างคาอยู่ในใจจากเหตุการณ์เมื่อคืน—*หรือนี่จะไม่ใช่อุบัติเหตุธรรมดา...* “ถ้าคิดจะแก้แบบแปลนโครงสร้างฉากด้วยอารมณ์ติสต์แตกของเธอเองโดยไม่บอกกล่าว พิมพ์แนะนำให้ไปเปิดคณะละครสัตว์เร่ร่อนเถอะค่ะ ธนัชชา” เสียงหวานใสแต่เฉียบคมราคมมีดโกนบาดผ่านความเงียบของพื้นที่โล่ง ธนัชชาซึ่งกำลังยืนกอดอกพิงโครงเหล็กฉากหลังหันขวับมาทันที ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นทรงวินเทจหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความไม่พอใจ หล่อนไม่ได้สะทกสะท้านกับกระดาษไขที่ถูกโยนลงบนโต๊ะแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มุมปากเรียวสวยกลับยกยิ้มขึ้นครึ่งหนึ่งอย่างเยارหยัน “แปลนสมบูรณ์แบบไร้ที่ติของคุณน่ะ มันใช้ไม่ได้จริงบนเวทีหรอกนะคะ คุณสถาปนิกคนเก่ง” ธนัชชาสวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงแรงกระแทกกระทั้น “หรือว่าสมองที่บรรจุแต่กฎระเบียบและเส้นตรงของคุณ มันประมวลผลไม่ทัน ว่าโลกความเป็นจริงเขามีพื้นที่ให้หายใจมากกว่ากระดาษกราฟแผ่นนั้น” พิมพ์รตากัดริมฝีปากแน่นจนเป็นรอยขาว ความโกรธแล่นริ้วขึ้นมาถึงพวงแก้ม เธอก้าวเท้าฉับๆ เข้าไปประชิดร่างสูงโปร่งของอีกฝ่าย ระยะห่างระหว่างกันเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์อ่อนๆ ผสมกับกลิ่นเหงื่อจางๆ จากการทำงานหนักลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัส แต่นั่นไม่ได้ทำให้ความตั้งใจที่จะเอาชนะของเธอลดน้อยลงเลย “พื้นที่หายใจเหรอคะ? หรือว่าพื้นที่สำหรับให้คุณเอา ‘ความสัมพันธ์เก่าๆ’ มาใช้เป็นข้ออ้างในการรื้อถอนงานของพิมพ์กันแน่” คำพูดนั้นหลุดออกจากปากพิมพ์รตาโดยไม่ทันได้ยับยั้งชั่งใจ ประโยคที่เต็มไปด้วยความเหน็บแนมพุ่งเป้าไปที่ ‘พิม 1’ — อดีตคนรักเก่าของธนัชชาที่เพิ่งวนเวียนกลับมาดูแลฝ่ายศิลป์ในช่วงสัปดาห์ก่อน และเป็นหนามยอกอกที่พิมพ์รตาเผลอเก็บมาคิดเล็กคิดน้อยมาตลอดหลายคืน ธนัชชาชะงักไปชั่ววินาที รอยยิ้มเยาะบนใบหน้าอันธพาลกลายร่างเป็นความนิ่งงึม แววตาที่มองตรงมาไหววูบไปชั่วขณะก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวขึ้นเป็นทวีคูณ บรรยากาศรอบตัวลดอุณหภูมิลดลงฮวบฮาบราวกับติดแอร์ติดลบ “คุณกำลังพูดเรื่องอะไร พิมพ์รตา” เสียงของธนัชชาต่ำลง รatะดับเสียงที่กดต่ำลงนี้อันตรายกว่าการตะโกนเสียอีก “ก็พูดถึงคนที่คุณเพิ่งไปนั่งดื่มกาแฟด้วยเมื่อวานนี้ยังไงล่ะคะ!” พิมพ์เผลอขึ้นเสียงอย่างลืมตัว ความหึงหวงที่ซ่อนไว้ภายใต้มาดสถาปนิกสาวผู้เยือกเย็นพังทลายลงในพริบตา “ถ้าคุณยังอาลัยอาวรณ์ถ่านไฟเก่าจนทำงานร่วมกันไม่ได้ ก็บอกกันตรงๆ ค่ะ พิมพ์จะได้ถอนตัว ไม่ต้องมาเสียเวลากับโปรเจกต์ที่ผู้กำกับเอาเรื่องส่วนตัวมาปะปนกับงานแบบนี้!” ธนัชชาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธ หล่อนก้าวเข้ามาประชิดตัวพิมพ์รตาเสียจนแผ่นหลังบางเกือบชิดติดโครงเหล็กด้านหลัง