สถาปนิกสาวกับผู้กำกับเวทีคนคูล•ตอนที่ 3

กาแฟแก้วนั้นที่เปลี่ยนบรรยากาศ

ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
“ถ้าพวกคุณยังยืนเถียงเรื่องความลาดชันของทางลาดวีลแชร์ในแปลนนี้อีกแค่สามวินาที ดิฉันจะเทน้ำส้มคั้นแก้วนี้ราดหัวผู้กำกับสายดาร์กแถวนี้ให้ดูจริงๆ ด้วยนะคะ” เสียงใสๆ แต่ทรงพลังของมีนตราดังแทรกขึ้นกลางห้องประชุมที่อุณหภูมิลดต่ำจนติดลบ โปรดิวเซอร์สาวสุดแซ่บในชุดสูทสีแดงเพลิงกอดอกมองคู่กรณีทั้งสองด้วยสายตาเอือมระอา มือเรียวยาวเคาะนิ้วลงบนโต๊ะกระจกใสเป็นจังหวะจะโคนราวกับนับถอยหลังระเบิดเวลา พิมพ์รตากำปากกาในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด สถาปนิกสาวขยับแว่นกรอบบางเล็กน้อยเพื่อซ่อนประกายความไม่พอใจในดวงตาคู่สวย แปลนสถาปัตยกรรมสำหรับปรับปรุงโรงละครเก่าแก่ถูกกางแผ่หลาอยู่ตรงหน้า เส้นสายทุกเส้นถูกวาดขึ้นด้วยความประณีตบรรจงตามหลักวิศวกรรมและความปลอดภัยสูงสุด ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอไม่มีวันยอมประนีประนอมเป็นอันขาด ตรงข้ามกันนั้น ธนัชชานั่งไขว่ห้างพนักเก้าอี้เอนไปข้างหลังเล็กน้อย ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าม้าเต่อแสดงความรั้นและดื้อดึงอย่างชัดเจน ผู้กำกับเวทีสาวส่งเสียงหึในลำคอเบาๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงกวนประสาทที่ทำเอาคนฟังอยากจะหยิบไม้บรรทัดเหล็กฟาดสักที “เชิญราดเลยค่ะคุณมีนตรา ดีเสียอีก เผื่อหัวสมองที่คิดแต่จะเอาบันไดหนีไฟมาขวางทางเดินนักแสดงของสถาปนิกคนนี้ จะได้เย็นลงแล้วฉลาดขึ้นบ้าง” ธนัชชาลากเสียงยาวอย่างจงใจ “นี่คุณธันย์! กรุณาใช้สมองส่วนหน้าคิดสักนิดนะคะว่าบันไดหนีไฟตามกฎหมายควบคุมอาคารมันมีความจำเป็นแค่ไหน! ถ้าเกิดไฟไหม้ขึ้นมาจริงๆ นักแสดงติสต์แตกอย่างคณะของคุณจะวิ่งหนีออกไปทางไหนคะ หรือจะใช้พลังจิตเหาะเหินเดินอากาศหนีเอาตัวรอดกันรึไง!” พิมพ์รตาทุบโต๊ะเบาๆ ด้วยความหมดความอดทน ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความโกรธ “พอค่ะพอ! หยุดเถียงกันเรื่องกฎหมายบ้าบออะไรนี่สักที วันนี้ฉันไม่ได้นับพวกเธอมาทำศึกสงครามน้ำลายในห้องประชุมอับๆ นี่นะคะ” มีนตราถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง คว้ากระเป๋าแบรนด์เนมคู่ใจมาสะพายไหล่ “พวกเธอสองคนโดนคำสั่งทัณฑ์บนจากท่านประธานบริษัทแล้วค่ะ ว่าโปรเจกต์นี้ถ้ายังตีกันจนงานไม่เดิน โดนพักยาวทั้งคู่แน่ เพราะฉะนั้น... ตามฉันมานี่เดี๋ยวนี้ค่ะ ห้ามปฏิเสธแม้แต่คำเดียว!” สถาปนิกสาวขมวดคิ้วมุ่นด้วยความงุนงง “จะให้ไปไหนคะมีน ฉันยังมีแปลนที่ต้องแก้ส่งอีกสามชุดนะ” “ไปนั่งสงบสติอารมณ์และปรับทัศนคตินอกสถานที่ค่ะ!” มีนตราหันมาจ้องหน้าเพื่อนสนิทด้วยสายตาเฉียบขาด