“ดิฉันคิดว่าเราคุยเรื่องขอบเขตงานกันชัดเจนแล้วนะคะ คุณศิลา”
รินรดาวางปากกาหมึกซึมลงบนแฟ้มเอกสารตรงหน้า เสียงกระทบของโลหะกับไม้โต๊ะทำงานหรูหรานั้นแผ่วเบา ทว่ากลับดังก้องไปทั่วห้องประชุมส่วนตัวบนชั้นสูงสุดของตึกระฟ้า สถาปนิกสาวขยับแว่นสายตาเล็กน้อย พยายามรักษาระยะห่างและความเป็นมืออาชีพให้มั่นคงที่สุด แม้สัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากสายตาคมกริบของชายหนุ่มฝั่งตรงข้ามที่จ้องมองมาไม่วางตา
ศิลาไม่ได้โต้ตอบในทันที เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังเนื้อดี แขนยาวหนาขยับจัดเนคไทสีเข้มเพียงเล็กน้อย กิริยานั้นดูผ่อนคลายจนน่าหมั่นไส้ แต่ใครจะรู้ว่าภายใต้ความนิ่งสงบดั่งผิวน้ำนั้น มีกระแสธารแห่งเล่ห์เหลี่ยมซ่อนอยู่ลึกเพียงใด
“การตีความงานสถาปัตยกรรมของคุณมันน่าทึ่ง รินรดา” เขาเอ่ยเสียงต่ำ นุ่มลึก แฝงความเย้ายวนที่ทำให้อากาศรอบกายรินรดาร้อนผ่าว “แต่โปรเจกต์ 'เพรงจันทร์' ไม่ใช่แค่การออกแบบอาคาร แต่มันคือการสร้างแลนด์มาร์คที่ต้องใช้ทั้งจิตวิญญาณ... ซึ่งผมมั่นใจว่ามีแค่คุณเท่านั้นที่ทำได้”
“บริษัทอื่นที่มีชื่อเสียงมากกว่าดิฉันมีถมไปค่ะ” รินรดาตอบกลับทันควัน สายตาคมมองสบประสาน “ดิฉันไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวกับโปรเจกต์ที่มีเรื่องการเมืองภายในเข้ามาพัวพัน โดยเฉพาะเรื่องที่ต้องแลกด้วยความเป็นส่วนตัว”
ศิลายกยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่มันคืออาวุธที่ทำให้หัวใจของคนมองกระตุก “ถ้าผมบอกว่า... โปรเจกต์นี้จะทำให้คุณได้รับอิสระอย่างที่คุณต้องการล่ะ? ไม่ต้องขึ้นตรงกับคณะกรรมการบริหาร ไม่ต้องผ่านการอนุมัติจากใครนอกจากผมคนเดียว และที่สำคัญ คุณจะได้กุมบังเหียนในการออกแบบทั้งหมด 100%”
รินรดานิ่งไป อดีตที่เคยถูกคนรักเก่าบงการชีวิตและผลงานซ้อนทับขึ้นมาในความทรงจำ เธอเกลียดการถูกผูกมัด แต่ข้อเสนอของศิลานั้นเหมือนเหยื่อล่อชั้นดีที่ทำให้นักออกแบบในตัวเธอสั่นไหว
“ทำไมต้องเป็นดิฉัน” เธอถามเสียงสั่นเล็กน้อย “ทำไมต้องเป็นสถาปนิกที่ไม่มีเส้นสายอย่างดิฉัน”
“เพราะคุณมองเห็นความงามในความโดดเดี่ยว” ศิลาโน้มตัวมาข้างหน้าจนกลิ่นน้ำหอมไม้หอมอ่อนๆ ของเขาจางๆ อบอวลอยู่รอบตัวรินรดา “และเพราะผมเบื่อเต็มทนกับความฉาบฉวยที่คนอื่นยัดเยียดให้ ผมต้องการคนที่มีจรรยาบรรณพอที่จะสร้างสิ่งที่ ‘อยู่เหนือกาลเวลา’ ไม่ใช่แค่สร้างตึกเพื่อหวังผลกำไรระยะสั้น”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอย่างแผ่วเบา รินรดารู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่บนเส้นด้ายที่ขึงตึง มือของเธอชื้นเหงื่อจนต้องกำเข้าหากันแน่นใต้โต๊ะ ความเย้ายวนของงานศิลปะที่เธอโหยหามาตลอดชีวิตกับอันตรายที่ศิลานำมาให้... มันคุ้มกันหรือไม่
“ข้อเสนอของคุณน่าสนใจค่ะ แต่มันมาพร้อมกับราคาที่ดิฉันยังประเมินไม่ได้”
“ราคาคือการ ‘ร่วมงาน’ อย่างใกล้ชิด” ศิลาพูดพลางเลื่อนสมาร์ทโฟนที่เปิดไฟล์แปลนบางอย่างไปตรงหน้าเธอ “ผมต้องการให้คุณเป็นที่ปรึกษาพิเศษส่วนตัวในทุกมิติด้านการออกแบบ นั่นหมายถึงเราต้องใช้เวลาร่วมกัน... มากกว่าที่ใครจะคาดคิด”
ในขณะที่รินรดากำลังจะเอ่ยปากปฏิเสธ เสียงเคาะประตูที่ไม่ได้จังหวะก็ดังขัดจังหวะขึ้น ประตูบานคู่ถูกผลักเปิดออกกว้างโดยไม่รอคำอนุญาต ร่างระหงของนลินในชุดเดรสแบรนด์เนมเข้ารูปเดินเข้ามาด้วยท่าทีประหนึ่งเจ้าของสถานที่ กลิ่นน้ำหอมฉุนกึกของเธอกลบกลิ่นไม้หอมที่รินรดาเพิ่งจะคุ้นชินไปจนหมดสิ้น