ดวงตาสองคู่ประสานกันอย่างไม่มีใครยอมใคร รังสีความร้อนระอุแผ่ซ่านออกมาจากความใกล้ชิดที่อันตรายเกินกว่าจะควบคุม “หึงเหรอคะ?” คำถามเดียวสั้นๆ แต่ทรงพลังทำเอาหัวใจของสถาปนิกสาวกระตุกวูบ พิมพ์รตาเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ปากที่เตรียมจะเถียงกลับอ้าค้างไปชั่วขณะ ความร้อนพุ่งพล่านขึ้นมาบนใบหน้าจนต้องรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนความพิรุธ “ใคร... ใครจะไปหึงคุณ อย่าหลงตัวเองให้มากนักเลยค่ะธนัชชา” น้ำเสียงของเธอเริ่มสั่นระริกโดยไม่สามารถควบคุมได้ “ถ้าไม่ได้หึง แล้วทำไมต้องเสียงสั่นขนาดนั้นล่ะคะสถาปนิก” นิ้วเรียวยาวของธนัชชายื่นเข้ามาเชยคางมนให้หันกลับมาสบตากันอีกครั้ง แรงสัมผัสเพียงแผ่วเบาที่ปลายคางทำเอาขนอ่อนลุกชันไปทั่วร่าง พิมพ์รตาพยายามจะปัดมือนั้นออก แต่ธนัชชากลับรั้งไว้ด้วยน้ำหนักที่มากกว่าเล็กน้อย “ฟังให้ดีนะคะ... กับคนเก่า มันจบไปนานแล้ว และคนที่ฉันยืนมองอยู่ตรงนี้... คนที่กำลังยืนเถียงฉันคอเป็นเอ็นอยู่ตอนนี้ คือคุณค่ะ พิมพ์รตา” ถ้อยคำนั้นทุบลงกลางใจของพิมพ์รตาราวกับค้อนปอนด์ ความโกรธ ความอาย และความรู้สึกบางอย่างที่พยายามปฏิเสธมาตลอดตีรวนกันจนปั่นป่วน เธออ้าปากจะเอ่ยปฏิเสธ แต่ทว่า... *แกร๊ก... เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ดังสะท้อนก้องมาจากทางประตูทางเข้าโรงละครขัดจังหวะทุกอย่างลงทันที* เงาร่างของใครบางคนทอดยาวผ่านแสงไฟสลัวเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าม่านกั้นโซนทำงาน พร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ สามครั้งที่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน “ว้าว... ดูเหมือนฉันจะมาขัดจังหวะเวลาส่วนตัวของคู่กัดประจำกองละครเข้าสินะคะเนี่ย” เสียงทุ้มนุ่มแต่แฝงความกวนประสาทของมีนตรา โปรดิวเซอร์สาวตัวแสบดังขึ้น พร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ส่งตรงมายังคนทั้งคู่ ธนัชชาถอนหายใจเฮือกใหญ่ ยอมลดมือลงจากคางของพิมพ์รตาอย่างเสียดาย ขณะที่พิมพ์รตารีบถอยกรูดออกห่างสองก้าว จัดเสื้อผ้าหน้าผมของตัวเองให้เข้าที่ด้วยความรวดเร็วเพื่อกลบเกลื่อนความตื่นตระหนก ทว่า ในวินาทีที่ธนัชชาหันไปเผชิญหน้ากับมีนตรา สายตากลับเหลือบไปเห็นกระดาษแปลนแผ่นสุดท้ายที่ถูกวางทับซ้อนอยู่ใต้กองเอกสารของมีนตรา—แปลนโครงสร้างฉากตัวจริงที่ถูกแก้ไขโดยฝีมือของ 'พิม 1' ซึ่งมีลายมือจารกำกับไว้อย่างชัดเจนว่าผ่านการอนุมัติแล้วเมื่อเช้านี้เอง โดยที่ธนัชชาไม่เคยรู้เรื่องมาก่อนเลยสักนิด! *ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับ "ดอกเดซี่ริมทาง" นะคะ*
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสาวกับผู้กำกับเวทีคนคูล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%