ก่อนจะปรายตามองไปยังผู้กำกับสาวที่ยังคงนั่งกอดอกทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ “ส่วนคุณธันย์... ถ้าไม่อยากให้ฉันยกเลิกคิวซ้อมทั้งหมดของสัปดาห์นี้ ก็ลุกขึ้นแล้วเดินตามมาค่ะ” สิบห้านาทีต่อมา รถยนต์คันหรูของมีนตราก็แล่นมาจอดสนิทที่คาเฟ่สไตล์มินิมอลลับตาคนย่านชานเมือง ร้านกาแฟแห่งนี้ถูกโอบล้อมด้วยสวนกระบองเพชรและต้นไม้เขียวขจี แสงแดดยามบ่ายที่ลอดผ่านระแนงไม้สาดส่องลงมากระทบพื้นผิวไม้สีอ่อนเกิดเป็นเงาทอดตัวยาว บรรยากาศเงียบสงบและอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟคั่วบดใหม่ๆ ช่วยชะลอความเร่งรีบของโลกภายนอกให้ช้าลงอย่างน่าประหลาด มีนตราจัดการสบตาสั่งการเด็ดขาด บังคับให้พิมพ์รตาและธนัชชาต้องมานั่งเผชิญหน้ากันที่โต๊ะมุมสุดของร้าน ซึ่งติดกับกระจกใสบานใหญ่ที่มองออกไปเห็นสวนหย่อมสีเขียว ก่อนที่เจ้าตัวจะรีบปลีกตัวออกไปคุยโทรศัพท์ธุระกิจด่วน ปล่อยให้เสือสองตัวต้องมาติดอยู่ในถ้ำเดียวกันอย่างเลี่ยงไม่ได้ ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงเพลงแจ๊สเบาๆ ที่คลอเคลียอยู่รอบตัว พิมพ์รตาหยิบแก้วน้ำอุ่นขึ้นจิบเพื่อซ่อนอาการประหม่า สายตาคมปลาบกวาดมองไปรอบร้านเพื่อหลีกเลี่ยงการสบตากับคนตรงข้าม แต่ทว่า... กลิ่นอายน้ำหอมกลิ่นวานิลลาอ่อนๆ ที่เจือจางมากับสายลมเย็นจากเครื่องปรับอากาศ กลับทำให้ประสาทสัมผัสของเธอกลับตื่นตัวขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ “แปลกนะคะ...” อยู่ๆ ธนัชชาก็เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความนัยบางอย่างที่ทำให้พิมพ์รตาต้องหันขวับกลับมามอง “อะไรของคุณอีกคะ?” พิมพ์รตากอดอกเชิดหน้าขึ้น เลิกคิ้วสูงด้วยความระแวง ธนัชชาไม่ได้ตอบทันที ดวงตากลมโตคู่สวยทอดมองผ่านกระจกใสออกไปข้างนอก มองดูใบไม้ที่กำลังไหวเอนตามแรงลมเบาๆ “ฉันหมายถึง... ชีวิตของคนเรานี่มันก็แปลกดีนะคะ ทำไมคนเราต้องพยายามตีเส้น ขีดกรอบ และสร้างกฎเกณฑ์สารพัดขึ้นมาเพื่อควบคุมทุกอย่างให้อยู่ในความสมบูรณ์แบบ ทั้งที่ความจริงแล้ว... ชีวิตมันไม่ได้มีแปลนที่ตายตัวสักหน่อย” พิมพ์รตาสะعัดร้อนวูบในอก คำพูดนั้นราวกับถูกออกแบบมาเพื่อสะกิดปมลึกๆ ที่เธอพยายามซ่อนไว้ภายใต้ความเป๊ะและระเบียบวินัย สถาปนิกสาวเม้มริมฝีปากแน่น เผลอแสดงความเปราะบางออกมาผ่านแววตาไหววับชั่วขณะ “ถ้าเราไม่ขีดกรอบ แล้วโลกนี้จะไม่วุ่นวายเหรอคะคุณธันย์ ความสมบูรณ์แบบมันคือเกราะคุ้มครองไม่ให้เราต้องผิดหวังต่างหากล่ะ” พิมพ์รตาเอ่ยเสียงเบาลงโดยไม่รู้ตัว น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวเจือไปด้วยความเหนื่อยล้าที่สะสมมานาน ธนัชชาหันกลับมามองสถาปนิกสาว