“ฉันเดินเองได้ค่ะ ผู้กำกับธนัชชา ไม่จำเป็นต้องลากจูงเหมือนเด็กอนุบาลหรอกนะคะ”
เสียงหอบหายใจเล็กๆ เจือความพอดิบพอดีของความหงุดหงิดหลุดออกมาจากริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อของพิมพ์รตา สถาปนิกสาวผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ความไร้ระเบียบใดๆ บนโลกใบนี้ ข้อมือข้างขวาของเธอยังคงถูกกุมไว้ด้วยอุ้งมืออุ่นจัดของคนตรงหน้า สัมผัสจากปลายนิ้วที่หยาบกร้านเล็กน้อยจากการจับอุปกรณ์และคานเหล็กมาค่อนชีวิต ส่งผ่านความร้อนผ่าวผ่านผิวเนื้อตรงชีพจร จนเธอเผลอรู้สึกว่าจังหวะการเต้นของหัวใจตัวเองมันชักจะรัวเร็วเกินกว่าอัตราปกติไปหลายเท่าตัว
ไซต์งานก่อสร้างโครงสร้างชั่วคราวสำหรับละครเวทีเรื่องใหญ่ปลายปีคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นสีทาไม้ กลิ่นฝุ่นปูน และเสียงเครื่องมือช่างที่ดังระรัวอยู่เป็นระยะ แต่ในรัศมีวงแขนของธนัชชาเวลานี้ กลับเงียบงัดจนได้ยินกระทั่งเสียงลมหายใจของกันและกัน
ธนัชชาไม่ยอมปล่อยมือทันที เธอปรายตามองค้อนนิดๆ ด้วยดวงตากลมโตคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาแฟชั่นที่สวมไว้แก้ขัด ก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างนึกสนุก
“ถ้าฉันไม่ลากคุณมา ป่านนี้รองเท้าส้นสูงคู่สวยราคาแพงลิบลิ่วของคุณคงไปติดกับซอกโครงเหล็กเวที จนล้มคว่ำคะมำหงายโชว์ทีมงานร้อยชีวิตตรงนู้นไปแล้วค่ะคุณสถาปนิก... ดูสิคะ หน้าตาตื่นเชียว ตกใจอะไรเบอร์นั้น”
ธนัชชาเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงกึ่งล้อเลียนกึ่งเอ็นดู แต่ดวงตาคู่คมกลับพราวระยับด้วยประกายความซุกซนที่ทำเอาคนถูกพาดพิงรู้สึกร้อนผ่าวไปถึงใบหู พิมพ์รตาชักมือของตัวเองกลับทันทีเมื่ออีกฝ่ายยอมคลายอุ้งมือออก เธอเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย พยายามปรับสีหน้าให้เรียบสนิทเพื่อกลบเกลื่อนความปั่นป่วนในอกที่กำลังตีรวน
“ฉันระวังตัวดีพอค่ะ ไม่จำเป็นต้องรบกวนให้คุณมา...”
คำพูดประชดประชันถูกกลืนหายลงไปในลำคอทันที เมื่อจังหวะนั้นเอง... ปลายส้นเข็มเจ้ากรรมดันไปเกี่ยวกับสายไฟต่อพ่วงเส้นใหญ่ที่ทอดระเกะระラคอยู่บนพื้นปูนขัดมันอย่างไม่เป็นระเบียบเข้าอย่างจัง!
“อุ๊ย!”
อุบัติเหตุเกิดขึ้นเร็วจนสมองประมวลผลแทบไม่ทัน ร่างเพรียวบางในชุดสูทเข้ารูปสีเบจสะดุดกึก โครงสร้างทรงตัวเสียศูนย์ไปด้านหลังในเสี้ยววินาที พื้นคอนกรีตแข็งๆ รออยู่เบื้องล่าง และพิมพ์รตาหลับตาปี๋เตรียมรับความเจ็บปวดที่กำลังจะมาถึง
หมับ!
