สถาปนิกสาวกับผู้กำกับเวทีคนคูล•ตอนที่ 4

โจทย์หินจากคณะกรรมการ

ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
“งบถูกหั่นเหลือครึ่งเดียว แถมยังต้องเปิดรอบปฐมทัศน์เร็วขึ้นสองสัปดาห์... นี่พวกคุณล้อเล่นกับชีวิตพวกเราอยู่ใช่ไหมคะ?” เสียงของพิมพ์รตาดังก้องไปทั่วห้องประชุม ผู้อำนวยการโรงละครผู้มีใบหน้าเรียบเฉยไม่ได้สะทกสะท้านกับแรงกดดันจากสถาปนิกสาวแม้แต่น้อย เขาวางเอกสารลงบนโต๊ะไม้โอ๊กตัวหนา ก่อนจะผายมือไปทางผู้กำกับสาวที่นั่งกอดอกอยู่ฝั่งตรงข้าม ธนัชชาเหยียดยิ้มเย็นชา ดวงตาคมกริบภายใต้แว่นกรอบบางจ้องมองมาที่พิมพ์รตา “งบแค่นี้มันคือฝันร้ายของงานโปรดักชั่น พิมพ์... เธอคิดว่าสถาปนิกอย่างเธอจะเสกฉากอลังการให้ฉันได้ไหมล่ะ ถ้าต้องตัดวัสดุเกรดพรีเมียมทิ้งเกือบหมดแบบนี้” “ถ้าฉันบอกว่าทำได้ ก็คือทำได้ค่ะ” พิมพ์รตาสวนกลับทันควัน สายตาที่มองธนัชชาไม่ได้มีความเกรงกลัวแม้แต่น้อย “แต่ปัญหาไม่ได้อยู่ที่สถาปัตยกรรม แต่อยู่ที่ความ ‘ติสต์’ ของคุณที่อยากได้นั่นได้นี่จนงบบานปลายต่างหาก” “นี่คุณจะหาเรื่องกันเหรอคะ?” ธนัชชาขยับตัวเข้าหาโต๊ะ ความดุดันในแววตาแผ่ซ่านจนมีนตราที่นั่งอยู่ข้างๆ ต้องรีบยกมือขึ้นห้ามปราม “พอทั้งคู่เลยค่ะ!” มีนตราถอนหายใจยาว “บอร์ดบริหารเขาไม่สนหรอกว่าพวกเธอจะเกลียดขี้หน้ากันแค่ไหน โจทย์คือ ‘เอาอยู่’ ภายใต้ข้อจำกัดนี้ ถ้าทำไม่ได้ โปรเจกต์นี้ก็โดนพับ—เข้าใจตรงกันนะคะ?” ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุม พิมพ์รตากัดริมฝีปากแน่น เธอกวาดสายตามองพิมพ์เขียวที่วางเกลื่อนโต๊ะ เส้นสายที่เธอวาดอย่างประณีตดูไร้ค่าไปถนัดตาเมื่อเจอคำสั่งตัดงบมหาศาล เธอไม่เคยยอมแพ้กับความสมบูรณ์แบบ และแน่นอนว่าเธอจะไม่ยอมแพ้ต่อผู้กำกับปากจัดคนนี้ด้วย “โอเค” พิมพ์รตาหยิบปากกาเมจิกขึ้นมา แล้วลากเส้นตัดทอนโครงสร้างเดิมอย่างรวดเร็ว “ถ้าเราตัดโครงเหล็กรับน้ำหนักส่วนเกินออก แล้วใช้การเล่นระดับพื้นเวทีแทน... ธันย์ คุณต้องปรับคิวโชว์” ธนัชชาเลิกคิ้วขึ้น ก่อนจะหยิบปากกาของตัวเองมาจดบันทึกยิกๆ พลางโน้มตัวเข้าไปใกล้พิมพ์รตา กลิ่นน้ำหอมจางๆ แนว Woody ของอีกฝ่ายทำเอาพิมพ์รตาชะงักไปครู่หนึ่ง “ปรับคิวเหรอ? ถ้าพื้นเวทีไม่นิ่งพอ นักเต้นฉันเจ็บตัวนะ พิมพ์รตา... เธอรับผิดชอบไหวเหรอถ้าคนของฉันต้องเข้าโรงพยาบาล” “ถ้าโครงสร้างที่ฉันคำนวณไม่ปลอดภัย ฉันไม่ยอมให้มันถูกสร้างขึ้นมาแต่แรกหรอกค่ะ ไม่ต้องห่วง” พิมพ์รตาพูดพลางหันไปสบตาคนตัวสูงกว่า ระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงคืบ ลมหายใจของทั้งคู่ดูจะสอดประสานกันอย่างประหลาดท่ามกลางความตึงเครียด “งั้นก็พิสูจน์ให้เห็นสิ” ธนัชชากระซิบ น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นทุ้มต่ำจนหัวใจคนฟังเต้นผิดจังหวะ “คืนนี้ที่โรงละคร... มาดูการซ้อมจริง