ดวงตาคู่นั้นไม่มีแววตากวนประสาทเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา แต่กลับเต็มไปด้วยความลึกซึ้งและเข้าใจอย่างน่าประหลาด ผู้กำกับสาวเอนตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ศอกวางบนโต๊ะ ประสานมือเข้าหากัน “บางครั้ง... ความงดงามของละครเวที หรือแม้กระทั่งความงดงามของชีวิตคนเรา มันไม่ได้เกิดจากฉากที่ถูกเซ็ตไว้จนเป๊ะอย่างไร้ที่ติหรอกนะคะคุณพิมพ์” ธนัชชาเว้นจังหวะ น้ำเสียงนุ่มนวลขึ้นจนหัวใจของคนฟังกระตุกวูบ “แต่มันเกิดจากความผิดพลาด ความไม่สมบูรณ์แบบ และความรู้สึกที่แท้จริงต่างหาก... ที่ทำให้เรามีชีวิตอยู่จริงๆ” หัวใจของพิมพ์รตากระหน่ำเต้นแรงขึ้นอย่างผิดจังหวะ ไดอะล็อกคมคายและสายตาที่สื่อความหมายลึกซึ้งนั้นทำให้เธอกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เธอยังไม่ทันได้เอ่ยปากเถียงหรือหาคำคมไหนมาโต้กลับ กลิ่นกาแฟหอมกรุ่นก็ลอยมาแตะจมูก เมื่อพนักงานยกถาดเครื่องดื่มมาเสิร์ฟพอดี ธนัชชาเลื่อนแก้วกาแฟลาเต้ร้อนที่มีฟองนมวาดเป็นลวดลายเรียบง่ายมาตรงหน้าพิมพ์รตา ก่อนจะเอ่ยด้วยรอยยิ้มมุมปากที่ร้ายกาจแต่นัยน์ตากลับพราวระยับ “ลองชิมดูสิคะ กาแฟแก้วนี้ไม่ได้ใช้สูตรที่เป๊ะตามตำราหรอกนะ แต่บาริสต้าบอกว่าเขาใส่ใจลงไปเป็นพิเศษ... เหมือนกับที่คุณกำลังพยายามทำกับโปรเจกต์นี้อยู่นั่นแหละค่ะ” พิมพ์รตานิ่งงัน ปลายนิ้วเรียวแตะสัมผัสแก้วเซรามิกอุ่นๆ ความอบอุ่นแผ่ซ่านจากปลายนิ้วเข้าสู่หัวใจอย่างไม่ทันตั้งตัว เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้กำกับสาวที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ระยะห่างระหว่างกันในตอนนี้ดูเหมือนจะแคบลงถนัดตา เคมีบางอย่างที่ร้อนแรงและสั่นคลอนความรู้สึกกำลังก่อตัวขึ้นเงียบๆ ในบรรยากาศที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ในจังหวะที่หัวใจของสถาปนิกสาวกำลังเต้นโครมครามและสมองตื้อตันจนหาคำพูดมาตอบโต้ไม่ถูกนั้นเอง— *กริ๊ง!* เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงสมส่วนของบุคคลที่สามที่ก้าวเข้ามาในร้านอย่างเร่งรีบ ดวงตาคมกวาดมองหาเป้าหมายก่อนจะหยุดอยู่ที่โต๊ะมุมนี้ และเอ่ยทักด้วยรอยยิ้มกว้างที่ทำเอาบรรยากาศโรแมนติกเมื่อครู่พังทลายลงในพริบตา “อ้าว! อยู่นี่กันนี่เอง ฉันตามหาพวกเธอซะทั่วเลย... รู้ไหมคะว่าเกิดเรื่องใหญ่ที่ไซต์งานแล้ว!” *** ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาสัมผัสความฟินและความละมุนปนแซ่บในตอนนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ! — ดอกเดซี่ริมทาง
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสาวกับผู้กำกับเวทีคนคูล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%