ทว่า... ความเจ็บปวดนั้นกลับไม่เคยเกิดขึ้น อ้อมแขนแข็งแรงและทรงพลังของใครบางคนเกี่ยวเข้าที่เอวคอดกิ่วของเธออย่างรวดเร็วดั่งสัญชาตญาณ แรงเหวี่ยงจากการดึงรั้งทำให้ร่างของพิมพ์รตาเซถลาเข้าไปกระแทกเข้ากับอกอุ่นของธนัชชาเต็มแรง กลิ่นน้ำหอมกลิ่นสะอาดเจือกลิ่นอายเหงื่อจางๆ จากการทำงานหนักปะทะเข้ากับโสตประสาทอย่างจัง
รอบตัวเหมือนโลกหยุดหมุนไปชั่วขณะ
ธนัชชาเองก็เสียหลักเซถอยหลังไปสองสามก้าวตามแรงปะทะ ก่อนจะใช้แผ่นหลังยันเข้ากับเสาโครงสร้างเหล็กเพื่อพยุงน้ำหนักของคนทั้งคู่เอาไว้ สองมือของเธอโอบกระชับรอบเอวบางไว้แน่นเพื่อป้องกันไม่ให้ร่างในอ้อมกอดร่วงลงไปกองกับพื้น ส่วนพิมพ์รตาก็เผลอยกมือขึ้นคว้าปกเสื้อเชิ้ตสีดำสนิทของคนตรงหน้าไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยวโดยอัตโนมัติ
ระยะห่างระหว่างใบหน้า... แทบจะไม่มีเหลือเลยด้วยซ้ำ
พิมพ์รตาลืมตาขึ้นช้าๆ สิ่งแรกที่เธอเห็นคือดวงตาคู่คมของธนัชชาที่อยู่ห่างออกไปเพียงคืบ แววตาดุดันและมาดมั่นในยามทำงานยามนี้กลับเจือไปด้วยประกายความไหววับบางอย่างที่เธออ่านไม่ออก ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดอยู่บริเวณพวงแก้มทำให้ผิวเนื้อบริเวณนั้นซ่านสยิวจนขนลุกเกรียว
“คราวหลัง...” เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงนั้นเจือรอยยิ้มพรายที่ชวนให้หัวใจกระตุกวูบ “ถ้าอยากกอดฉัน... บอกกันดีๆ ก็ได้นะคะ ไม่เห็นต้องใช้วิธีสะดุดสายไฟเรียกร้องความสนใจแบบนี้เลยนี่คะ”
ให้ตายเถอะ! ผู้หญิงคนนี้... ปากดีไม่เคยเปลี่ยนเลยจริงๆ!
พิมพ์รตาเม้มริมฝีปากแน่นด้วยความหมั่นไส้ปนเขินอาย เธอนึกอยากจะอ้าปากเถียงกลับให้เจ็บๆ สักประโยค แต่ติดตรงที่หัวใจเจ้ากรรมมันดันเต้นโครมครามจนเสียงสะท้อนดังกลบความคิดทุกอย่างในหัวเสียหมด สัมผัสจากฝ่ามืออุ่นที่แนบอยู่ตรงสะโพกและเอวคอดทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกพันธนาการไว้ด้วยเวทมนตร์บางอย่าง ขยับตัวหนีก็ไม่ได้ จะผลักไสก็มือไม้อ่อนแรงเสียดื้อๆ
“ปล่อยค่ะ...” เธอเค้นเสียงลอดไรฟันออกมาเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ พยายามดันแผงอกอีกฝ่ายออกห่าง แต่มันกลับให้ผลลัพธ์ตรงกันข้าม เพราะธนัชชากลับกระชับวงแขนให้แน่นขึ้นไปอีก จนแผ่นอกนุ่มแนบสนิทกับอกแกร่งไร้ช่องว่าง
“ไม่ปล่อยค่ะ จนกว่าคุณจะเลิกดื้อแล้วยอมรับว่าเมื่อกี้... เกือบแย่แล้วจริงๆ” ธนัชชากระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงทุ้มหวานเจือแววหยหยันที่ชวนให้ใจสั่นระทึก “คุณสถาปนิกคนเก่ง... รู้ตัวไหมคะว่าเวลาคุณตกใจ หน้าตาตื่นๆ แบบนี้น่ะ... น่ารักเป็นบ้าเลย”
คำว่า ‘น่ารัก’ พุ่งชนเข้ากลางใจของพิมพ์รตาเต็มแรงจนเธอต้องเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนร่องรอยความระเรื่อบนพวงแก้มที่เริ่มลามเลียไปถึงใบหู หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับมีกลองชุดมาตีอยู่ข้างใน ความรู้สึกประหม่า ปั่นป่วน และความวับWandในอกมันตีรวนกันจนแยกไม่ออกว่านี่คือความโกรธหรือความหวั่นไหวกันแน่
“คุณธันย์คะ! คุณพิมพ์ค่ะ! อยู่นี่กันนี่เอง มีเรื่องด่วน... อุ๊ยตายแล้ว! ฉันมาขัดจังหวะอะไรตรงนี้หรือเปล่าคะเนี่ย?”