แล้วปรับแปลนให้มันรับกับทุกองศาที่ฉันต้องการ ถ้าเธอทำไม่ได้ ก็ไม่ต้องมาเรียกตัวเองว่าสถาปนิกมือหนึ่งอีก” มีนตรามองทั้งสองคนที่กำลังทำสงครามประสาทใส่กันพลางส่ายหัวอย่างเอือมระอา แต่ในมุมของเธอ เคมีที่มันคุกรุ่นอยู่แบบนี้ต่างหากที่ทำให้งานเดิน เวลาล่วงเลยไปจนดึกดื่น โรงละครเงียบสงัด มีเพียงแสงไฟจากสปอตไลท์ดวงเดียวที่สาดส่องลงมาบนเวที พิมพ์รตายืนกอดแฟ้มงานแน่น ดวงตาจับจ้องไปที่ธนัชชาที่กำลังสั่งการนักเต้นด้วยท่าทางดุดันและทรงพลัง ความมีเสน่ห์ของผู้หญิงคนนี้ช่างน่าอันตราย... ยิ่งเห็น ยิ่งอยากเอาชนะ ยิ่งใกล้ชิด ยิ่งหวั่นไหว “องศาไฟมันไม่ได้ พิมพ์!” ธนัชชาตะโกนข้ามเวทีมา “โครงสร้างตรงนี้มันบังทัศนียภาพของคนดูแถวหลัง เปลี่ยนมุมหน่อย!” พิมพ์รตารีบก้าวขึ้นไปบนเวที เธอไม่ได้พกเพียงแค่แปลน แต่พกเอาความมั่นใจมาเต็มร้อย “มันเปลี่ยนไม่ได้ค่ะ เพราะถ้าขยับมุมนั้น โครงสร้างจะเสียสมดุล!” “งั้นเธอก็ขึ้นมาคำนวณใหม่บนนี้เลย!” ธนัชชาท้าทาย พลางก้าวเข้ามาหาพิมพ์รตาจนอีกฝ่ายหลังชนกับขอบฉากกั้นไม้ที่กำลังประกอบไม่เสร็จ พิมพ์รตาถอยไม่ได้อีกแล้ว พื้นที่แคบๆ บีบให้เธอต้องเผชิญหน้ากับดวงตาคู่สวยที่ฉายแววท้าทาย ธนัชชาใช้มือข้างหนึ่งยันขอบฉากกั้นไว้เหนือไหล่เธอ กักขังเธอไว้ในวงแขน “บอกมาสิ...” ธนัชชาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของพิมพ์รตา “ว่านอกจากความดื้อรั้นแล้ว ในหัวของสถาปนิกคนเก่งคนนี้... ยังเหลือที่ว่างให้การแก้ปัญหาแบบสร้างสรรค์บ้างไหม?” พิมพ์รตารู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วใบหน้า เธออยากจะสวนกลับด้วยคำพูดเจ็บๆ เหมือนที่เคยทำ แต่เมื่อสบกับสายตาที่ดูแฝงความรู้สึกบางอย่างที่เธออ่านไม่ออก เสียงของเธอก็กลับหายไปในลำคอ ในจังหวะที่หัวใจเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอกนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางเข้าโรงละครที่มืดมิด “ดูเหมือนว่างานจะเริ่มสนุกขึ้นแล้วนะ...” เสียงทุ้มต่ำของชายหนุ่มคนหนึ่งดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ที่ก้าวออกมาจากเงามืด พิมพ์รตาและธนัชชาผละออกจากกันทันทีด้วยความตกใจ เมื่อแสงไฟจากทางเข้าสาดส่องลงบนใบหน้าของคนมาใหม่ ธนัชชาก็ถึงกับหน้าถอดสี พิมพ์รตาขมวดคิ้วแน่นเมื่อเห็นว่าเขาคือใคร—ชายผู้เป็นเจ้าของเงินทุนหลักที่เพิ่งจะเซ็นอนุมัติลดงบประมาณของโปรเจกต์นี้ลงจนย่อยยับ “สวัสดีครับคุณผู้กำกับ... ผมหวังว่าการซ้อม ‘ส่วนตัว’ ของพวกคุณ คงจะไม่มีอะไรที่ผมต้องเสียใจที่ตัดสินใจตัดงบในวันนี้หรอกนะ” ขอบพระคุณทุกการติดตามและกำลังใจจากรี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกคนนะคะ ไว้พบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสาวกับผู้กำกับเวทีคนคูล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%