“คุณศิคะ! นลินบอกแล้วไงคะว่าถ้าจะคุยเรื่องโปรเจกต์งานแต่งงานของเรา ต้องคุยที่บ้านของคุณ ไม่ใช่มาเสียเวลาอยู่กับสถาปนิกโนเนมแบบนี้” นลินเชิดหน้าขึ้น สายตาที่มองมารินรดาเต็มไปด้วยความดูแคลน ราวกับมองสิ่งของที่ไร้ค่าในสายตา
ศิลายังคงนั่งนิ่ง แววตาเย็นเยียบลงทันทีที่เห็นนลิน เขาไม่ได้ลุกขึ้นต้อนรับ แถมยังนั่งจิบน้ำด้วยท่าทางเฉยเมยเกินคาด “ผมกำลังคุยงานสำคัญอยู่ครับ คุณนลิน ช่วยกรุณาออกไปก่อน ผมไม่ชอบให้ใครมารบกวนเวลาส่วนตัวของผม”
นลินชะงัก สีหน้าของเธอเปลี่ยนจากความเย่อหยิ่งเป็นความโกรธเกรี้ยวที่ถูกปฏิเสธต่อหน้าคนอื่น เธอเดินตรงเข้ามาตบมือลงบนโต๊ะของศิลาเสียงดังสนั่น ก่อนจะหันมาส่งสายตาอาฆาตให้รินรดา “ดี! งั้นเราจะได้เห็นกันว่า ระหว่างโปรเจกต์ที่เธอวาดฝัน กับชีวิตการทำงานที่ไม่มีใครยอมรับ เธอจะเลือกทางไหน!”
เมื่อนลินเดินปึงปังออกไป ศิลาก็หันกลับมามองรินรดาอีกครั้ง เขายังคงรักษาความสงบเดิมเอาไว้ได้ แต่ทว่าแววตาคู่นั้นกลับดูหม่นแสงลงราวกับมีความกดดันบางอย่างที่แม้แต่เขาก็แบกรับไว้ไม่ไหว
“เห็นไหมครับ รินรดา” เขาเอ่ยเสียงเรียบ “นั่นคือสิ่งที่ผมต้องเผชิญทุกวัน ถ้าคุณช่วยผม... ไม่ใช่แค่ผมที่จะได้อิสระ แต่คุณเองก็จะหลุดพ้นจากอิทธิพลที่น่ารังเกียจพวกนี้ด้วยเหมือนกัน”
รินรดามองชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า เธอเห็นความเหนื่อยล้าซ่อนอยู่ใต้ใบหน้าที่สมบูรณ์แบบนั้น มันเป็นความรู้สึกที่เธอก็ไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองถึงอยากจะยื่นมือเข้าไปสัมผัส ความเห็นใจที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันทำให้หัวใจที่ปิดตายของเธอเริ่มสั่นคลอนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“ตกลงค่ะ” คำพูดนั้นหลุดออกไปก่อนที่เธอจะทันได้ไตร่ตรองให้ดีกว่านี้ “ดิฉันจะรับข้อเสนอนี้... แต่มีเงื่อนไขเดียว คือห้ามใครก้าวก่ายการทำงานของดิฉันเด็ดขาด”
ศิลายกยิ้มมุมปาก คราวนี้เป็นรอยยิ้มที่ดูจริงใจขึ้นมาบ้าง เขาหยิบปากกาส่งให้เธอ “ยินดีที่ได้ร่วมงานกันครับ... คุณรินรดา”
ทว่าก่อนที่มือของรินรดาจะเอื้อมไปรับปากกานั้น เสียงโทรศัพท์บนโต๊ะของศิลาก็ดังขึ้น หน้าจอแสดงชื่อที่ทำให้ใบหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันที เขาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะกดรับสายด้วยมือที่สั่นน้อยๆ
“ว่าไงครับพ่อ... ครับ... ผมเข้าใจแล้ว... พรุ่งนี้เหรอครับ?” ศิลาเงยหน้าขึ้นมองรินรดาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ราวกับว่าข้อตกลงที่เพิ่งเกิดขึ้นกำลังจะถูกทำลายลงในเสี้ยววินาที “รินรดา... เรื่องที่เราคุยกันเมื่อกี้ อาจจะต้องมีการเปลี่ยนแผนด่วนที่สุด”
รินรดาใจหล่นวูบ ความรู้สึกสังหรณ์ใจบางอย่างกำลังประดังเข้ามา “เปลี่ยนแผน? คุณหมายความว่ายังไงคะ”
ศิลาวางโทรศัพท์ลงช้าๆ พลางถอนหายใจยาว “คุณพ่อของผมสั่งระงับโปรเจกต์นี้ทั้งหมด... และประกาศอย่างเป็นทางการว่าคนที่จะเข้ามาดูแลการก่อสร้างแทนผมคือ... คนที่คุณก็รู้ว่าใคร”
รินรดานิ่งค้างไป ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน นี่มันไม่ใช่แค่เรื่องงาน แต่มันคือเกมที่อันตรายกว่าที่เธอคิดไว้หลายเท่าตัวนัก
หวังว่ารี้ดที่รักจะยังคงอยู่เคียงข้างรินรดาในสถานการณ์ที่ยากลำบากเช่นนี้นะคะ ขอบพระคุณจากใจค่ะ โดย ละอองดาวเดือนเก้า
เพรงจันทร์รัญจวนใจ•ตอนที่ 2
ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพรงจันทร์รัญจวนใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!