เสียงแหลมสูงคุ้นหูของมีนตรา โปรดิวเซอร์สาวสุดแซ่บดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบงัน พร้อมกับร่างระหงในชุดเดรสสั้นสีแดงเพลิงที่ก้าวพรวดพราดเข้ามายังโซนโครงสร้างหลักอย่างไม่ให้ซุ่มให้เสียง
ธนัชชาและพิมพ์รตาผละออกจากกันราวกับโดนไฟช็อต สถาปนิกสาวรีบจัดเสื้อสูทของตัวเองให้เข้าที่เข้าทางอย่างลิบลี้ลนลาน ใบหน้าแดงก่ำหันไปมองทางอื่นเพื่อกลบเกลื่อนพิรุธ ส่วนผู้กำกับสาวเจ้าปัญหากลับยืนกอดอกยิ้มมุมปากอย่างอารมณ์ดี ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อครู่
“มีอะไรยัยมีน ถึงได้หน้าตาตื่นวิ่งมาซะขนาดนั้น แปลนเวทีถล่มหรือไง?” ธนัชชาตีสีหน้ากลับสู่โหมดจริงจังได้อย่างรวดเร็ว พยายามกลบเกลื่อนน้ำเสียงที่ยังคงติดความแหบพร่าเล็กน้อย
มีนตรากวาดสายตามองเพื่อนสนิททั้งสองคนสลับกันไปมา รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากอย่างรู้ทัน ก่อนจะยกมือขึ้นกอดอกแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงลากยาวชวนหมั่นไส้
“เปล่าค่ะ แปลนไม่ได้ถล่ม... แต่ดูท่าทางพวกเธอสองคนเนี่ย... กำลังจะทำให้หัวใจฉันวายตายก่อนละครจะเปิดม่านซะมากกว่านะคะ!” มีนตราหรี่ตามองอย่างจับผิด “ว่าแต่... เมื่องดงามขนาดนี้ ฉันมาช้าไปกี่วินาทีคะเนี่ย? พลาดช็อตเด็ดอะไรไปหรือเปล่าเอ่ย... คุณสถาปนิกคนสวย?”
พิมพ์รตาถลึงตาใส่เพื่อนสนิทตัวดีทันที พร้อมกับสะบัดหน้าเชิใส่แล้วก้าวฉับๆ เดินหนีไปทางโต๊ะวางแปลนทันทีเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายที่กำลังแผดเผาใบหน้า
“ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละค่ะคุณโปรดิวเซอร์! เลิกพูดมากแล้วเอาแปลนชุดที่สามมาให้ฉันดูเดี๋ยวนี้เลยนะคะ!”
ธนัชชายืนมองแผ่นหลังบางที่เดินหนีลิบๆ ไปด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่แต้มอยู่บนมุมปากอย่างพึงพอใจ ปลายนิ้วเรียวยังคงหลงเหลือสัมผัสอุ่นนุ่มของเอวบางเมื่อครู่... ความรู้สึกแปลกใหม่ที่เพิ่งก่อตัวขึ้นเริ่มกัดกินหัวใจเธอทีละน้อย และเธอก็รู้ดีว่า... เกมนี้เธอน่ะ ไม่มีทางยอมถอยหลังให้อย่างแน่นอน
—————————————
ขอบคุณคุณรี้ดที่น่ารักทุกท่านที่แวะมาฟินและจิกหมอนไปพร้อมกันในตอนนี้นะคะ!
สถาปนิกสาวกับผู้กำกับเวทีคนคูล•ตอนที่ 7
อุบัติเหตุเล็กๆ กับความห่วงใยซ่อนรูป
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสาวกับผู้กำกับเวทีคนคูล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!